ท่านเล่าว่าตอนท่านเป็นอัยการผู้ช่วยใหม่เอี่ยม ลูกพี่ท่านยื่นสำนวนให้บอกให้ไปศาล โดยบอกว่า “เอ็งไปเลื่อนคดีให้หน่อย เอาวันว่างของพี่ไป เฮ้ย..อย่าซีเรียส เอ็งไปศาลบอกว่า “พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี” จำได้ไหม ไหนเอ็งลองท่องสิ..

        ชีวิตการว่าความในขณะเป็นทนายและเป็นอัยการของผม นอกจากจะว่าความกันหน้าดำคร่ำเครียดแต่บางวันก็มีฮาแบบน้ำตาเล็ด ยิ่งถ้าให้บรรดาอัยการมานั่งโจ้กันแล้วให้แต่ละคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละบัลลังก์ก็จะยิ่งได้อรรถรสมากขึ้น

        ใครที่เป็นอัยการผู้ช่วยใหม่ๆส่วนมากจะรู้ถึงหน้าที่ข้อนี้ดี ก็คือพอถึงวันที่ลูกพี่ต้องไปว่าความ เรามีหน้าที่ต้องหอบสำนวนตามลูกพี่ แต่ถ้าพยานไม่มาลูกพี่ก็จะมอบหมายให้เราไปเลื่อนคดี ผมก็ไปเลื่อนคดีเหมือนกัน เพราะพยานลูกพี่ไม่มาศาลแจ้งผลการส่งหมายว่าติดราชการ ลูกพี่ก็มอบหมายให้ไปเลื่อนคดี แต่ของผมตำรวจสองนายอ้างว่าติดราชการ ก็แถลงขอเลื่อนเพราะพยานติดราชการ ศาลท่านก็อายุมากแล้วเช่นกัน ท่านก็พูดขึ้นว่า “เอะอะก็อ้างติดราชการ ราชการอะไรก็ไม่บอก การมาศาลก็ต้องถือว่ามาราชการเหมือนกัน ต้องจัดการซะบ้าง ไม่งั้นมองศาลไม่มีความหมาย” ผมก็นึกในใจว่า ได้ดูของดีแน่เพราะผมเป็นทนายมาก่อน และก็จริงดังคาด ศาลจดรายงานว่า

        “การมาศาลถือเป็นราชการอย่างหนึ่ง ที่ผู้มาเป็นพยานต้องให้ความสำคัญ ส.ต.ท.......เป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ยังไม่รู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร จึงให้ออกหมายเรียกใหม่ นัดหน้าหากไม่มาศาลโดยอ้างติดราชการอีก ศาลจะพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรส่วนพ.ต.ท.....เป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ควรรู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร ถือว่า การอ้างลอยๆว่าติดราชการโดยไม่ปรากฏว่าราชการใดถือจงใจหลีกเลี่ยงไม่มาศาล จึงให้ออกหมายจับ” อิอิ

        ผมนั่งเล่าเรื่องนี้กับท่านฝ่ายฯ(อัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งเขต ๘) กับท่านอธิบดีฯ และอัยการผู้เชี่ยวชาญ หัวเราะกันคิกคัก ท่านฝ่ายฯก็เล่าเรื่่องตอนเป็นอัยการใหม่ๆให้พวกเราฟัง  ท่านเล่าว่าตอนท่านเป็นอัยการผู้ช่วยใหม่เอี่ยม ลูกพี่ท่านยื่นสำนวนให้บอกให้ไปศาล โดยบอกว่า “เอ็งไปเลื่อนคดีให้หน่อย เอาวันว่างของพี่ไป เฮ้ย..อย่าซีเรียส เอ็งไปศาลบอกว่า “พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี” จำได้ไหม ไหนเอ็งลองท่องสิ..

        ท่านฝ่ายฯผมก็ท่อง “พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี”

        ลูกพี่บอกว่า “ใช้ได้ เอ็งไปเลื่อนคดีเลย”

        ท่านฝ่ายฯผมก็ไปศาล ไปถึงบัลลังก์ที่จะไปเลื่อนคดีก็ไปเจอผู้พิพากษาที่ค่อนข้างสูงอายุนั่งพิจารณาคดี ศาลท่านก็ถาม “เอ๊า.. คดีนี้ว่าไง พร้อมไหม”

        ท่านฝ่ายฯผมก็ลุกขึ้นตอบตามที่ซ้อมมาแล้ว “ท่านครับ พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี”

        ศาลท่านก็ดุขึ้นมาว่า อะไร...เป็นอย่างนี้ทุกที ไม่ทราบผลการส่งหมาย แล้วทำไมไม่ถาม ไม่ติดตามก่อนล่ะ เป็นอัยการเป็นฝ่ายโจทก์มีหน้าที่นำพยานมาศาล ไม่ใช่มาแถลงแต่ไม่ทราบผลการส่งหมาย...!@#$%%^&*&#%$%^&&*”..”

        ท่านฝ่ายฯผมเป็นอัยการผู้ช่วยใหม่ๆก็งงสิครับ เพราะไม่มีอยู่ในตำราว่าศาลจะเฉ่งอัยการถ้าตอบไม่รู้เรื่อง หลังจากที่ศาลท่านโล้งเล้งไปพักใหญ่ ก็ถามว่า “เอา..อัยการจะเอายังไง”

        ท่านฝ่ายฯผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะลูกพี่สอนมาแค่นั้น ก็พูดว่า “พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี” ฮา..... คราวนี้ ศาลยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นก็เล่นงานท่านฝ่ายต่อให้รู้จักความรับผิดชอบในการทำหน้าที่...ท่านฝ่ายฯผมก็มึนเพราะเรียนจบมาไม่เคยว่าความแต่ที่สอบอัยการได้เพราะทำหน้าที่นิติกรไม่เคยว่าความ และในตำราไม่มีเรื่องที่จะถูกศาลเฉ่ง  ศาลว่าอะไรท่านฝ่ายฯผมก็นั่งระงับอารมณ์ทั้งๆที่อายแสนอายเพราะในห้องมีทั้งทนาย พยาน ฝ่ายจำเลย อยู่กันเต็มไปหมด  ท่องในใจว่า“เขาไม่ได้ด่าตู.....เขาด่าคนอื่น....เขาไม่ได้ด่าตู.....เขาด่าคนอื่น.....” ฮา....

        ศาลด่าจนเหนื่อย แล้วก็ถามว่า จะเอายังไง.....ท่านฝ่ายผมฯก็ตีหน้าเซ่อ.... “พยานไม่มาศาล ไม่ทราบผลการส่งหมาย ขอเลื่อนคดี” ฮา ฮา ฮา.... ศาลก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ไอ้นี่เป็นอัยการผู้ช่วยหน้าใหม่ โกรธมันก็ไม่ถูก โกรธลูกพี่มันก็ไม่อยู่ในห้องให้ด่า ในที่สุดศาลก็บอกว่า “เอาวันว่างมา....” ฮา....ศาลยอมให้เลื่อนคดี (โปรดติดตามความมันตอนต่อไป) อิอิอิ