การเมืองคุยดี ที่กรุงเทพฯ
ช่วงอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมทดลองคุยเรื่องการเมืองดูครับว่าจะพอคุยได้ไหม
ครั้งแรก ทดลองคุยกับคนขับแท็กซี่ดูครับ ท่าทางใจดีน่าจะพอคุยได้ ผมเริ่มต้นลองถามเรื่องสถานการณ์การเมืองเรื่องสองสี ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนแรกคนขับแท็กซี่ก็ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากครับ ผมใช้คำถามเลียบๆเคียงๆ และก็แสดงความตั้งใจฟังคำพูดของเขา เขาก็ค่อยๆเผยความในใจออกมาครับ ฟังไปสักพักก็เปิดเผยออกมาว่าตัวเองอยู่สีไหน และ อยู่เพราะอะไร
ผมชอบใจคนขับแท็กซี่ท่านนี้ที่พูดอยู่ตอนหนึ่ง บอกว่าเขาไม่ชอบเพื่อนเขาคนหนึ่งเวลาคุยเรื่องการเมืองกัน เขาฟังเพื่อนเขาพูดจนจบ โดยไม่โต้แย้งหรือโต้เถียง พอเขาพูดแสดงความคิดเห็นบ้าง เพื่อนเขาคนนี้ปฏิเสธความคิดของเขาพร้อมกับโต้เถียงออกมาทันที เขาว่าอย่างนี้มันไม่แฟร์ครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็คุยกันไม่ได้ ผมก็เสริมไปว่าครับ ถ้ามีคนประเภทนี้อยู่ ก็คงจะคุยกันในเรื่องการเมืองไม่ได้ แล้วผมก็นั่งฟังคนขับแท็กซี่ท่านนี้ คุยเรื่องการเมืองไปตลอดทางครับ เพราะผมตั้งใจฟังโดยไม่เถียง
เมื่อคนขับแท็กซี่พาผมมาถึงที่ร้านอาหารที่ผมนัดเพื่อนไว้ มากัน 4 คนครับ 3 อาชีพ อาชีพทนายความ 2 คน สถาปนิก 1 คน ทำงานรัฐวิสาหกิจ 1 คน คุยกันสัพเพเหระสักพัก ผมก็เลยหยอดเรื่องการเมืองไปครับโดยผมไม่ทราบหรอกครับ ว่าใครอยู่สีไหน
พอผมเริ่มหยอดเรื่องการเมืองไป บรรยากาศการพูดคุยก็เริ่มสนุกและมีสีสรรครับ ต่างคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเข้มข้น และ ทำให้ผมพอทราบว่าใครอยู่สีไหน มีทั้งสองสีครับ แต่ทั้งสองสีก็คุยกันได้ครับ เพราะในวงจะเน้นการรับฟังกันโดยไม่โต้แย้ง มันเป็นเองตามธรรมชาติครับ หรือ อาจะเป็นเพราะบุคลิกการฟังของแต่ละคนครับ และสามารถคุยกันได้ยาวนานครับ โดยไม่ขัดเคืองหรือขัดใจกัน ทั้งๆที่บางเรื่องก็เห็นไม่ตรงกันครับ
ผมว่าในทุกๆเรื่อง ถ้าเราสามารถอยู่กับความแตกต่างได้ โดยไม่แตกแยก จะเป็นความงดงามของความแตกต่างเลยละครับเคล็ดในเรื่องนี้มีอยู่ว่า
(เพาเวอร์พอยท์ประกอบการบรรยายของลุงเอก)

สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
ชอบฟังมากเช่นกันค่ะ
ต่างคนต่างพูดแล้วใครจะฟังใคร
มีคำกล่าวว่า เรื่องการเมืองและศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหวหากนำมาคุยกัน
จริงๆ ถ้าบ้านเราคุยกันอย่างเปิดใจได้ทุกเรื่อง อะไรๆ คงจะดีขึ้นนะคะ
ขอบคุณค่ะ แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ .. เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย
คนไร้กรอบออกเจาะใจ ดูย้อนหลังได้ที่นี้ค่ะ
* ฟังกันมากๆๆๆ พูดน้อยๆๆๆ ก็จะดีมากครับ
ขอบคุณครับ
* ครับ เป็นข้อห้ามเลยว่าเรื่องการเมืองและศาสนา ห้ามนำมาคุยกันในวง ผมก็ทดลอง "เสี่ยง" นำมาคุยดูครับ ก็พอไปได้ รับฟังกันอย่างถ้อยที่ถ้อยอาศัย
* ถ้าบ้านเราคุยกันอย่างเปิดใจได้ทุกเรื่อง อะไรๆ คงจะดีขึ้นนะคะ
(ครับ ผมหวังให้เป็นเช่นนั้นครับ) แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ .. เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย
ขอบคุณมากครับ
* ขอบคุณมากครับที่นำมาฝาก ผมติดภารกิจครับ เลยไม่ได้ดู
สวัสดีค่ะ คุณ small man
เห็นด้วยนะคะ...ทุกวันนี้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดมันเกิดจากไม่มีใครฟังใคร
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ นะคะ^^
หนูเขียนบันทึก ที่อ.วรภัทร์ ออกรายการเจาะใจ ไว้ที่บันทึกของหนูแล้วค่ะ
พฤหัสนี้มีต่อค่ะ อย่าลืมดูเจาะใจ อ.จะพูดเรื่องใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Small man
เห็นด้วยค่ะ เวลารับฟังข่าวสารเนี่ยต้องฟังหูไว้หูอย่าปักใจเชื่ออะไรๆที่ฟังมาจนหมด
ควรเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ให้ดีก่อนค่ะ ถึงจะอยู่กันคนละสีแต่ควรรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้างค่ะ
ถ้าฟังกันบ้าง ก็จะดีมากเลยนะครับ
ขอบคุณครับ
* คนเดี๋ยวนี้ ต่างคนต่างไม่ฟังกัน.... เถียงกันอยู่ได้..... เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
( ครับ ต่างำไม่ฟังกัน เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็ยากที่จะเข้าใจกันครับ)
* ผมเปิดไปดูได้สัก 5 นาทีแล้วครับ ว่างๆจะดูใหม่
* ขอบคุณมากครัยที่นำมาฝาก ผมติดตามอย่างแน่นอน ในฐานะแฟนประจำ
* ถึงจะอยู่กันคนละสีแต่ควรรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้างค่ะ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ ท่านรองฯ
แต่หากต้องไปทนรับฟังพวก Direct Selling ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะคะ

* ตรงนี้ดีมากเลยครับ
* ฟัง" ไม่ได้หมายถึง "ไม่มีความคิด"
* "ไม่เถียง" ไม่ได้หมายถึง "เห็นด้วย"
* "แตกต่าง" ไม่ได้หมายถึง "แตกแยก"
ขอนำไปใช้นะครับ
ขอบคุณครับ
พวกไดเร็คเซลนี่ ถ้าหนีได้ก็หนีครับ ถ้าหนีไม่ได้ต้องตั้งสติให้มั่น น่ากลัวมาก
ขอบคุณครับ