วิธีป้องกันการนำเอาสำเนาบัตรประชาชนไปทำปลอมของพวกมิจฉาชีพ

ด่วนมาก!   บัตรประจำตัวประชาชน เป็นวัตถุอันตรายจริงหรือ

เรียนทุกท่านที่ผ่านมาอ่านบทความนี้ กรุณาอ่านให้จบและโปรด    ทำความเข้าใจเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยในทรัพย์สิน         เงินทองของท่านเอง

ผมทำงานด้านกฎหมายและได้นำประสบการณ์มาเขียนบทความ   ใน G2K เพื่อให้ท่านที่ผ่านเข้ามาอ่านได้เรียนรู้กฎหมายจากการ  สอดแทรกข้อกฎหมายเข้าไปตามวิธีการเล่าเรื่องของผม

และเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 ได้รับคำถามจาก คุณ Hana    เกี่ยวกับการเช็นชื่อรับรองสำเนาเอกสารและสำเนาบัตรประชาชน ว่าอาจจะทำให้เป็นหนี้หรือถูกฟ้องร้องโดยไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้        เมื่อได้รับคำถามผมก็ตอบไปให้ทราบในลักษณะการโต้ตอบกัน   ตามปกติแต่ที่ทำให้ผมไม่อาจปล่อยผ่านคำถามนี้ไปได้เพราะ      คุณHana ได้แนะให้ผมเข้าไปอ่านบทความที่เป็นต้นเหตุคำถาม   และเมื่อลองตรวจสอบในโลกอินเตอร์เน็ต ทำให้ทราบว่าสังคมกำลังสับสน จึงได้ขอข้อมูลที่แท้จริงไปยัง น้องชายคือคุณธำรงณ์ศักดิ์  บุญรักษ์ และน้องสาวคือคุณจิรนุช  บุญรักษ์ ซึ่งต่างมีอาชีพเป็นทนายความเช่นกัน และทั้งสองยังเป็นที่ปรึกษาประจำให้กับ             ผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ที่           จังหวัดภูเก็ต  ดังนั้นข้อมูลที่ผมได้รับจึงมั่นใจได้ 100%                 แต่ก่อนที่ผมจะแนะนำวิธีป้องกันและตอบคำถามของคุณ Hana      ให้ได้รับทราบกันอย่างถูกต้องและชัดแจ้ง ขอได้อ่านข้อโต้ตอบระหว่างผมกับ คุณ Hana เพื่อทราบที่มาที่ไปเสียก่อนตามนี้ครับ

P

Hana  เมื่อ พ. 03 ก.พ. 2553 @ 14:18 #1834841

สวัสดีค่ะ

ฮามากๆๆค่ะ อิอิ อ่านแล้วไม่เบื่อเลยได้ความรู้ด้วยค่ะ

ปล.ขออนุญาตสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกฏหมาย ที่ไม่เกี่ยวกับที่ดิน ได้ป่าวคะคือสงสัยว่า เวลาเซ็นต์สัญญาซื้อรถ มีกฏหมายกำหนดไว้จริงหรือไม่คะว่าต้องเซ็นต์สำเนาถูกต้องด้วยปากกาสีน้ำเงินห้ามใช้หมึกซึม และห้ามใช้ลูกลื่นสีดำและถ้ามีกฏหมายกำหนดไว้จริงๆ    ขอความรู้ว่าเพราะเหตุใดค่ะ          แหะๆ คำถามไม่เกี่ยวกับบันทึกเท่าไหร่ ขออภัยค่ะ ^^"

P 

ชาวฝนแปดแดดสี่  เมื่อ พ. 03 ก.พ. 2553 @ 15:54

สวัสดีครับคุณ Hana   (อ่านว่า ห้าหน้า หรือป่าว อิ.อิ.)

ขอขอบพระคุณที่แวะมาให้กำลังใจและยินดีที่ได้รู้จักครับ             เป็นวิธีรู้เรียน ที่ยากให้ฮาไป รู้ไปครับ

คำถาม  ที่ถามมาว่าสำเนาในสัญญาต้องเซ็นด้วยปากกาสีน้ำเงิน  ห้ามใช้หมึกซึม และห้ามใช้ลูกลื่นสีดำ 

คำตอบ ถ้ามีกฎหมายตัวนี้ ผมตกข่าวกฎหมายอย่างแรงครับ เข้าใจว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเทคนิคในการป้องกันการถ่ายสำเนาซ้ำแล้วนำไปปลอมเอกสารในทางไม่ชอบมากกว่าครับ ต้องลองถามผู้รู้ครับ เคยอ่านผ่านๆใน G2K ของชาวเรานี้เองว่าเวลาถ่ายเอกสารแล้วจะมีข้อความที่เขียนด้วยหมึกสี่น้ำเงินติดไปด้วยเสมอ ลองหาดูนะครับ แล้วผมจะแวะไปเยี่ยมนะครับ 

 P

Hana เมื่อ พ. 03 ก.พ. 2553 @ 17:02 #1835029

คือคำถามนี้มีที่มาจาก ลิงค์นี้ค่ะเลยสงสัยว่าถ้าซื้อรถแล้วต้องเซ็นต์รับรองสำเนาด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินเพียงอย่างเดียวจริงหรือ จึงลองสอบถามน้องๆในแผนกดู น้องที่เพิ่งซื้อรถบอกว่าจริง ทางร้านเค้าไม่ยอมให้ใช้ปากกาสีดำหรือหมึกซึมเลยค่ะ อ้างว่ากฏหมายกำหนดมา จึงมาขอความรู้จากผู้รู้ค่ะ เรื่องนี้ไม่รู้จริงๆค่ะ     แหะๆ ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ

 P

ชาวฝนแปดแดดสี่เมื่อพ.03 ก.พ. 2553 @ 18:33 

สวัสดีครับคุณHana

ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ลิงค์ข้อมูลมาให้เรื่องการเซ็นชื่อด้วยหมึก   สีน้ำเงินก็ขอยืนยันนะครับว่าไม่ได้มีกฎหมายกำหนดหรือประกาศบังคับใช้ใดๆแต่มีเพียงหนังสือจากจากสำนักงานพาณิชย์ ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการให้ใช้หนึกสีน้ำเงินแทนสีดำผมเข้าไปที่ลิงค์อ่านดูแล้วเกรงว่าจะทำให้สังคมสับสนไปกันมากกว่านี้ ขอเวลาสองวันครับจะติดต่อน้องสาวผมซึ่งเป็นทนายที่ปรึกษา ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์อยู่ที่ภูเก็ต จะให้ส่งสำเนาหนังสือเวียนของพาณิชย์จังหวัดมาให้แล้วจะอธิบายให้เข้าใจชัดกันเสียที 

นี้คือที่มา   ซึ่งผมจะต้องตอบคำถามให้ชัดแจ้งและเข้าใจครับ 

คำตอบครับ 

ผมยืนยันได้ 100% ว่าในขณะนี้หรือ ณ เวลานี้ยังไม่มีกฎหมาย  หรือพระราชบัญญัติ หรือกฎกระทรวง หรือข้อบังคับ หรือคำสั่งใดๆจากรัฐ หรือองค์กรของรัฐทั้งสิ้น

ทุกท่านมีอิสระในการที่จะเช็นชื่อรับรองบรรดาสรรพเอกสาร ด้วย    อุปกรณ์การเขียนทุกประเภทได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อย่างเช่นท่านสามารถใช้ ปากกาทุกสี ทั้งชนิดหมึกแห้ง ชนิดหมึกซึม หรือ ดินสอ หรือปากกาเมจิก หรือดินสอสี ฯลฯ ได้เลยครับ

ส่วนที่พูดกันล่ำลือกันว่ามีกฎหมายห้ามหรือเข้าใจกันผิดๆจนเป็น talk of the town ขณะนี้ เพราะเริ่มมาจากสังคมออนไลน์นี้ละครับ โดยมีทีวี เป็นตัวช่วยแพ่รกระจายข้อมูลทำให้เข้าใจกันผิดๆ  และยังมีหน่วยงานของรัฐบางหน่วย ช่วยทำให้ผิดเพี้ยนกันไปใหญ่โต เพียงเพราะต้องการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่ต้องนำเอารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปจดทะเบียนโดยแจ้งขอความร่วมมือในการใช้สีหมึกที่กรอกข้อความกับสีหมึกในการรับรองเอกสารให้เป็นสีเดียวกันแต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นสีอะไร และจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตามการแจ้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานดังกล่าวออกมาในระยะเวลาไล่ๆกัน นี้คือเหตุของการเข้าใจกันผิดๆ

ส่วนที่พูดกันว่าหากใช้สีนั้นสีนี้จะทำให้ถ่ายสำเนาติดไปกับตัวสำเนาทำให้นำไปปลอมแปลงได้ยาก สิ่งนี้ผมไม่ขอยืนยันว่าทำได้หรือไม่เพราะไม่มีความรู้ในเรื่องนี้จริงๆ แต่ผมเชื่อว่าถ้าคนพวกนี้ต้องการ  จะทำปลอม  รับรองว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนพวกนี้

วิธีป้องกันการนำเอาสำเนาบัตรประชาชนไปทำปลอมของพวกมิจฉาชีพ

ให้ทำตามวิธีการดังนี้ครับ

  1. ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนขึ้นมาหนึ่งฉบับเสียก่อนเพื่อใช่ทำตำหนิลงในสำเนาบัตรประชาชนฉบับนี้

  2. นำเอาสำเนาที่ถ่ายมาลบเลขประจำตัวประชาชนออกสักสอง หรือสามตัวก็ได้ให้ใช้หมึกสำหรับลบป้ายลงไปบนตัวเลข           ที่ต้องการลบ

  3. เมื่อลบตัวเลขเสร็จให้ใช้ปากกาเขียนตัวเลขเดิมลงไปที่  ตำแหน่งเดิมตามที่ได้ลบไปแล้ว ตรวจดูอีกครั้งว่าตัวเลข            ที่เขียนลงไปตรงกับเลขประจำตัวประชาชนถูกต้องแล้ว           จึงเอาสำเนาฉบับนี้ไปถ่ายสำเนาอีกสองฉบับ                          หรือเท่าที่ต้องการจะใช้เฉพาะงานเท่านั้น

  4. นำเอาสำเนาที่ถ่ายครั้งหลังนี้ไปใช้โดยให้เก็บสำเนา              ฉบับที่เป็นต้นแบบซึ่งใช้หมึกลบไว้เป็นหลักฐาน

  5. เมื่อนำสำเนาที่ถ่ายตามวิธีนี้ไปส่งมอบให้กับผู้ใดไม่ว่า              ใช้สมัครงานหรือใช้ทำสัญญา ถ้าให้ผู้รับสำเนาเซ็นรับ        สำเนาลงในสำเนาที่ถ่ายคู่กันได้ก็ให้เซ็นแล้วบันทึก                รายละเอียดวันที่ ชื่อผู้รับ และให้บันทึกว่าไว้เพื่อทำอะไร          แต่ถ้าให้เซ็นรับไม่ได้ก็ให้ใช้วิธีบันทึกเพียงอย่างเดียว

  6. นำเอาสำเนาฉบับที่บันทึกรายละเอียดตามข้อ 5 ไปเก็บรวมไว้      กับสำเนาตามข้อ 4 

  7. หากต้องจะใช้สำเนาอีกก็ให้ทำตามข้อ 1 ถึง 6 ใหม่ทุกครั้ง   หากวันใดมีผู้นำเอาสำเนาบัตรประชาชนไปใช้จะได้เอามา     เป็นหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย           หลักฐานที่เก็บไว้จะทำให้ตำรวจสืบสวนถึงคนพวกนี้ได้ว่าเอาสำเนามาจากแหล่งใด และหากไม่เคยไปกู้ยืมหรือขอทำบัตรเครดิตใดๆตามที่ฟ้อง ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับโจทก์  ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารได้

ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูครับแล้วจะได้ไม่ต้องกังวลหรือเกรงว่าจะถูก     คนพวกนี้เอาสำเนาบัตรประชาชนไปทำอะไรอีก หากบุคคลที่เราติดต่อด้วยต้องการให้เช็นด้วยหมึกสีอะไรไม่ใช่ปัญหาครับหากทางเราได้เตรียมวิธีการเก็บรักษาหลักฐานไว้ เพราะตำหนิที่เราทำไว้ในเอกสารสำเนาจะเป็นตัวชีได้ว่าเป็นสำเนาที่เราเคยส่งมอบให้ใคร และถ้าได้มีโอกาสถ่ายรูปบุคคลที่เราส่งมอบเอกสารให้ไว้ด้วย         ก็ยิ่งเป็นผลดี โทรศัพท์สมัยนี้ใช้ถ่ายรูปได้ลองเอามาใช้ประโยชน์ด้านนี้ดู

ตัวผมเองใช้วิธีตามที่แนะนำมานี้ครับและไม่เคยไปขีดฆ่าลงบนสำเนาบัตรประชาชน เพราะหากผมถูกฟ้องคดีว่าเป็นหนี้ที่              ผมไม่ใช้ผู้ก่อให้เกิดขึ้น  และจะตรวจสอบได้ว่าสำเนาบัตรประชาชนที่โจทก์ใช้อ้างแสดงว่าผมเป็นผู้ทำสัญญามาจากแหล่งใด ผมต้องแจ้งความดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทหรือธนาคารว่ารวมกันปลอมเอกสารเพราะวิธีการเก็บหลักฐานไว้แต่ต้นสามารถพิสูจน์ได้

อย่าเกรงกลัวจนไม่กล้าใช้สำเนาบัตรประชาชนไปทำนิติกรรมใดๆ หากท่านไม่ได้ทำนิติกรรมนั้นจริงๆ พิสูจน์ได้แน่นอน และใช้วิธีการตามที่แนะนำก็จะง่ายต่อการพิสูจน์

หวังว่าจะเป็นที่เข้าใจชัดแจ้งนะครับ