สวัสดีครับลูกศิษย์ชาว สขช. ที่รักทุกท่าน
วันนี้ผมได้รับเกียรติจากสำนักข่าวกรองแห่งชาอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 4 คือ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการวิชาการในโครงการพัฒนาภาวะผู้นำ ระดับผู้อำนวยการส่วน / หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ระดับ 7 – 8 จำนวน 45 คน โดยผมทำหน้าที่ออกแบบจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้รวม 18 ชั่วโมง ซึ่งผมก็ได้เลือกหัวข้อที่น่าสนใจและคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคตของ สขช. ประกอบด้วย
1. HR for Non-HR
2. การสร้างและบริหารทีมงาน
3. จริยธรรมสำหรับนักบริหาร
4. ผู้นำ.. วัฒนธรรมองค์กรและความเป็นเลิศ
5. การสอนงาน (Coaching)
วันนี้เป็นวันแรกที่เราจะเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องของการบริหาร “คน” ในองค์กร หรือ HR for Non – HR ซึ่งคงจะมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ และผมขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์








วิเคราะห์แนวคิดของอาจารย์จีระ เลือกประเด็นหลัก 2 เรื่องที่นำมาใช้ในสำนักข่าวกรองฯ แต่เน้นสิ่งที่ปฏิบัติได้ (ใช้ Flipchart)
กลุ่มที่ 1
คำ 3 คำที่สำคัญของเราในวันนี้ คือ
v Mindset
v Change
v องค์กร
เราต้องปรับตัวร่วมกันภายใต้เครือข่ายของเราทั้งภายในและภายนอกเพื่อความสำเร็จขององค์กร สิ่งที่สำคัญคือการปรับ Mindset ของตัวเราเองก่อน
วันนี้เราต้องค้นหาว่าเครื่องมือในการเปลี่ยน Mindset ของคนใน สขช. คืออะไร?
กลุ่มที่ 2
Unlearn และ Re-learn ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กร
วันนี้เราต้องค้นหาว่าเครื่องมือในการเปลี่ยน Mindset ของคนใน สขช. คืออะไร?
กลุ่มที่ 3
v มนุษย์จะต้องใฝ่รู้ พัฒนาเพื่อให้เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าเครื่องจักรหรือสิ่งของอื่น ๆ
v องค์กรจะประสบความสำเร็จได้คนในองค์กรต้องมีสปิริต มีการทำงานเป็นทีม มีการสร้างเครือข่าย
ฟังคุณพารณและประสบการณ์ของปูนซีเมนต์ไทย นำมาใช้กับ สขช. ได้อย่างไร ระหว่างจีระ – พารณ มีอะไรที่คล้ายกัน 1 เรื่อง มีอะไรที่ต่างกัน 1 เรื่อง
กลุ่มที่ 4
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนขององค์กรที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับคนในทุกระดับ คือ
v ให้ความรู้
v ให้มีส่วนร่วม
v รักษาคนดี คนเก่ง คัดคนใหม่ที่มีคุณภาพ แล้วส่งเสริมให้เขาเป็นคนเก่ง คนดี และอยู่กับองค์กร
กลุ่มที่ 5
ได้เรียนรู้แนวทางในการบริหารคนที่มีความเชื่อและศรัทธาว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร ซึ่งในสขช.น่าจะ
v เสริมสร้างให้คนมีประสิทธิภาพในการทำงาน
v เน้นระบบคุณธรรม
v ผู้นำต้องเห็นคุณค่าของการพัฒนา HR
v ทุกคนพูดภาษาเดียวกันไปในทิศทางเดียวกัน
ใน 8 ประเด็นของความเป็นผู้นำของ ปธน. Nelson Mandela สิ่งที่ผมชอบคือ 1) ความกล้าหาญ สามารถที่จะจุดประกายให้คนอื่นไปสู่จุดของความเป็นเลิศ 2) การจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักดีว่าเขาชอบอะไร 3) ความใกล้ชิดทั้งกับเพื่อนฝูงและคู่แข่ง 4)การมีภาพลักษณ์ที่ดี และ 4) การรู้จักว่าจังหวะไหนจะพอหรือถอย ส่วนประเด็นอื่นๆนอกเหนือจาก 8 ประเด็นที่ ปธน.Mandela ไม่ได้กล่าวถึง แต่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อ สขช.ได้แก่ ความซื่อสัตย์ (honesty) และ ปราศจากอคติ ( unbiased)
ความคิดของเมนเดลา ที่ผมชอบ มี 2 เรื่อง คือ ความกล้าหาญ และรู้ว่าจังหวะไหน จะพอหรือจะถอย
สำหรับส่งที่เมนเดลาไม่ได้พูดถึง แต่มีความสำคัญสำหรับคุณลักษณะผู้นำของ สขช. คือ Integrity และ อุดมการณ์ในการทำงาน
ความเห็นของผมที่เห็นสอดคล้องกับเมเดลลาที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร สขช.คือความกล้าหาญ ,การบริหารศัตรูและการเป็นผ้นำที่ดี แต่ที่ยังขาดไม่ได้พูดถึงคือคุณธรรมและความจงรักภักดีที่จะสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นที่จะทำงานเป็นทีม
มีความเห็นสอดคล้องกับแมนเดลาในประเด็นควรเป็นผู้นำที่ใกล้ชิดกับเพื่อนโดยเฉพาะศัตรู รวมทั้งการจัดการกับศัตรูเพราะจะทำให้เราสามารถข้าใจภารกิจของเราแลเห็นด้วยกับประเด็นการเป็นผู้นำอยู่ข้างหน้า เนื่องจากต้องทำงานเชิงรุก และตั้งรับโดยไม่ประมาท แต่เห็นว่าควรจะเพิ่มความซื่อสัตย์ต่อตนเองและการมีคุณสมบัติ to share and to care
ประเด็นความเป็นผู้นำของ Mandela ที่น่าจะนำมาใช้กับ สขช. ได้แก่
1) ผู้นำที่มีความกล้าหาญ เนื่องจาก สขช. ต้องการเป็นองค์กรข่าวกรองที่เป็นเลิส ดังนั้น Role Model ของผู้นำที่มีความกล้าหาญจะนำพา สขช. ให้เป็นองค์กรข่าวกรองที่เป็นเลิศ จึงมีความสำคัญต่อการกระตุ้นจิตสำนึกให้ จนท.ทุกคนมีพลังร่วมกันสานฝันทำงานและพัฒนา สขช. ให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรข่าวกรองที่เป็นเลิศได้
2) ผู้นำที่ไม่เน้นถูกผิดหรือขาวดำ 100 % เนื่องจากใน สขช. ไม่ได้มีความคิดและความต้องการที่สอดคล้องกันทั้งหมด ดังนั้น การพบกันครึ่งทาง โดยมีการประนีประนอม ที่เหมาะสมแต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันได้แบบ Win – Win จึงน่าจะเป็นทางออก ที่จะช่วยให้ จนท. ทุกคนยอมรับได้ ซึ่งจะทำให้เกิดบรรยากาศความพึงพอใจใน สขช. หรือทำให้ จนท.ทำงานอย่างมีความสุข และสามารถจะประสานให้ จนท. ทุกคนร่วมกันทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กรได้
ประเด็นความเป็นผู้นำที่ Mandela ไม่ได้กล่าวไว้ แต่เห็นว่ามีความสำคัญควรนำมาใช้กับ สขช. ได้แก่
1) ผู้นำที่มีจริยธรรมและคุณธรรม เนื่องจาก สขช. เป็นองค์กรข่าวกรองที่มีภารกิจสำคัญในการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติและประชาชน จึงจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง คำนึงถึงส่วนรวม คือ ชาติและประชาชน ไม่ฝักใฝ่อำนาจและผลประโยชน์ที่มิชอบ รวมทั้งต้องมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละ ขณะเดียวกัน การบริหารงานภายในองค์กรก็มีความจำเป็นต้องใช้ Merit System และ Good Governace อย่างจริงจัง เพื่อให้ จนท.สขช. ทำงานอย่างมีความสุข และมีพลังทุ่มเทที่จะทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรมากขึ้น
2) ผู้นำที่เห็นคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ จะทำให้ จนท.สขช. ได้รับการพัฒนาและเพิ่มพูนจิตสำนึกที่ดีงามต่อการทำงานและองค์กร มีความคิดที่เป็นระบบ เปิดกว้าง และยอมรับการปรับเปลี่ยน รวมทั้งมีความรู้และทักษะที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศและของโลก มีพฤติกรรมในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และที่สำคัญ ผู้นำที่เห็นคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ จะทำให้ จนท. มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น
ธรรมศักดิ์ สกุลดี
4 ก.พ.53
ภาวะความเป็นผู้นำที่ Mandela กล่าวถึงมีอยู่ 2 ประเด็นที่มีความสำคัญต่อ สขช. คือผู้นำต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี มีความสง่างามในทุกโอกาสและไม่เน้นการถูกหรือผิดแบบ 100% โดยมีการประนีประนอมที่เหมาะสมแต่ยังคงรักษาหลักการไว้ ส่วนภาวะความเป็นผู้นำที่ Mandela ไม่ได้กล่าวถึง แต่มีความสำคัญต่อ สขช. คือความมีคุณธรรมในการบริหารงานและการให้ความสำคัญกับคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในองค์กร
<p>ชื่นชมแมนเดลามาก โดยเฉพาะคุณสมบัติความกล้าหาญ อดทน และความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ของตนเอง แม้ว่าอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก(ในคุก) ถึง 27 ปี ก็ไม่ย่อท้อ แต่กลับใช้เวลานั้นสะสมพลัง เพือกลับมาทำตามที่มุ่งหวังไว้จนสำเร็จ
คุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งคือ เป็นแม่พิมพ์ เป็นแบบอย่างที่ดี สมควรแก่การที่เราจะเคารพได้อย่างสนิทใจ
นอกจากนี้ ผู้นำทีมีภาวะผู้นำที่แท้จริง และเป็นคุณสมบัติทีผู้นำสขช.ต้องมี ก็คือ ความซื่อสัตย์ และ คุณธรรม ซึ่งแม้ว่าในกรณี
แมนเดลา ไม่กล่าวถึง แต่เชื่อว่าเขามีค่ะ.....ชลดา โชติสุวรรณ
สขช.
ที่ Mandela ไม่ได้พูดคือ
1. Coaching แปลว่า การฝึกสอน สอนพิเศษ ตรงนี้หมายถึงดูแลเอาใจใส่สารทุกข์สุขดิบจ๊ะ Mandela ไม่มีตรงนี้ เพราะสังคมคนดำมีความเอื้ออาทรกันอยู่แล้ว เลยไม่ถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกับคนไทยสมัยนี้
2. Creativity แปลว่าสร้างขึ้นใหม่ ตรงนี้หมายถึงรวบรวมมาเสนอแนะสิ่งใหม่ๆแต่เป็นสิ่งใหม่ที่จะทำให้ดีขึ้นไม่ใช้อาจจะดีขึ้น แต่กว่าจะดีชาวบ้านโดยรวบกะโหลกเป็นแถบๆ ในยุคของ Mandela ไม่จำเป็นต้อง Creativity เพราะต่อสู้กันผิวขาวให้สำเร็จก่อน เป็นเป้าหมายหลัก ชนะแล้วจัดระเบียบตามต้องการแล้วนะแหละ คือจะเริ่มมี Creativity แต่ทั้งนี้ถ้าบ้านเมืองอยู่ดีมีกิน สบาย สันดานไม่เสีย กันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมี Creativity มากนักก็ได้ ถ้าคนรอบข้างตามไม่ทัน Creativity ก็ไม่สร้างปัญหาในการดำเนินของเขาได้
ที่ Mandela ไม่ได้พูดคือ
1. Coaching แปลว่า การฝึกสอน สอนพิเศษ ตรงนี้หมายถึงดูแลเอาใจใส่สารทุกข์สุขดิบจ๊ะ Mandela ไม่มีตรงนี้ เพราะสังคมคนดำมีความเอื้ออาทรกันอยู่แล้ว เลยไม่ถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกับคนไทยสมัยนี้
2. Creativity แปลว่าสร้างขึ้นใหม่ ตรงนี้หมายถึงรวบรวมมาเสนอแนะสิ่งใหม่ๆแต่เป็นสิ่งใหม่ที่จะทำให้ดีขึ้นไม่ใช้อาจจะดีขึ้น แต่กว่าจะดีชาวบ้านโดยรวบกะโหลกเป็นแถบๆ ในยุคของ Mandela ไม่จำเป็นต้อง Creativity เพราะต่อสู้กันผิวขาวให้สำเร็จก่อน เป็นเป้าหมายหลัก ชนะแล้วจัดระเบียบตามต้องการแล้วนะแหละ คือจะเริ่มมี Creativity แต่ทั้งนี้ถ้าบ้านเมืองอยู่ดีมีกิน สบาย สันดานไม่เสีย กันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมี Creativity มากนักก็ได้ ถ้าคนรอบข้างตามไม่ทัน Creativity ก็ไม่สร้างปัญหาในการดำเนินของเขาได้
1. ลักษณะของผู้นำองค์กรข่าวกรองฯ 2 ประเด็นที่ Mandela ไม่ได้พูดถึง คือ
ผู้นำต้องมีจริยธรรม คุณธรรม มีวิสัยทัศน์ที่ดี
ต้องเป็นนักบริหารจัดการที่ดีและนักการข่าวที่ดี มีการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
2. ใน 8 ประเด็นเรื่องภาวะผู้นำของ Mandela มีเรื่องต่อไปนี้ที่เหมาะกับผู้นำองค์กรข่าวกรอง คือ
ความกล้าหาญ มีความสามารถที่จะจุดประกายให้คนอื่นสามารถไปสู่จุดของความเป็นเลิศ
การจัดการบริหารศัตรู คือ ศึกษาศัตรูให้ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงาน
ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อทำให้บุคลากรในองค์กรชื่นชมและศรัทธา และปฏิบัติตามในสิ่งที่ผู้นำจะพาองค์กรไป
1. ประเด็นที่ชอบความคิดความเป็นผู้นำของ Mandela
ความกล้าหาญ เป็นประเด็นที่ผู้นำทุกคนต้องมี เป็นความกล้าที่จะนำหน้า ไม่ใช่ให้ผู้อื่นหรือลูกน้องนำหน้าแล้วตนเองไม่ต้องเสี่ยง
การจัดการบริหารศัตรู ผู้นำต้องมองกว้างมองไกล รู้จุดอ่อนจุดแข็งของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนำมาวางแผน/ออกแบบการจัดการกับคู่แข่งหรือบริหารคนในองค์กรได้อย่างประสบผลสำเร็จ
2. ประเด็นที่ Mandela ไ Mandela ไม่ได้พูดถึงและจำเป็นสำหรับ สขช.
ความเสียสละ
ความมีศักดิ์ศรี
สขช. เป็นหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องอยู่เบื้องหลังเพื่อสนับสนุนข้อมูลความมั่นคงให้กับรัฐโดยที่ไม่สามารถแสดงผลงานกับผู้ใดได้ ดังนั้น ผู้นำและบุคลากรต้องมีจิตสำนึกความเสียสละเป็นอย่างสูง ในขณะที่ความมีศักดิ์ศรีเป็นความรู้สึกใต้สำนึกที่ต้องให้บุคลากรทุกคนต้องมี มิฉะนั้นจะเป็นที่มาของข่าวกรองฯ เพื่อประจบผู้บริหาร การาทำงานเพื่อรับใช้นาย การทุจริตโดยอาศัยนายบังหน้านำไปสู่การเติบโตโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี องค์กรจะเสื่อมลงในที่สุด
การเป็นผู้นำที่มีภาพลักษณ์ที่ดี ปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติ
การจะอยู่แบบผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อนแนบแน่นกับคู่แข่งหรือคนที่เราไม่ชอบต้องใกล้ชิดให้มาก
มีความกล้าหาญ ไม่มีความกลัว แต่มีความสามารถจุดประกายให้ผู้อื่นสามารถไปสู่จุดมุ่งหมาย
Mandela จะไม่ใช้ความรุนแรง
สิ่งที่ Mandela พูดถึงลักษณะของผู้นำมี 2 ประเด็นที่สำคัญ คือ
1. Coaching คือ ทักษะที่ผู้นำทุกคนจะต้องมี คือ รู้ปัญหาต่าง ๆ ของลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานในงานที่ทำ
2. Creativity หรือ ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องจำเป็นมาก
สิ่งที่ Mandela ไม่ได้พูดถึงลักษณะของผู้นำมี 3 ประเด็นที่ผู้นำของสขช.ควรมี คือ
1. การมีจริยธรรม
2. การมีความซื่อสัตย์
3. การมีความจงรักภักดีต่อองค์กร
4. การบริหารแบบโปร่งใส
ประเด็นความเป็นผู้นำของ Mandela ที่น่าจะนำมาใช้กับ สขช. ได้แก่
1. ความกล้าหาญ สขช.ควรมีผู้นำที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ กล้านำองค์กรสู่สิ่งที่ควรจะเป็น และกล้าที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
2. ผู้นำต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี เป็นต้นแบบที่ดี มีความยิ้มแย้มแจ่มใส มีความเป็นกันเอง
ประเด็นความเป็นผู้นำที่ Mandela ไม่ได้กล่าวไว้ แต่มีความสำคัญควรนำมาใช้กับ สขช. ได้แก่
การสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากรในองค์กร
ประเด็นที่มีอยู่ในตัวของท่าน Mandela แต่ไม่ได้พูดเอาไว้ คือ ความยึดมั่นในคุณงามความดีอย่างแน่วแน่
สิ่งที่ผู้นำ สขช.ควรยึดมั่นตามแนวทางของท่าน Mandela คือความมีศักดิ์ศรี ทำเพื่อประเทศชาติ
ปราศจากอคติทางการเมือง
ผู้ที่จะอยู่แถวหน้าและนำ สขช.สู่ความเป็นหน่วยข่าวกรองชั้นนำ ประการสำคัญต้องมี"ความกล้า"ที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเก่าๆ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน อีกทั้งต้อง"รู้เขารู้เรา" โดยเฉพาะศักยภาพที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ ลักษณะ 2 ประการใกล้เคียงแนวทางของ Mandela แต่นั่นเป็นลัษณะในตัวบุคคลมากกว่า ผมเห็นต่างออกไปว่า ผู้นำการเปลี่ยนแปลงควรให้ความสนใจสภาวะแวดล้อมอีก 4 คำ ที่เสริมหนุนซึ่งกันและกัน ได้แก่ "สร้างคน สร้างงาน สร้างสรรค์ สามัคคี" กล่าวคือ มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถและสมรรถนะของคน สขช. ให้สร้างงานที่มีคุณภาพชั้นหนึ่ง มีมุมมองเชิงบวก และทำงานเป็นทีมที่รู้จักแบ่งปันข่าวและความรู้เพื่อความสำเร็จของส่วนรวม
ปิยะ คงขำ (กลุ่ม 2)
สิ่งที่ Mandela กล่าวถึงของความเป็นผู้นำ มีความสำคัญทุกประเด็น แต่จะเลือกใช้ในสถานการณ์และ โอกาสที่เหมาะสมอย่างไร
สิ่งที่ผู้นำทุกระดับของ สขช.ควรยึดมั่นและสร้างให้เกิดขึ้นกับผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ คือการทำงานเป็นทีม และการยอมรับ ศรัธทา ต่อผู้ร่วมงาน
วันเพ็ญ กลุ่ม 3
ทั้ง 8 บทเรียนผู้นำของ Mandela สามารถนำมาใช้กับงานของ สขช. ได้ทั้งหมด แต่จะยกมาเพียง 3 เรื่อง ดังนี้
1. ความกล้าหาญ จนท.สขช.ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำควรมีความกล้าที่จะตัดสินใจอย่างมีหลักการ กล้าที่จะรับผิดชอบ และกล้าที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
2. ภาพลักษณ์ที่ดี จะช่วยสร้าง first impression ที่ดีแก่ผู้พบเห็น เป็นพื้นฐานที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่น และการโน้มน้าวจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือตัวแหล่งข่าว
3. ผู้นำที่ดีต้องไม่เน้นถูกต้องหรือผิดแบบ 100% งานด้านการข่าว มีรากฐานมาจากการสะสมประสบการณ์ในอดีตของ จนท.หน่วยข่าวทั้งหลาย ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการหรือมาตรการใด ๆ ที่ถูกต้อง 100 % ผู้นำที่ดีควรประนีประนอม รับฟังความเห็นของคนอื่นถึงแนวทางและวิธีการปฏิบัติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า จะนำไปไปสู่เป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน
ชื่นชม และประทับใจในแนวคิด การปฏิบัติของ Mandela ที่เด่นๆ 2 เรื่อง คือ
1.ความกล้าหาญ Mandela มีความกล้าหาญมาก ถึงแม้จะต้องอยู่ในคุกนาน 27 ปีแต่ก็ไม่สิ้นหวัง กล้าเผชิญกับสิ่งที่ประสบอยู่อย่างมีสติ และมุ่งมั่น สุดยอดจริงๆ
2.การรู้ว่าเวลาไหนควรจะพอหรือถอย กล้ายอมรับความจริง เปิดใจกว้าง
สำหรับคุณสมบัติจำเป็นที่ Mandela ไม่ได้พูดถึงแต่ควรมีใน สขช. คือ
- คุณธรรมและจริยธรรม
- Learning Culture (การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้)