สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้มีเรื่องการตลาดกับเด็กๆมาเสนอค่ะ
ดิฉันได้พูดคุยกับพี่ผู้จัดการร้านรถจักรยานยนต์ที่รู้จัก โดยถามไปว่า ทุกวันนี้เวลามีคนมาซื้อรถเนี่ยจะเน้นไปพูดขายรถให้กับผู้หญิงใช่หรือเปล่า เพราะว่าส่วนใหญ่เวลามีลูกค้ามาซื้อ ผู้หญิงจะเป็นคนตัดสินใจแล้วจ่ายเงิน

พี่เขาตอบมาว่า ไม่ใช่แล้ว มันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ต้องเน้นไปที่เด็ก (คุณลูกที่มาด้วยนั่นเอง) ส่วนใหญ่เวลาลูกค้ามาซื้อก็จะมากันเป็นครอบครัว มีลูกมาด้วย ต้องตามใจลูก พ่อแม่มีหน้าที่จ่ายเงินอย่างเดียว มีอยู่เคสหนึ่งค่ะ คนเป็นแม่ซื้อรถไปให้ลูกแต่ลูกไม่ชอบรุ่นนั้น ไม่ยอมขับ ไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่กินข้าวประท้วง จนสุดท้าย คุณแม่ต้องเอารถมาคืน ยอมจ่ายค่าสึกหรอกับทางร้าน และเปลี่ยนเป็นรุ่นที่ลูกต้องการแทนค่ะ พี่เขายังบอกอีกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้หมด มาถึงร้านต้องตามใจลูกอย่างเดียว เข้าทำนองที่ว่า.....
“ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน ” ฉะนั้นเดี๋ยวนี้เวลามีครอบครัวที่มาซื้อรถให้ลูก ส่วนมากจะเป็นวัยรุ่น เด็กนักเรียน ม.ต้น-ปริญญาตรี ค่ะ พวกเซลล์ต้องเข้าไปคุยกับเด็กๆ และต้องเข้าใจว่า
” ก่อนการสื่อสารทุกครั้ง ผู้ส่งสารต้องมีความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาว่า มนุษย์มีความแตกต่างระหว่างบุคคล อาทิ ความแตกต่างกันทางสติปัญญา ความถนัด ความสนใจ การศึกษา ศาสนา เพศ อายุ ภูมิลำเนา ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ” (จากหนังสือ จิตวิทยาการสื่อสารของมนุษย์ )
สำหรับการขายรถจักรยานยนต์ให้เด็กๆวัยรุ่นนั้น ส่วนใหญ่พวกเขาจะรู้ความต้องการของตนเองอยู่แล้วว่าต้องการรุ่นไหน แบบไหน (อาจเห็นตามโฆษณา TV, สินค้าตัวอย่าง หรือ เห็นเพื่อนๆใช้แล้วอยากได้บ้าง) จึงขอให้พ่อแม่พามาซื้อค่ะ ฉะนั้นคนขายต้องดูว่าเด็กๆสนใจรุ่นอะไร อยากได้แบบไหน แล้วใช้เทคนิคล่อใจต่างๆมาล่อใจเด็กๆ ส่วนมากพวกของแถมเช่นเสื้อ เตารีด พัดลม หรือหม้อหุงข้าว ของพวกนี้ไม่ได้ผลกับเด็กๆค่ะ ถ้าเจอกับเด็กๆก็ต้องเน้นไปที่ของตกแต่งรถสวยๆ เท่ห์ๆ มากกว่าค่ะ
สรุป
การใช้จิตวิทยาการขอกับเด็กๆ ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าความต้องการหรือสิ่งที่เขาสนใจคืออะไรแน่ค่ะ เด็กส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่เขาต้องการเช่น ของแถม ส่วนลด เงินดาวน์เหมือนผู้ใหญ่ค่ะ พวกเขาจะให้ความสนใจส่วนใหญ่ไปในตัวสินค้าที่เขาต้องการค่ะ
เห็นด้วยกับคุณอรค่ะ เพระที่บ้านก็มีหลายเคสมากที่คุณแม่เลือกรองเท้าแล้วชอบถามลูกว่าสวยมั๊ย(คุณลูกอายุไม่ถึง 5ขวบนะค่ะ
คุณลูกบอกว่าไม่สวย คุณแม่ก็ไม่เอาเลยค่ะ ทำให้ขายรองเท้าคู่นั้นไม่ได้เลยค่ะ
แบบนี้ถ้าเราเจอผู้หญิงกับเด็กนี่ รับมือยังไงดีคะ
ก็ช่วยเล่นกับเด็กแล้วให้คุณแม่เลือกของไปค่ะ เพราะถ้าไม่มีมากวนคุณแม่ก็จะเลือกของได้ง่ายและเร็วขึ้นค่ะ อิอิ
เหตุผลของการซื้อสินค้า
ผู้ซื้อ ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ก็มี
ผู้ซื้อ มีอำนาจในการตัดสินใจ ก็เยอะ
ผู้ตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่ผู้ซื้อโดยตรง ก็มี
การตลาดถึงได้เยอะแยะเต็มไปหมดค่ะ
j
นั่นสินะคะ พี่ jw
การตลาดเยอะแยะเต็มไปหมด ต้องดูว่าเราเจาะกลุ่มลูกค้าแบบไหน หรือไม่บางทีเราก็ต้องปรับให้ตรงตามกลุ่มลูกค้าในแต่ละแบบ