เมื่อวานนี้ ๒ ก.พ. ๒๕๕๓ ผมได้นัดแนะกับทาง สพท. ของจังหวัดสารคาม ว่าจะนัดปิดประเด็นของการประเมินผลการแก้ไขรายงานการทำผลงานขอตำแหน่ง คศ ๓ เป็นครั้งสุดท้ายของรุ่นจำนวน ๘ ท่าน ที่ผมกำลังประเมิน

เพราะผมได้วิเคราะห์สถานการณ์ที่สุกงอมพอที่จะใช้เป็นทั้งบทเรียนของการทำงาน และต้นแบบของผลงานได้แล้ว

ผมจึงตัดสินใจบุกเดี่ยว

แบบ "ไม่เข้าถ้ำเสือ ไฉนเลยจะได้ลูกเสือ"

  • ใช้กลยุทธ์เผชิญหน้า
  • ถอดหน้ากาก ตาต่อตา ใจต่อใจ
  • คุยกันแบบตรง
  • ใช้การประเมินเชิงประจักษ์
  • สัมภาษณ์ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว
  • โดยมีเจ้าหน้าที่ สพท. เป็นพยาน

ทั้งส่วนที่เป็นการปฏิบัติงานในระดับ

  • สถานศึกษา
  • กลุ่มสาระ
  • วิชาที่สอน
  • การทำงานส่วนบุคคล
  • ปัญหา
  • แนวทางการแก้ปัญหา
  • วิธีการแก้ปัญหา
  • การเผยแพร่
  • การสร้างเอกสารเพื่อการสอนแบบต่างๆ
  • วิธีการสอน และ
  • แผนการสอนที่ได้ดำเนินการจนสำเร็จไปแล้ว

ซึ่งผมพยายามทำเป็นต้นแบบของกระบวนการประเมินที่ช่วยพัฒนาคุณภาพ ให้เจ้าหน้าที่ สพท. ได้เห็น "เชิงประจักษ์" จริงๆ แบบโปร่งใส ตอบได้ทุกคำถามว่าใครผ่านไม่ผ่านเพราะอะไร เพื่อ

  • การนำไปปรับใช้ในการทำงานประเมินต่างๆ ในระยะต่อๆไป
  • ทั้งการฝึกอบรมก่อนการดำเนินการ ต้นแบบของการเขียน
  • ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลาย การประเมินผลรายงานโดยการอ่าน การให้เวลาปรับแก้แบบต่างๆ
  • การปรับปรุง การทำรายงานเสริมเพื่อชี้แจงประกอบตามการปฏิบัติงานจริง
  • เทคนิคการเขียนในแต่ละบทตั้งแต่บทที่ ๑-๕ ที่ชัดเจน สอดคล้องกัน และเป็นไปตามหลักการ แต่ละขั้น แต่ละตอน
  • ทั้งในเอกสารประกอบการสอน แผนการสอน วิธีการสอน
  • พร้อมให้เลือกวิธีการแก้ไข ตามความชอบและความถนัดแต่ละคน โดยให้เจ้าหน้าที่ สพท. ดำเนินการต่อ ให้เป็นไปตามข้อตกลง แบบ "ใจต่อใจ"

ที่ทำให้ผู้ที่ผ่านทั้งหมดกล่าวว่า มีความมั่นใจ ภาคภูมิใจในตัวเอง ผลงานของตนเอง สามารถบอกต่อ สอนต่อ บางคนอยู่ในระดับที่สามารถเป็นวิทยากรได้

หลังจากการประกาศผลการประเมิน "แบบแยกระดับ" และ "ประเภท" ของความสำเร็จต่อหน้าทุกคน ให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับใด

ทำให้ทุกคนยอมรับ แสดงความรู้สึกที่ดีต่อการทำผลงานที่ผ่านมา

รวมทั้งยอมรับว่าที่ทำรายงานส่งมา มีทั้งที่ทำจริงและไม่จริง แต่ก็ได้เขียนให้ครบตามวิทยากร "ฝึกอบรม" แนะนำมา(อย่างไม่เหมาะสม)

และยินดีแก้ไข ให้เป็นไปตามความเป็นจริงของการทำงาน

หลังจากการประเมิน

กลุ่มผู้ผ่านการประเมินกล่าวว่าจะทำเสื้อรุ่น “คศ. ๓ รุ่น ดร.แสวง รวยสูงเนิน” เพื่อเป็นเกียติและความภาคภูมิใจในตัวเอง

ในการแก้ไขที่ผ่านมาทำให้เกิดการรวมกลุ่มของคนที่มีแนวคิดในการทำงานที่ได้ผลจริงจัง ที่รู้วิธีการทำงานและการแก้ปัญหา ทั้งๆที่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ผมจึงถือว่างานนี้ประสพผลสำเร็จสุวสุดเท่าที่ทำได้ในสภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่มีในระบบการศึกษาปัจจุบัน

ทำให้ผมได้

  • ผลงานต้นแบบที่ถูกต้องตามหลักการ
  • ได้บทเรียนของวิธีการประเมินจากทั้งการอ่าน และการสัมภาษณ์แบบ “เชิงประจักษ์”
  • ได้วิธีแยกผลงานที่เกิดจากการจ้างทำ การลอก และการแบบยกเมฆ(ไม่ได้ทำจริง) ออกจากผลงานที่เป็นจริง
  • ได้เพื่อนที่มีความรู้และความเข้าใจในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาของชาติ
  • ได้แนวทางการทำงานของครูและเจ้าหน้าที่ สพท. ในทุกขั้นตอนการทำงาน
  • ได้ตัวอย่างของรายงานที่ถูกต้อง
  • และ ได้ช่วยให้คนที่มีความสามารถ ได้ทำงานที่ถูกต้องตามหลักการและหลักวิชาการ

ผมจึงได้กล่าวสรุปในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่ร้านอาหารเมื่อวานนี้

โดยเน้นการชี้แจงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และการดำเนินงานที่ผ่านมา

ที่ทำให้ทุกคนเข้าใจและมีความรู้สึกที่ดีๆ ที่ควรค่าแห่งการฉลอง

และผมได้ขออภัย แสดงความขอบคุณในความพยายามและความอดทน ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

นี่เป็นอีกฉากของการทำงานที่ปิดลงได้อย่างดี แบบคาดไม่ถึง และไม่กล้าคาดล่วงหน้ามาก่อนครับ

เรียกได้ว่าทำไป ปรับไปทุกนาที ตามเป้าหมาย และแผนงานคร่าวๆที่วางไว้เดิม

ก็มีทั้งโชค ทั้งบุญ และวาสนาช่วยกันวิกฤติการทำงาน แบบคนดูและคนร่วมหายใจไม่ทั่วท้องไปตามๆกัน

คนที่ร่วมกิจกรรมวานนี้ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น

จนเรียกได้ว่าทุกคน (รวมทั้งผม) มีทั้งฤดูร้อน ฤดูฝน และ ฤดูหนาวในวันเดียวกันเลยครับ

และวันนี้ผมคิดว่าผมและทุกๆคน มีความสุขมากกว่าเดิมครับ

สวัสดีครับ