เพราะเรื่องราวเชิงลึกที่ได้รับฟัง เก็บมานอนคิด

แล้วก็นอนไม่หลับ กว่าจะหลับตาลงได้ก็ปาเข้าไปตี 5

สามีเห็นกังวล ไม่พูดอะไร

แต่คั้นน้ำแครอทมาให้แก้วใหญ่ หูตาสว่างพลัน

แล้วรีบเอารูปขึ้นไพล์ เปิดบันทึกใหม่ทันที

มาชมภาพเด็กๆร่วมกิจกรรมจากบันทึกนี้นะคะ

กิจกรรมตอนที่ 2 นี้เป็นกิจกรรมสุนทรียสนทนา

และอยากบอกว่าฉันทำเพราะได้นำแนวคิด

ประสบการณ์ที่เห็นน้องอ.ขจิตนำมาใช้

ความรู้ที่ได้รับจากชาวบล็อกg2k

และการอ่านหนังสือชื่อ Learn How to Learn ให้ความรู้ก่อนให้ความรัก

หนังสือดีที่ฉันอ่านบ่อยทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้า ของดร.วรภัทร์  ภู่สว่าง

แล้วนำมาใช้แบบที่ฉันคิดว่าเหมาะสมกับเด็กน้อยของฉัน

อาจไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ก็ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

  •    ฟังและฟัง ร้องอือ อ๋อและเหรอ
  •    จับคู่สนทนาเปิดใจ
  •    สรุปกิจกรรม ความประทับใจ และข้อเสนอแนะ

เราเริ่มจากให้ฝึกฟังแล้วร้องอือ.....อ๋อและ เหรอ...

เพื่อนจะพูดอย่างไรก็ร้อง

อือ.....และเหรอ...เหรอคะ...เหรอครับ และอ๋อ.....

เรื่องที่จะพูด

เนื่องจากเด็กน้อยมีข้อจำกัดเรื่องความคิด

ดังนั้นจึงต้องเสนอแนะก่อนว่าอยากพูดเรื่องอะไรให้เพื่อนฟัง

ฝ้ายบอกว่าเอาเรื่องตลกๆ ทุกคนเห็นด้วย

เริ่มสนทนาแบบสบายๆ อยากนั่งตรงไหนก็นั่ง

แล้วก็จับคู่สนทนาเปิดใจ ใครอยากเปิดใจกับใครก็ลองดู อาจจับคู่กับเพื่อนตรงข้ามก็ได้ มี2คู่เปลี่ยนคู่ใหม่   นอกนั้นยังคงจับคู่เดิมค่ะ

เมื่อต้องพูดเปิดใจน้องฝ้ายเริ่มมีกริยาอาการบอกว่าไม่มั่นใจที่จะพูด

ส่วนเพชรมีสมาธิมากนั่งนิ่งและก้มหน้าเธอบอกว่ามองหน้าแล้ว

ฝ้ายพูดไม่ออก แต่พอเวลาผ่านไปฝ้ายเริ่มไว้วางใจ

เงยหน้าแต่เริ่มจับนิ้วเท้าโยกไปมา ในขณะพูด

น้องเพชรกำพร้าพ่อ เพราะพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

แต่น้องเพชร มีแม่ที่เข้มแข็ง

เพชรกับแม่รู้ใจกันยิ่งกว่าใครๆในโลกนี้

น้องเพชรเล่าในตอนหนึ่งขณะสนทนา

ส่วนน้องฝ้ายมีความพร้อมทางแม่

และต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียว 

มีเวลาให้น้องฝ้ายน้อยมาก

คู่ของกวางกับเกล้า

ต่างคนต่างก้มหน้าฟังและพูดในระยะแรกๆของการสนทนา

ทั้งคู่ไม่ความมั่นใจ ยังเขินอายที่จะพูด

น้องเกล้าใช้มือดึงเส้นผ้าที่รองนั่ง

น้องกวางเองก็มีอาการเช่นกัน

แต่ใช้มือจับผ้านิ่มๆนั้นแทนการดึง

สำหรับน้องกวางนั้นพ่อแม่แยกทางกันไปมีครอบครัวใหม่

น้องกวางอยู่กับตาและยาย

ส่วนน้องเกล้ามีความพร้อมด้านความรักในครอบครัว

 

แล้วก็มาถึงคู่ของน้องเพ้ยกับน้องณัฐ

แรกๆก็ฉะฉานดีเพราะน้องเพ้ยเป็นเด็กกล้าแสดงออก

 ส่วนน้องณัฐก็กล้าเหมือนกัน เห็นยัยเพ้ยกล้าๆนะ

แต่ไงเริ่มก้มหน้าขณะเล่า แล้วเอามือหยิบริมผ้าปูนั่ง ....ดึงขนผ้า..

เธอเริ่มตาแดง ทำเอาคนฟังเศร้าตาม

ขณะที่เล่าถึงความรักที่ซ่อนอยู่ก้นลึกของหัวใจน้อยๆ

เด็กน้อยทั้งคู่ขาดพ่อ ทั้งๆที่พ่อของทั้งสองยังมีชีวิตอยู่

เธออยากกอดพ่อ ส่วนน้องนัฐอยากกอดพ่อ และแม่สักครั้งในชีวิต

แม้จะมีแม่ แต่น้องณัฐ กลับไม่มีโอกาสกอดแม่!

 แล้วทำนบน้ำตาของน้องเพ้ยก็ไหลริน เธอไม่สะอื้น

เธอบอกว่าไม่อยากร้องแต่มันไหลออกมาเอง

โดยปกติแล้วเธอเป็นเด็กที่เข้มแข็งมาก

แต่วันนี้เธอบอกว่าเป็นอะไรไม่รู้ค่ะ

ในบรรยากาศแบบนี้เธอคิดถึงพ่อจับใจหนูอยากกอดพ่อ

โตขึ้นหนูจะตามหาพ่อ !

 

 

สำหรับน้องเอิน...เธอจับคู่กับฉัน

เธอเล่าเรื่องแม่ต้องออกจากงาน

และเธอเจ็บปวดมาก เนื่องจากแม่ของเธอ

ถูกคนงานพม่ากลั่นแกล้งด้วยการเอาชิ้นเหล็กเล็กๆ

( ฉันเข้าใจว่าเป็นแม็กซ์เย็บกระดาษ)

ใส่ลงไปในแพ็คกิ้งของไข่กุ้งที่จะส่งไปขายต่างประเทศ

เพราะแม่ของเธอรับผิดชอบส่วนนี้

เธอเล่าว่าทางบริษัทให้แม่พักงาน

โดยไม่เรียกกลับไปทำอีก นานมากแล้ว แม่ยังหางานทำไม่ได้

เขาบอกว่าแม่อายุมากแล้ว ไม่อยากจ้าง

เธอจึงรู้สึกเกลียดพม่ามาก

 

มาดูคู่ของจิ๋วกับแก่นบ้าง

จิ๋วเป็นเด็กที่พ่อแม่ค่อนข้างมีฐานะมากกว่าเพื่อนๆในห้องเรียน

จิ๋วเป็นเด็กที่ซนมากๆทำความลำบากใจให้กับครูท่านอื่นบ่อยครั้ง

และจิ๋วเป็นคนที่พูดขอโทษครับมากที่สุด เพราะความซนสุดๆของจิ๋ว

 จิ๋วมีพ่อใหม่ ที่ตามใจจิ๋วเช่นเดียวกับแม่

ในขณะที่แก่นเป็นเด็กสาวเรียบร้อย แก่นขาดพ่อ

เพราะพ่อไปมีครอบครัวใหม่

แก่นมีแม่ที่รัก และเอาใจใส่แก่นมาก

และทั้งแม่ของแก่น และแก่นก็ยังอาศัยอยู่ในแวดวงของญาติทางพ่อ

มีบรรยากาศการเรียนรู้จากพี่ๆที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแก่น

แต่จิ๋วกลับเป็นเด็กขาดความมั่นใจได้ยังไง

ทั้งๆที่จิ๋วดูจะมีความพร้อมมากกว่าเพื่อนคนอื่น

สังเกตการพูด...จิ๋วเหมือนพยายามก้มหน้าตลอดเวลา

อาจเป็นเพราะจิ๋วมักถูกตำหนิจากเพื่อนๆบ่อย

รวมทั้งจิ๋วมีวีรกรรมให้คนอื่นมาต่อว่าเสมอๆ

จึงขาดความมั่นใจ.....

 

 

สำหรับน้องแนนซ้ายมือ

เธอมีแม่ แต่ขาดแม่ ชีวิตของเธอรันทดยิ่งนัก

ฉันเคยไปเยี่ยมเธอที่บ้าน

แม้เธอจะโชคดีที่มีญาติให้ความเมตตา

และช่วยเธอให้กินอิ่ม นอนหลับ

พ่อของเธอหาเช้ากินดึกด้วยอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง

สำหรับคู่ของน้องแนน.....คือน้องโอ๋จะมั่นคงทางจิตใจมากกว่า

แต่น้องโอ๋เองก็กำลังเผชิญปัญหาครอบครัวแตกแยก

พ่อเธอแยกทางกับแม่เธอ แต่ยังมารับส่งเธอมาโรงเรียน

และกลับบ้านแม่ของเธอทุกเย็น

 โอ๋เองมีปัญหาสุขภาพ เธอเป็นหอบ

และขาดเรียนบ่อยเพราะอาการหอบ ต้องไปหาหมอ

เพื่อรักษาอาการ ฉันมักพาเธอออกกำลังกายเบาๆ

 เพื่อให้ร่างกายของเธอได้เคลื่อนไหวได้สะดวก

และเป็นการขจัดไขมันส่วนเกินออกไปบ้าง แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี....

แต่ดูเหมือนว่าทุกวันที่ออกกำลังกาย

ด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายง่ายๆเบาๆ

กลับทำให้โอ๋รู้สึกว่ามันหนักไปสำหรับเธอ 

แม้เธอจะทำใจให้ยอมรับ และพยายามแล้วก็ตาม

ทุกวันฉันจะดูแลเธอเรื่องอาหารกลางวัน

กำชับเรื่องปริมาณการรับประทาน

เธอขอให้เพื่อนๆช่วยกันเตือนสติเธอ

 เธอบอกว่าเธอจะพยายามผอมให้ได้

และเธอจะมารายงานบ่อยมากว่าวันนี้เธอชั่งน้ำหนัก

แล้วมันลดลงไป 1 ขีด อะไรทำนองนี้

แต่ฉันกลับรู้สึกไม่ดีเลยที่เธอกังวลมากเกินไป

เธอไม่ชอบกินผัก แต่ชอบกินไก่ทอด ของมัน ของหวาน

ในโต๊ะเรียนของเธอมีขนมกินมากกว่าอุปกรณ์การเรียน

 

  

คู่ข้างล่างนี้คือเด็กหญิงคนเก่ง  ฉายาน้องมืดหลานโอบาม่า อิอิ

 เธอได้รับฉายา และดูเหมือนว่าเธอพอใจ

สุขภาพจิตดีมาก หัวเราะได้ทุกเวลา

จะเรียน จะเล่นก็ดูมีความสุข ให้คนได้ยิ้มออกมา

คู่สนทนาเป็นนักเรียนชายขี้อายมากๆ

น้องวีรพงษ์ ดูจะใกล้ชิดแม่มากกว่าพ่อ

สุภาพเรียบร้อย และมีบ่อน้ำตาตื้น

เมื่อมีปากเสียงกับเพื่อน

แต่ในยามปกติเธอกลับมีคำพูด

ท่าทางให้เพื่อนๆได้หัวเราะขำเสมอ

 

ข้างหลังคู่นี้ คือน้องม้ากับน้องจอย เด็กชายผู้ไม่กล้าพูดกับใคร

เธอชอบทำงานเงียบๆ ไม่เคยดื้อเลยสักครั้งเดียว

ใครให้ทำอะไรก็ทำ แต่ไร้อารมณ์

วันนี้น้องม้าเปิดใจกับน้องจอย เด็กหญิงผู้มียิ้มพิมพ์ใจ

(ยิ้มของน้องจอยสดชื่นทุกครั้ง)

เวลาน้องม้าพูดไม่กล้าสบตาใครแม้แต่เพื่อน

กิจกรรมครั้งนี้ทำให้รู้ว่าเหตุใดน้องม้าจึงมีอาการแบบนี้

เมื่อเด็กน้อยจบกิจกรรมแล้วฉันเสนอให้เด็กน้อยถอดบทเรียน

สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่เขาคิด โดยเขียนบันทึกลงบนกระดาษ

เก็บรวมรวม

เพื่อเป็นข้อมูลทบทวน วิเคราะห์และต่อยอดแก้ปัญหาข้อมูล

เพื่อหาแนวทางให้การช่วยเหลือ แก้ไขต่อไป

เมื่อคืนนอนจึงไม่หลับ เพราะรับทราบปัญหาแล้ว

ต้องหาทางแก้ไข ช่วยให้เด็กน้อยทุกคนเติบโตอย่างสง่างาม

มีความภาคภูมิใจในการกระทำดีที่ผ่านมา

นำความดีที่สร้างมาเป็นเกราะป้องกัน และส่งเสริมให้เจริญงอกงาม

ตั้ดความคิดที่ทำให้ขาดความมั่นใจ ความกังวล ความเขินอาย

ที่มันบั่นทอนโอกาส และจิตใจออกไป

 แล้วเติมพลังความรู้สึกดีๆเข้าไปแทนที่

หลังเราทำสุนทรียสนทนาฝนก็ตกลงมาบางเบาๆ

 อากาศสบายช่วยให้เด็กๆรู้สึกสบาย และปลอดโปร่งขึ้นมา

ความรัก ความรัก ความรักและเอื้ออาทร

น้ำใจ น้ำใจ น้ำใจ น้ำใน ที่ไหลริน

จากเพื่อน จากเพื่อน จากเพื่อน ถึงใจ

รับรู้ เปิดเผย และเปิดใจ

รับรู้ รับรู้ รับรู้ และเห็นใจ

สายตาส่งมอบความปราถนาดี

ขอบคุณค่ะ