เครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสตูลจับมือภาคีจัดเวทีเรียนรู้แผนพัฒนาภาคใต้ และจัดทีมวางแผนการขับเคลื่อนในระดับตำบลโดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกหลัก เพื่อระดมความคิดเห็นของคนท้องถิ่นต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาสตูลอย่างยั่งยืน
นับวันกระแส “เมกะโปรเจคต์” ภายใต้แผนพัฒนาภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น “เซาท์เทิร์นซีบอร์ด” อันมีรูปธรรมอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือ “โครงการความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย” ที่มีโครงการแลนด์บริดจ์ หรือสะพานเศรษฐกิจ เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน ตรงอาณาบริเวณสงขลา – สตูล ที่มีท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล และสารพัดนิคมอุตสาหกรรม ท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ และโรงไฟฟ้า ผุดขึ้นมารองรับ รวมไปถึง “บิมเทค” ความร่วมมือ 7 ชาติ ไทย พม่า บังคลาเทศ เนปาล ภูฏาน อินเดีย ศรีลังกา ที่ใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในย่านนี้ ซึ่งขณะนี้คนกลุ่มหนึ่งกำลังคิดจะถมทะเลประมาณ 3 พันไร่ ตรงอ่าวภูเก็ต ทำท่าเรือท่องท่องเที่ยว กับศูนย์ประชุมนานาชาติ พร้อมที่พัก และห้างสรรพสินค้า รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
จึงไม่แปลกที่คนภาคใต้ยามนี้ จะเงี่ยหูตั้งใจฟังรายละเอียดเกี่ยวกับแผนพัฒนาภาคใต้ด้วยความตั้งใจยิ่ง
โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2553 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลละงู มีการสัมมนาว่าด้วยแผนพัฒนาภาคใต้ กับการสร้างสุขของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจัดโดยเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสตูล และภาคประชาสังคมจังหวัดสตูล โดยมีผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ตัวแทนสภาองค์กรชุมชน นักวิชาการ นักพัฒนาเอกชน รวมทั้งตัวแทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน รวมประมาณ 50 คน
นายกิติโชติ ชนะหลวง แกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การจัดเวทีในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ การระดมความคิดเห็น และจัดทีม กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนสตูลต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดสตูล”
โดยในการสัมมนามีการนำเสนอข้อมูลแผนการพัฒนาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่ง [b]ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบาราให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการส่งออก ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกสำหรับการส่งสินค้าออกและนำเข้าในพื้นที่เหมาะสม ซึ่งในที่นี้ได้แก่ท่าเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งควรพัฒนาเป็นท่าเรือเอนกประสงค์ (Multi – purpose Port) กล่าวคือ เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าแบบใส่ตู้สินค้า แบบเทกอง และสินค้าเหลวทางท่อ ได้แก่ น้ำมัน แก๊ส สารเคมี นิคมอุตสาหกรรม ที่ต้องพัฒนาควบคู่กับท่าเรือน้ำลึก ซึ่งมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมอยู่ประมาณ 150,000 ไร่ ในบริเวณอำเภอละงู จังหวัดสตูล (ดูในรูป) นิคมอุตสาหกรรมในที่นี้แบ่งเป็น 3 เขต คือ
1.เขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก (Export Processing Zone) เป็นเขตอุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออกทั้งหมด โดยไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากร ทั้งในกรณีนำวัตถุดิบเข้า และเมื่อส่งออกสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งจะช่วยให้รวดเร็วและลดต้นทุนการผลิตกับต้นทุนโลจิสติกส์
เขตอุตสาหกรรมหนัก ที่ใช้เทคโนโลยีสะอาดปราศจากมลพิษ อุตสาหกรรมหนัก หมายถึง อุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงไปข้างหน้า (Backward Linkage) สูง เช่น อุตสาหกรรมพลาสติก เป็นต้น
เขตอุตสาหกรรมเบา เป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงไปข้างหน้าและข้างหลัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหารทะเลกระป๋อง เป็นต้น
เขตอุตสาหกรรมสนับสนุนและต่อเนื่องกับท่าเรือ ได้แก่ อู่ซ่อมหรือต่อเรือ และ อุตสาหกรรมซ่อม และล้างตู้ขนสินค้า เขตนี้อยู่ติดหรือใกล้กับท่าเรือน้ำลึกปากบารา
บ่อบำบัดน้ำเสียและโรงงานกำจัดขยะอุตสาหกรรมร่วมของโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม
2. คลังสินค้าทัณฑ์บนของกรมศุลกากร ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและบริหารคลังสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรม ที่นำวัตถุดิบเข้าจากต่างประเทศ
3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมได้แก่ สร้างสถานีย่อยไฟฟ้า น้ำประปา/น้ำสำหรับอุตสาหกรรม และโทรคมนาคม นอกจากนี้รัฐบาลต้องสร้างโครงข่ายถนนและทางรถไฟจากนิคมอุตสาหกรรมเชื่อมตลาดภายนอกนิคมอุตสาหกรรม
ยุทธศาสตร์พัฒนาสะพานเศรษฐกิจสายสตูล – สงขลา หรือ แลนด์บริดจ์สงขลา – สตูล การสร้างท่าเรือปากบาราเป็นการเปิดประตูการค้าสู่ทะเลด้านตะวันตกของไทย รัฐบาลจะสร้างสะพานเศรษฐกิจเชื่อมระหว่างท่าเรือปากบาราและท่าเรือสงขลา โดยการสร้างขยายหรือปรับปรุงโครงข่ายการคมนาคม ในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1.การขนส่งด้านถนน รัฐบาลควรพัฒนาโครงข่ายถนนทั้งโครงข่าย ถนนรอบท่าเรือปากบาราและโครงข่ายถนนที่เชื่อมสตูลไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะการขยายและปรับปรุงเส้นทางเชื่อมระหว่างสามแยกคูหา อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และทางหลวงหมายเลข 408 เพื่อช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือ หรือสร้างถนนสายในจากอำเภอละงู จังหวัดสตูล ไปท่าเรือสงขลา ด้วยการเจาะอุโมงค์ สร้างถนนและรางรถไฟรางคู่ไปพร้อมกัน
2. การขนส่งทางรถไฟ การขนส่งทางรถไฟควรใช้เป็นวิธีการขนส่งหลัก (Transportation Mode) ในการขนส่งสินค้าจากท่าเรือทั้งสอง โดยสร้างทางรถไฟระบบรางคู่ เพื่อให้ได้การขนส่งที่รวดเร็ว ในปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อมาถึงจังหวัดสตูล ทางรถไฟที่อยู่ใกล้ท่าเรือปากบารา คือ เส้นทางที่ไปทางอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดสตูล โดยมีสถานีอยู่ที่อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด (ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร)
3. การขนส่งทางท่อ รัฐบาลควรสร้างการขนส่งทางท่อไปตามทางรถไฟ เพื่อขนส่งสินค้าเหลว ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซ และสารเคมี เพื่อลดต้นทุนและความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าเหลว
4. สร้างสถานีรวบรวมตู้สินค้า (Inland Container Depot : ICD) และรวบรวมสินค้าเหลว สถานีสินค้าดังกล่าว อาจจะใช้บริเวณสถานีหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และบริเวณห่างออกไปอีก 10 กิโลเมตร ทางใต้ของสถานีสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ และสร้างสถานีรวบรวมสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมสตูล
ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมปากบารา โดยเลือกอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในที่นี้แบ่งออกเป็นประเภทอุตสาหกรรม ดังนี้
1.อุตสาหกรรมเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่วัตถุดิบจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปผักและผลไม้ อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำทะเล อุตสาหกรรมแปรรูปปศุสัตว์ โดยการพัฒนาโรงฆ่าสัตว์มาตรฐาน เพื่อส่งออกทั้งที่เป็นแปรรูปอาหารกระป๋อง เยือกแข็ง และปรุงรสสำเร็จรูป ตามความต้องการของตลาด อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล
นอกจากอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารแล้ว อุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญยังประกอบด้วย อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมน้ำมันพืช และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ ยางพารา และไม้ชนิดอื่น
2. อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาเข้ารูปเลื่อมที่สวยงาม
3. อุตสาหกรรมเวชกรรมและเภสัชกรรม ซึ่งสามารถซื้อสารเคมีจากอินเดียและยุโรป
4. อุตสาหกรรมต่อเรือ ซ่อมเรือ ล้างและซ่อมตู้สินค้า ควรอยู่ติดหรือใกล้ท่าเรือมากที่สุด
5. โรงงานเหล็กและเหล็กกล้า
6. โรงผลิตไฟฟ้าใช้เทคโนโลยีสะอาด
7. โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก
และ8. สถานีรวบรวมและขนส่งสินค้าทั่วไป ควบคู่กับการขนส่งสินค้าเหลว
นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้า และประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดสตูล กล่าวว่า “ตนทราบข่าวมาว่าเพิ่งมีการสำรวจสถานที่ก่อสร้างสนามบินเพื่อรองรับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นสนามบินพานิชย์ในอนาคต นอกจากนี้ทราบว่า โครงการเจาะอุโมงค์ก่อสร้างถนนไปประเทศมาเลเซีย โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และโครงการขุดลอกคลอง ซึ่งทั้งหมดนี้ผ่านการเห็นชอบในหลักการจากรัฐบาลแล้ว ตนเองอยากเห็นการพัฒนาเพื่อความเจริญของสตูลแต่ในขณะเดียวกันก็ห่วงกังวลเรื่องผลกระทบที่จะตามมา ซึ่งที่เห็นเป็นบทเรียนที่น่ากลัวก็คือที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จึงอยากให้คนสตูลมีข้อมูลมากที่สุดทั้งสองด้านเพื่อการตัดสินใจเลือกแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม”
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนั้น ในวงสัมมนามีความเห็นร่วมกันว่า ควรที่กระจายข้อมูลข่าวสารให้คนสตูลรับทราบในวงกว้างให้มากที่สุด ซึ่งในระดับพื้นที่ทางสภาองค์กรชุมชนตำบลจะเป็นกลไกหลักในการจัดเวที ซึ่งทั้งนี้ต้องประสานกับภาคี ภาคส่วนอื่นๆ เช่น เครือข่ายสุขภาพ , เครือข่าย สกว. ทีมงาน วจส. , สพม. รวมทั้งนักพัฒนาเอกชนต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้มีข้อเสนอให้มีศูนย์ข้อมูล และประสานงาน ระดับจังหวัด รวมทั้งการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ซึ่งในเบื้องต้นได้มีจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม.
ดูข่าวและบทความอื่นๆได้ที่ http://taitonlang.blogspot.com/ ครับ
ขอบคุณครับพี่สุเทพ
ขอแก้ไขข้อความในบรรทัดที่ 16 จาก : นายกิติโชติ ชนะหลวง แกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา
เป็น: นายกิติโชติ ชนะหลวง แกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดสตูล
ขออภัยในความผิดพลาดครับ