เมื่อเรื่องวุ่นวาย เข้ามามากมาย

เลือกรับและจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ในแต่ละวันข้อมูลล้านแปดถาโถมเข้ามาหาสาวๆ คนทำงานอย่างเรามากมาย แค่ตื่นนอนออกจากบ้าน ก็เจอสื่อในรถไฟฟ้า ในวิทยุยามเช้าเจอข่าวซุบซิบในหนังสือพิมพ์เช้า ถึงออฟฟิศเจอเรื่องเม้าท์จากเพื่อนร่วมงาน นั่งทำงานแอบเปิดเนต ก็ได้ข้อมูลมหาศาล ตกเย็นเจอเพื่อนหรือไปเดินห้างก็เห็นป้ายต่างๆ มากมาย กลับบ้านเปิดทีวี กว่าจะนอนรายการต่างๆ ก็ยังได้
รับรู้เรื่องราวอีกเต็มไปหมด!!

แต่... ในหนึ่งวัน ที่จริงแล้ว เราได้ข้อมูลที่จำเป็นกับชีวิตเราจริงๆ เพิ่มขึ้นซักเท่าไหร่คะ?
...ใช่ว่าทุกอย่างจะเป็นเรื่องที่จำเป็นกับชีวิตเรา

ทักษะอย่างหนึ่งที่จำเป็นไม่ใช่เฉพาะแค่เพื่อการทำงาน แต่เพื่อ “จัดการ” ชีวิตได้ง่ายขึ้นก็คือ
“ทักษะในการจัดการกับข้อมูล” ค่ะ  

เทคนิคการเลือกรับและจัดการข้อมูล information management
ทักษะในการจัดการกับข้อมูลมีอยู่ 5 ขั้นตอนก็คือ  

1. ความสามารถในการเลือกรับ เก็บเกี่ยวข้อมูล
2. ความสามารถในการเอาข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ จัดการ
3. ความสามารถในการประมวล สร้างข้อสรุปหรือ “มูลค่า”
จากข้อมูลนั้นขึ้นมาใหม่
4. ความสามารถในการเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูด หรือ
ข้อความให้คนอื่นเข้าใจได้
5. ความสามารถในการนำมาสร้างเป็นองค์ความรู้ขึ้นมาใหม่


ถ้าข้อมูลที่เรามีนั้น กระจัดกระจาย มีแต่ทับถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไม่มี
การจัดการ หรือ นำไปวิเคราะห์ต่อ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรับข้อมูลนั้นๆ มา  นอกจากนั้นถ้าไม่รู้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นๆ จะเอาไปเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายอะไร ก็ไม่มีค่าที่จะได้ข้อมูลนั้นมาตั้งแต่แรก 


แต่ถ้าเราเลือกจะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรา เอามาวิเคราะห์และจัดการเพื่อสร้าง “มูลค่า” จากข้อมูลนั้นขึ้นมาใหม่ เรียบเรียงออก
มาเป็นคำพูดในแบบของเราได้ ข้อมูลที่ได้มาก็จะกลายเป็น “ความรู้” ในแบบของเราเอง และสุดท้าย อาจจะสามารถนำไปใช้สร้างเป็นความรู้เพื่อผู้อื่นได้อีกด้วย




เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกเก็บข้อมูล

สาวๆ เลือกรับหรือเก็บเกี่ยวข้อมูลกันยังไงบ้างคะ? ได้เลือกที่จะกรองข้อมูลที่คิดจะว่าเป็นประโยชน์กับตัวเราบ้างหรือเปล่า? 

สิ่งสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เราเลือกที่จะรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับตัวเราจริงๆ ก็คือ “การตั้งคำถาม หรือ เรียกง่ายๆ ว่าตั้ง Theme ของตัวเองขึ้นมา” ค่ะ  เพราะว่าถ้าเรามี Theme ก็เหมือนกับการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในกูเกิ้ลนั่นหละค่ะ เพราะข้อมูลมีอยู่ล้านแปดในโลกนี้ แต่ไม่ว่าพี่กูเกิ้ลจะสุดยอดขนาดไหนถ้าเราไม่ใส่ คีย์เวิร์ด หรือ Theme ลงไป ข้อมูลนั้นก็ไม่มีทางออกมาให้เราเห็นได้!!

 

ฟังดูง่ายๆ แค่นี้แหละค่ะ แต่สาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่เคยกลับมาถามตัวเองว่า Theme ของตัวเราคืออะไร!!

Theme ที่ว่า อาจจะมีหลายอย่างก็ได้ บางเรื่องที่อาจจะ
เริ่มต้นสนใจ ก็เก็บมาไว้เป็นหนึ่งใน Theme ของเรา  

อย่างเช่น ถ้าเป็นเรื่องงาน สาวๆ นักการตลาดอาจจะมี Theme เช่น “การตลาดในยุคดิจิตัล” หรือว่า สาวๆ
นักขาย อาจจะมี Theme ว่า “อนาคตของ E-Commerce”  ส่วนเรื่องส่วนตัว Theme ก็อย่างเช่น “ผิวขาว” “การควบคุมน้ำหนัก” “แฟชั่น” หรือว่า “ท่องเที่ยว”

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าเรามี Theme หรือหัวข้อที่เราอยากจะรู้ ไม่ใช่ว่าเราก็จะเปิดเสาอากาศในสมองเพื่อรับข้อมูลทุกอย่าง แต่เราจะรู้ว่าจะเลือกรับสัญญาณหรือข้อมูลอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับเราบ้าง

แต่ถ้าใครยังไม่รู้ว่า Theme ของเราคืออะไร ลองสังเกต
ดูง่ายๆ แบบนี้ค่ะ

อาจจะเป็นเรื่องที่มักจะชอบเป็นพิเศษ หรือ อาจจะเป็น
เรื่องที่มักจะกังวล ไม่ค่อยแน่ใจเวลาพูดถึง


ด้านหนึ่งคือเรื่องที่เราอยากรู้อยู่แล้ว ส่วนอีกด้านคือเรื่อง
ที่เราไม่รู้ แต่อยากจะเพิ่มพูนความรู้เรื่องนั้นๆ

ทำงานที่นี่ไม่สนุกเลย อยากลาออก” --> อาจจะเป็นไปได้ว่า Theme ของเราคือ

“วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กร”  “มนุษยสัมพันธ์”  “การสื่อสาร” “การหาความชอบของตัวเอง” หรือว่า “การเป็นผู้นำ”

อยากเพิ่มมความสามารถในการทำงาน” → อาจจะเป็นไปได้ว่า Theme ของเราคือ
“เพิ่มทักษะเฉพาะทาง” “เรียนภาษา” “ทักษะ Computer”

ถ้าเราเริ่มที่จะสังเกตตัวเองให้มากขึ้น ตั้ง Theme ให้กับตัวเองว่าเราสนใจอยากจะศึกษาเรื่องอะไร เมื่อเรามีคีย์เวิร์ดแล้ว ข้อมูลที่เราอยากได้ก็จะมาเข้าหูตาเราโดยอัตโนมัติ ส่วนเรื่องที่ไม่เกี่ยวก็จะผ่านหูผ่านตาไปเอง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวข้อมูลของเรา ทีเหลือก็อยู่ที่การศึกษาข้อมูล ต่อยอดเป็นความรู้ในแบบของเราเองได้ต่อไป



วันนี้สาวๆ มี Theme เป็นของตัวเองแล้วหรือยังคะ?!