เช้าเมื่อวานฉันได้รับโทรศัพท์สองสาย

สายแรกจากมูลนิธิสดศรี

สายที่สองจาก น้องแหม่มนักสังคมสงเคราะห์

เปิดประตู KM อย่างไม่เป็นทางการ

ที่ไม่ธรรมดาจึงอุบัติขึ้น

แบบลองชิม ลิมรสดู

ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นของคนโรงพยาบาล

และมีฉันในฐานะแกนนำผู้ป่วยเบาหวาน

มาร่วมเปิดอก คุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนะกัน 

ณ    ตึกอุบัติเหตุ     ชั้น 7  

โรงพยาบาลสมุทรสาคร

ของวันที่ 26 มกราคม 2553 เวลา 15.00 น

 

 วัตถุประสงค์

  1. เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มี ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน

  2. เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดสุขภาวะของประชาชนในชุมชน และขับดันประเด็นยุทธศาสตร์การทำงานเบาหวานให้เกิดประสิทธิภาพ

  3. ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากทุกฝ่ายทั้งผู้รับ และผู้ให้ ให้มีความต่อเนื่องนำไปสู่การเกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะทำให้ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ แลผู้ป่วยเบาหวานสามารถพึ่งตนเองได้  เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยน นำความรู้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพตนเอง และ ผู้เกี่ยวข้องสามารถทำงานอย่างมืออาชีพ ด้วยการสร้างความรู้ให้กับผู้ป่วยเบาหวาน ให้สามารถดูแลและพึ่งตนเองได้

  4. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโลกภายนอกโดยผ่าน g2k .org (ข้อนี้ฉันคิดเอง)  แต่มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างที่คิด

ผู้ร่วมประชุม

ตอนที่ 1 ครูต้อย และน้องแหม่ม

และตอนที่ครูต้อยกับน้องมด น้องมด กับน้องแหม่มทางโทรศัพท์

โอ๊ยดูท่ามันจะยุ่งแท้ๆ ....อิอิ  แล้วก็ถึงตอนที่ หายใจโล่งอกไปอีกครั้งเมื่อรายชื่อที่ฉันพิมพ์อยู่นี้ ปรากฏกายเข้ามาในห้อง ความคึกคักเริ่มวิ่งในหัวใจ

ตอนที่ 2

1. น้องมด  เภสัชกรโรงพยาบาลสมุทรสาคร

2. น้องสุภางค์  เภสัชกรโรงพยาบาลสมุทรสาคร

3. น้องใหม่  เภสัชกรโรงพยาบาลสมุทรสาคร

4. น้องอ้อย

5. น้องแหม่ม นักสุขศึกษา

6. น้องพัชร    นักสุขศึกษา 

7.  น้องแหม่ม นักสังคมสงเคราะห์โรงพยาบาลสมุทรสาคร

8. ครูต้อย   แกนนำผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาล

(  8 คน เปิดประตูKMโรงพยาบาลสมุทรสาคร พร้อมกัน...นับเป็นเลขมงคล)

 

รับประทานขนมไทยๆก่อนเปิดใจสรุปตรงไปตรงมาแบบฝรั่ง

สรุปการประชุมวันนี้

1. เปิดใจ   ถอดหัวโขน  ถามใจ   ตัวตนของตน เจ้าคือใคร  อัตตานะตัวร้ายนัก มีไหม อยู่ไหน หาให้เจอด้วยสติ และปัญญาที่มี

2. ทฤษฎีที่ร่ำเรียนกันมา  นำมาใช้อย่างไร  บริบทของต้นเหตุแตกต่างกัน  ปรับได้ไหม ผสมผสานสิ่งที่รู้ ที่เรียนมา ให้เข้ากับบรรยากาศ และภูมิปัญญา เพื่อลดช่องว่าง ให้เอาความรัก ความเข้าใจ แทรกลงไปได้ไหม แทรกอย่างไรดี  เอาแบบสบายๆ แต่ได้ผลมากินอิ่มอร่อยกันทั่วทุกคน แบบพอเพียงดีไหม และผลลัพธ์ที่สัมผัสด้วยใจ นั้น...ทำอย่างไรจึงจะเกิดผล ดันให้เป็นแรงขับเป็นพลังบวกให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

3.สิ่งที่เกิดจากการสัมผัสผู้ป่วยด้วยสติ  ได้แง่คิดอะไร อย่างไร เอามาแชร์กัน ทั้งสุข และทุกข์ ทั้งพอใจ ไม่เข้าใจ เสียใจ และหรือทุกข์ที่เกิด รับรู้ รับฟังแล้วใช้สติกำกับรู้ รับฟัง ไม่วิจารณ์ ไม่จับผิด ไม่มีแง่มีเหลี่ยม ฟังแบบสบายๆใจไทยแลนด์ ทั่วหน้ากัน

งานนี้เอาพระมาด้วย เอาพระมาหมายถึงเอาสติมาไม่ใช่เอาพระมาเพราะกลัวผีนะคะ

 3. เรียนรู้ รับฟัง Deep Listenning กับ KM ในทัศนะของครูต้อย น้องมด น้องแหม่ม ที่มองต่างมุม คนละเรื่องเดียวกัน  แต่เป็นเรื่องเดียวกัน เหมือนทำได้ แต่ทำไม่ได้ และทำไม่ได้ แต่ทำได้ อิอิ ขำๆ น้องๆช่วยกันแจม แต่เป็นความคิดที่กรองแล้ว อย่างคนเห็น คนเข้าใจงานแล้ว มองออกบอกได้ ว่าทิศทางของงานที่รับผิดชอบจะออกมาในรูปแบบใด

4 . เรื่องเล่าจากประสบการณ์ในฐานะผู้ใช้บริการ การสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย ส่งผลให้น้องใหม่เภสัชกร เกิดไอเดีย ปิ๊งๆๆ ถึงขั้นจะทำวีดีโอ โฆษณากันทีเดียว ย้อนอดีตความคิดให้ฟัง  ทุกคนนิ่งมากๆ บอกว่าความคิดเกิดดับเกิดดับ เกิดความคิด บวกลบ บวกลบ ๆ บวกๆ  กลับกลายเป็นการกะเทาะสิ่งที่สัมผัส และเห็นด้วยตา ปรับทัศนคติ เปิดใจกว้าง มองรอบๆ มองตัวแปร เรื่องที่ลบๆ กลายเป็นบวกได้ ไม่เชื่อลองดู สิ่งที่ระวังกันคือไม่เอามาตราฐานตัวเองมาเปรียบเทียบ ตัดสินสิ่งที่เห็น สิ่งที่เกิด น้อมใจลง มีสติรับรู้ เพราะทุกชีวิตต่างมีทุนชีวิตที่แตกต่างกัน ก็อาจมีความสุขได้ดีกว่าเกิดทุกข์จากความคิดที่ปล่อยให้ใจนำพา ลองเอาทุนชีวิตที่มีเพิ่มมูลค่าด้วยการให้เอามาแจก มาแบ่งปันให้เกิดดอกออกผล เราก็จะสามารถปะทะสัมผัสสิ่งนั้นๆได้อย่างผู้ครองสติ

ชมภาพก่อน ดูซิว่าใจแปรปวนเหมือนภาพที่เห็นหรือไม่

5. เปิดใจแล้ว เกิดการนัดหมาย เพราะเพียงเริ่มต้นก็เห็นสวรรค์ของคนทำงานแล้ว เห็นใบหน้าผู้ป่วยที่เดินเข้ามาเข้ามาด้วยความหวัง และมีความกังวลน้อยลงมากขึ้นๆ  เสียงบ่น ที่ต้องมานั่งรอหมอ รอยา รอรับบริการ เปลี่ยนเป็น มานั่งส่งยิ้ม ส่งกำลังใจให้คนทำงาน รอรับการรักษาเยียวยาได้แบบไร้กังวล เห็นใบหน้าที่ลดเส้นเครียดลง เบิกบาน แม้ภาพที่เห็นนั้นจะทุกข์ทรมาน ก็ควบคุมสีหน้าได้ไม่ต้องไปเพิ่มปริมาณความเครียดให้วงการ   มีความไว้วางใจต่อกัน มุมมองเบี้ยวๆก็ปรับ เปลี่ยนไป ใจก็เป็นสุข  ร่างกายพากันหลั่งสารแห่งความสุข ลืมความเครียดที่กำลังป่วยอยู่หรือมีอยู่ให้ลดลงได้

6.เปิดประตู Km ครั้งที่ 2 ในต้นเดือนมีนา  ณ ที่เดิม เราตกลงกันว่า

จะมารวมตัวกันลปรร โดยนำสิ่งที่เกิดจากความคิดในวันนี้ไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะกลับมาล้อมวงโอบกอดกันด้วยอ้อมกอดแห่งรักนี้อีกครั้ง ฉันถูกเสนอให้ เป็นผู้นำกิจกรรมสะท้อนความคิดมาทำในวงสุนทรียสนทนาค่ะ คราวหน้าเราจะทำสุนทรียสนทนา โดยเริ่มด้วยกิจกรรมสะท้อนความคิดก่อน แล้วมานั่งจับเข่ากอดหมอนคุยกันเน้อะ

น้องแหม่มเสนอว่า จะเตรียมบรรยากาศกอดหมอนถ่ายเทรักให้หวานชื่นทีเดียว ไม่ต้องมากอดหมอนนอนหนาวกันอีกต่อไปแล้ว

และชอบมากที่น้องแหม่มบอกว่า เคยเป็นชาล้นแก้ว 555 พี่เคยเป็นมากกว่าน้องรู้ไหม พี่เคยเป็นชาล้นแก้วใส่นมข้น อิอิ

ชอบๆๆที่บอกว่าเคยตัดสินความคนไข้ 555 ขำจริงๆเล๊ย น้องเอ๋ยเป็นท่านเปาน้อยไปตั้งแต่เมื่อไหร่.....

ก็ดีใจนะ ที่เปิดอกพูดกัน ที่นอกจากจะทำให้เกิดองค์ความรู้แล้วยังนำความสุข ที่แผ่กว้างไปถึงคนข้างเคียง รอบข้างด้วย ..........

7. ขออาสาสมัครรับหน้าที่คุณลิขิตสัก 1 คน จะได้ไหม ถ้าได้ก็เบาใจแล้ว

เอาภาพบรรยากาศ KM ชั้น 7 ห้องซ้อมดนตรีของโรงพยาบาล ตึกอุบัติเหตุค่ะ

 

ฟังน้องแหม่ม นักสังคมสงเคราะห์กระเทาะใจตัวเอง บอกว่าอัตตาในตัวเธอมันไม่น่ารักเลย และเมื่อได้มาแลกเปลี่ยนทัศนะบ่อยๆเข้า เธอรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป กับมุมมองที่มีให้ผู้ป่วย และคนรอบข้าง เป็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิด นำไปสู่การปฏิบัติที่ทำให้เธอเป็นที่รักของผู้ป่วย เช่นเดียวกับน้องจุ๊ วันนี้ติดงานไม่ได้ร่วมกิจกรรม เธอได้ชื่อว่าเป็นแม่พระของผู้ป่วยHIV ของรพค่ะ สำหรับน้องแหม่ม...เธอยังน้อมนำคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้เธอเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น หลายมุมมองทำให้เธอพบว่ามันนอกเหนือตำราจริงๆ และตัดสินใจชวนกันมาทำKM

น้องมด เภสัชกรหญิงผู้มุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ฉันบอกว่าเธอเป็น

ไฮเปอร์ทางความคิด ความคิดที่จะพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง

ในสมองของเธอมีแต่แนวทางการพัฒนาที่เป็นที่ยอมรับของผู้ร่วมงาน

แต่การทำงานใหญ่ในหมู่คนมากๆ และหลากหลายแนวทาง

อาจทำให้การขับเคลื่อนดูเหมือนจะอุ้ยอ้าย เพราะองค์กรใหญ่

และความหลากหลายของผู้ปฏิบัติในองค์กรใหญ่ กลับเป็นสีสรร

และเป็นแบบฝึกหัดให้น้องมดประสบความสำเร็จได้

ดังใจปรารถนาได้อย่างมีคุณภาพ

สำหรับน้องอ้อย ผู้มีบุคลิกภายนอกสุขุม และมีรอยยิ้มพิมพ์ใจ

เธอพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับKM ว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ

แต่เท่าที่เห็นที่ได้ร่วมกันในวันนี้

เธอยอมรับว่าน่าจะเกิดประโยชน์ต่องาน และเครือข่ายงาน

ส่วนน้องน้อยสองคนฝ่ายสุขศึกษา บอกว่าพอมองเห็นทางแล้ว

และเธอปิ๊งไอเดียว่าจะทำอะไร อย่างไรใหงานที่รับผิดชอบขับเคลื่อนด้วยKM

และเสนอให้มีการนัดหมายวงKM ในครั้งต่อไป

น้องสุภางค์ และน้องใหม่เภสัชกร แม้จะนิ่งเงียบฟัง

สุดท้ายเธอบอกว่าจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกันในวันนี้

เธอเกิดไอเดียที่จะทำVDO เกี่ยวกับการให้บริการการรับยาแก่คนไข้

และฉันคิดว่าเธอน่าจะทำเป็นสองภาษา คือไทย กับพม่า

การเปิดประตู KMในวันนี้ ฉันมองเห็นแล้วว่าทิศทางการทำงานจะเกิดขึ้นได้ด้วยความรัก

ความเข้าใจกันของทุกฝ่าย และหลังการขับเคลื่อนด้วยKM

น่าจะเกิดผลงานที่พึงประสงค์ และที่แน่ๆ.....

พวกเราไม่เดียวดายเหมือนนกน้อยตัวนี้แน่นอนค่ะ

ตำราKMที่น่าสนใจ สำหรับการลปรร. ในครั้งต่อไปค่ะ

 ไปค้นมาเพิ่มเติมเต็มให้แกนนำ KM โรงพยาบาลสมุทรสาครค่ะ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ

 http://www.dmsc.moph.go.th/km/kcorner/docs/KM_Learningคู่มือปี50.pdf

 http://share.psu.ac.th/blog/padkmsharing/13356

http://share.psu.ac.th/blog/padkmsharing/13423

รูปแบบการทำKM

http://share.psu.ac.th/blog/metta-psu/5235

ขอบคุณที่อ่านค่ะ