การเดินทางไปโรงเรียน ของเด็ก ป.2

          เป็นช่วงเวลาที่ฉันคิดว่ามีความทรงจำที่ดีที่สุด หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ พ่อแม่ของเราทำนา เป็นอาชีพหลัก ปลูกอ้อย จากมุมมองของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เราไปเรียนกันที่โรงเรียนวัด โรงเรียนมีสองส่วน ๆ โรงเรียนกับส่วนวัด  อนุบาล ป.1 เรียนที่โรงเรียนวัดอินทาราม (หนองขาวโกวิทอินทราทร) ป.2-ป3. ไปเรียนที่โรงเรียนวัด  ทุกเย็นหลังเลิกเรียนจะมีรุ่นพี่ ป.6 หรือที่โตที่สุดในแต่ละเส้นทางที่เดินทางกลับบ้าน ถนนราดยางมะตอยรถวิ่งสวนกัน (รถไม่มากเหมือนตอนนี้) สองข้างทางมีทุ่งนา มีต้นตาล บางช่วงมีซุ้มไผ่  รุ่นพี่จะถือธงสีแดงเป็นผ้าสามเหลี่ยมผูกติดปลายไม้ไผ่รวก รุ่นพี่เดินนำหน้า รุ่นน้องเดินตาม และมีรุ่นพี่อีกคนปิดท้าย ทุกคนจะเดินเป็นขนวนไม่มีใครแตกแถวเพราะพี่บอกว่าจะจดชื่อไปบอกครู  พอผ่านหน้าบ้านเด็กคนไหนก็จะแยกเข้าบ้านไป  เช้าวันรุ่งขึ้น พี่หัวหน้าแถวก็จะเดินมารับน้อง ๆ เดินไปเรียนหนังสือพร้อมกัน  ฉันและเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่จะเดินไปโรงเรียน ๆ อยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ยานพาหนะส่วนใหญ่ที่ใช้กันก็จะเป็น รถจักรยาน รถเครื่อง (มอเตอร์ไชด์) ไม่ค่อยมีรถยนต์ การเดินไปเรียนก็เลยเป็นเรื่องปกติ ฉันเรียนอยู่ ป.2 ต้องไปเรียนที่โรงเรียนวัด เดินผ่านจากโรงเรียนวัดอินทาราม ต้องผ่าน สระน้้ำมี สองฝั่ง สระแรกมีดอกบัวสีแดง สระที่สองมีดอกบัวสีขาว พักกลางวันเด็ก ๆ จะไปรวมตัวกันที่ลานใต้ต้นพิกุล ต้นสำโรง เล่นโดดยาง ปิดแอบ ตะกร้อปัด ตี่ เตย กระต่ายขาเดียว ไม้หึ่ง หมากเก็บ ผลัดเปลี่ยนกัน เป็นการเล่นที่ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ ของเล่นที่ต้องซื้อ ยอดฮิต เป็นลูกโป่งวิทยาศาสตร์  มานี มานะ ปิติ ชูใจ แบบเรียนที่เราเรียนกัน  สานปลาตะเพียน   ใบตองชุบน้ำเทียนไขขัดพื้นไม้ให้สะอาด  

ถึงวันนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป พ่อแม่ไปรับ ส่งลูก ๆ ที่โรงเรียน นักเรียนบางคนขี่รถจักยาน รถเครื่องไปโรงเรียนได้เอง นักเรียนเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ อาคารเรียนในโรงเรียนวัดได้รับการปรับปรุงให้เป็นศูนย์เผยแพร่วัฒนธรรมของหมู่บ้าน  สระน้ำถูกถมให้เป็นลานเอนกประสงค์ ต้นพิกุล ต้นสำโรงถูกตัดเพื่อสร้างสวนหย่อมที่สวยงาม ถนนยางมะตอยรถวิ่งสวนกันเปลี่ยนเป็นถนนสี่ช่องทาง การละเล่นต่าง ๆ ถูกนำมาแสดงในงานสืบสานวัฒนธรรมในเทศกาลสงกรานต์  แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ คนบ้านหนองขาวรักกันเหมือนพี่น้อง ส่วนใหญ่รู้จักกันตลอดหัวบ้านถึงท้ายบ้าน และสำเนียงเสียงเน่อ อันเป็นเอกลักษณ์