“โรงเรียนพัฒนาสังคม” เกิดขึ้นมาจาก การฮอม เป็นกลไกของการร่วมแรงร่วมใจสร้างและการให้ ของคนบ้านห้างฉัตร และอาสาสมัครทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทางด้านการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้ให้ทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัย “การสืบค้นประวัติศาสตร์ตำนานเจ้าพ่อขุนตานเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบ้านห้างฉัตร อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ” โดยมีคุณสิริวัฒน์ แสงศานติธรรม เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งได้ตั้งโจทย์วิจัยร่วมกันว่า “ จะมีวิธีการอย่างไร ? ที่จะทำให้คนในชุมชนหันกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านการจัดการความรู้อย่างมีส่วนร่วม” และตอบวัตถุประสงค์เพื่อสืบค้นประวัติศาสตร์ และตำนานเจ้าพ่อขุนตาน รวมถึงเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนผ่านกระบวนการสืบค้นประวัติศาสตร์ตำนานเจ้าพ่อขุนตานอย่างมีส่วนร่วม
ผลจากการทำวิจัยเกี่ยวกับการสืบค้นประวัติศาสตร์ตำนานเจ้าพ่อขุนตาน ฯ ได้เป็นแรงหนุน และสร้างกำลังใจให้กับทีมนักวิจัย ว่าจะทำอย่างไรถึงจะสร้างโอกาสให้เด็กในชุมชนของตนได้เรียนรู้จากองค์ความรู้ที่ได้สืบค้นมา จากคำถามนั้นจึงเกิดแนวคิดการสร้างโรงเรียนในชุมชนบ้านดอนหัววัง ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง โดยใช้ชื่อว่า“โรงเรียนพัฒนาสังคม โครงการฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำแม่ตาน Social Development School ” เป็นโรงเรียนที่เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจ ของทุกคน ที่มีความต้องการให้เด็กและเยาวชนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษหรือการได้รับความรู้จากภายนอก ได้มาเรียนหนังสือ ผ่านอาสาสมัครผู้มีจิตอาสาทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ เป็นครูที่สอนวิชาภาษาไทย วิชานาฏศิลป์ ในโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา หรือครูที่เกษียณอายุ มาร่วมแบ่งปันความรู้ที่ทรงคุณค่า แล้วยังมี กลุ่มเยาวชนจากชมรมรักษ์เจ้าขุนตาน โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา อ.ห้างฉัตร ที่เห็นความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ให้กับน้อง แบ่งปันความรู้ดี ๆ ให้แก่กันผ่านกลไกของ “พี่สอนน้อง” นอกจากนั้นยังมีกลุ่มนักปราชญ์ชุมชน ที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ได้ออกแบบวิธีการสอนเป็นการเน้นเรื่องการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพในท้องถิ่น และอีกมุมหนึ่งของวิธีการสอนหนังสือให้เด็ก ยังสอดแทรกเรื่องคุณธรรม จริยธรรมผ่านการเล่านิทานพื้นบ้านพร้อมกับคำสอน เพียงเท่านั้นไม่พอยังสอนให้เด็กฝึกวาดรูปตามจินตนาการ อีกด้วย
กิจกรรมที่ชุมชนต่างคุ้นเคยทุก ๆ เช้าวันหยุดทั้งสองวัน จะเห็นภาพของเด็กคนขี่จักรยาน พร้อมกับห่อข้าวกลางวัน คนละห่อในตระกร้าหน้ารถ ต่างคนต่างมุ่งหน้ามายังโรงเรียนก่อน แล้วจึงรวมตัวกันถือไม้กวาดทางมะพร้าวคนละอัน เดินเป็นแถวอย่างมีระเบียบ มุ่งหน้าไปที่วัดบ้านดอนหัววัง จากนั้นก็ทำความสะอาดลานวัด กวาดใบไม้ เก็บขยะ เมื่อเสร็จแล้วทุกคนจะขึ้นโบสถ์ นั่งขัดสมาธิ เรียงแถว เมื่อพร้อมกันทุกคน เมื่อสวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้วเจ้าอาวาสจะสอนธรรมะที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้กับเด็ก เมื่อเสร็จกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แล้ว ก็กลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน แบ่งตามกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกสอนวิชาภาษาไทย กลุ่มที่สองสอนวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มสุดท้ายสอนวิชาภาษาล้านนาพร้อมกับวิชาภาษาอังกฤษที่เป็นคำศัพท์ในท้องถิ่น
การเรียน การสอนจะเปิดให้เรียนในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล จนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตั้งแต่วันเริ่มสร้างโรงเรียนมีนักเรียนเพียง 2 คน ที่มาเรียนหนังสือ แต่ปัจจุบัน มีมากถึง 50 คน จากจุดนี้ทำให้เห็นว่า ทั้งกลุ่มผู้ปกครอง และเด็กเองเห็นความสำคัญของการศึกษาหาความรู้จากวิชาชีวิตที่ไม่มีสอนในโรงเรียน
จากการดำเนินงานวิจัยวิจัยที่ผ่านมา จนนำมาซึ่งการนำเอาประโยชน์ไปรับใช้ท้องถิ่น เห็นได้ว่า ความรู้ที่ได้มาถูกนำไปใช้ในพื้นที่ อย่างแท้จริง อีกทั้งยังเกิดตัวคน ในหลาย ๆ ระดับได้มองเห็นความสำคัญของการศึกษา ที่มาจากการให้ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ดีมากๆครับ ขอชื่นชม ปรบมือให้ดังๆ ก้องทั่วไทย