ทิศทางและการเปลี่ยนแปลงการเผยแพร่งานวิชาการ ในมุมมองของ Trip ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง social publishing company (สไคร้บดี)
ประเด็นที่ ทริพ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งสไคร้บดี ให้สัมภาษณ์ในฐานะศิษย์เก่าของ ม.ฮาร์วาร์ด ผมนำเป็นบางประเด็น ส่วนท้ายๆขอให้ไปที่ต้นฉบับครับ
- มุ่งสู่ความเสรีในการเผยแพร่งานวิชาการ (The movement towards open access in scholarship)
ไม่ว่าใครก็ตามสามารถเผยแพร่งานวิจัยสู่สายตาชาวโลกและเปิดให้วิจารณ์
- เว็บในลักษณะเดียวกับสไคร้บดีจะเชื่อมระหว่างผู้ต้องการอ่านและหนังสือที่หายาก เทคโนโลยีจะทำให้ด้านนี้ดีขึ้น
If you're searching for something very specific and you can't find it anywhere else except in one book written by a random professor in Croatia, then you'll pay whatever it costs to read it.
- ลักษณะ peer review ในเอกสารที่วางบนสไคร้บดี
การอ่านเอกสารเชิงวิชาการที่เผยแพร่โดยผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆเป็นสิ่งจำเป็น ในสไคร้บดีนั้นยังเป็นระยะเริ่ม แต่ก็ปรากฏในการคอมเม้นท์แสดงความคิดเห็น ให้คะแนน และแนะนำผู้อื่น ตอนนี้เรียกเป็น "Crowd sourcing" คือผลรวมจากชุมชนที่ร่วมอยู่เป็นปัจจัยบอกว่างานใดดีหรือไม่ดี
- มหาวิทยาลัยต่างๆควรเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นแหล่งเก็บความรู้ไปเป็นการกระจายความรู้โดยตรงสู่ผู้ที่ต้องการใช้หรือไม่ ? ("...should universities move from housing knowledge to directly distributing it ...)
I'm not sure what Harvard's mission is these days but I am a big fan of open access to information. Very few institutions have as much hard- or impossible-to-find-elsewhere works as Harvard (มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยอื่นเพียงไม่กี่แห่งที่มีเอกสารที่มีคุณค่าจำนวนมากกว่าที่อื่นและหายากหรือไม่สามารถหาได้เลยจากแหล่งอื่นใด). Now more than ever, the tools exist to distribute this original source material to whoever wants it and without the limitations of physical location. ..."
http://alumni.harvard.edu/stories/john-r.-trip-adler-iii-06-broke-tradition-still-ended-top
โน๊ต ถ้าคุณผลิตคิดค้นสิ่งที่ไม่เหมือนใครและเป็นประโยชน์ต่อบุคคลแม้เพียงบางกลุ่มแล้วรวบรวมเขียนเก็บข้อมูลไว้ บุคคลที่ต้องการรู้เรื่องนั้นไม่ว่าจากมุมไหนของโลกจะตามมาอ่านเรื่องนั้นให้ได้
แวะมารับความรู้จากบันทึกของอาจารย์อีกแล้วครับ ;)
ขอบคุณครับ
อาจารย์ W. Deemarn
คุณ Trip นี้เป็นศิษย์เก่าของฮาร์วาร์ดและบุตรของศัลยแพทย์ด้านประสาทแห่งมหาวิทยาลัย Stanford University คิดเรื่องบริษัทนี้ตอนที่คุณพ่อพบปัญหาการตีพิมพ์งานวิชาการทางการแพทย์ในวารสารปกติ ได้ยากเย็น มีความคิดที่ทำอย่างไรจะเผยแพร่งานสู่วงการวิชาการในเวลาอันรวดเร็ว