สรุปงานวิจัย
ชื่อเรื่อง การวิจัยการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ
ผู้วิจัย นางสาวสำเนียง ช่วยพัฒน์
ปีที่วิจัย 2551
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.เพื่อศึกษาการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ
2. เพื่อเปรียบเทียบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จำแนกตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ในการสอน
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.ประชากรที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2550 จำนวน 227 คน
2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ที่ได้สุ่มจากประชากร โดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, pp. 607 – 608) ได้กลุ่มตัวอย่างเป็นครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จำนวน 144 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการบริหารคุณภาพโดยรวมของครู ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นโดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 แบบสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อคำถามเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการสอนของครู มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List)
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการบริหารคุณภาพโดยรวมของครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ใน 14 ด้าน ได้แก่ ด้านภาวะผู้นำและความผูกพันต่อคุณภาพงาน ด้านความยินดีของนักเรียน ด้านกำหนดผู้นำในการดำเนินงานหรือผู้สนับสนุนงาน ด้านจัดตั้งกลุ่มฟันเฟือง ด้านแต่งตั้งผู้ประสานงานคุณภาพ ด้านจัดประชุมผู้บริหารเพื่อประเมินความก้าวหน้า ด้านวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน ด้านใช้รูปแบบการพัฒนาจากหลายๆ แหล่ง ด้านจ้างที่ปรึกษาจากภายนอกสถานศึกษา ด้านเริ่มฝึกอบรมบุคลากร ด้านเผยแพร่ข่าวสารที่เกี่ยวกับคุณภาพ ด้านตรวจวัดค่าใช้จ่ายของคุณภาพ ด้านสร้างเครื่องมือและเทคนิคสำหรับสร้างทีมงาน ด้านประเมินผลงาน ประกอบด้วยข้อคำถาม 57 ข้อ ซึ่งลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคอร์ท (Best & Kahn, 1993, pp. 244 – 247) กำหนดค่าน้ำหนักคะแนน ดังนี้
5 หมายถึง ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมมากที่สุด
4 หมายถึง ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมมาก
3หมายถึงระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมปานกลาง
2 หมายถึง ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมน้อย
1 หมายถึง ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมน้อยที่สุด
การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้
1. ขอหนังสือจากภาคบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ถึงผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และขอความร่วมมือให้ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ
2. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลจากครูโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมแบบสอบถามด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามคืน จำนวน 144 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100
วิธีวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้
1. นำแบบสอบถามมาตรวจสอบความสมบูรณ์คัดแยกและจัดหมวดหมู่เพื่อนำไปวิเคราะห์
2. นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนที่กำหนดไว้ แล้วนำไปวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ ด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for Windowsเมื่อตรวจและกำหนดน้ำหนักคะแนนของแบบสอบถามแล้ว ผู้วิจัยหาค่าเฉลี่ย (X) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) นำค่าเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ของคะแนน โดยใช้เกณฑ์ของ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว, 2535, หน้า 23- 24) ดังนี้
4.51 – 5.00 ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมมากที่สุด
3.51 – 4.50 ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมมาก
2.51 – 3.50 ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมปานกลาง
1.51 – 2.50 ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมน้อย
1.00 – 1.50 ระดับการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมน้อยที่สุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for Windows และใช้สถิติในการนำเสนอข้อมูลดังนี้
1. การวิเคราะห์การพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้คะแนนเฉลี่ย (X) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. เปรียบเทียบการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามวุฒิการศึกษา โดยทดสอบค่าที (t – Test)
3. เปรียบเทียบการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามประสบการณ์ในการสอน โดยการทดสอบค่าที (t – Test)
สรุปผลการวิจัย
1.การบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน ด้านความยินดีของนักเรียน และด้านแต่งตั้งผู้ประสานงานคุณภาพ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
1.1 ด้านภาวะผู้นำและความผูกพันต่อคุณภาพงาน โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ จัดทำแผนปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสภาพโรงเรียน ควบคุมดูแลให้ผู้ร่วมงานทำงานเต็มกำลังความสามารถ และปกครองผู้ร่วมงานตามกฎระเบียบข้อบังคับ แต่มีการยืดหยุ่นในบางครั้งแล้วแต่สถานการณ์
1.2 ด้านความยินดีของนักเรียน โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การมีประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลให้นักเรียนทราบอย่างสม่ำเสมอ มีการประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลให้บุคลากรของโรงเรียนทราบอย่างสม่ำเสมอ และมีการประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลให้ผู้ปกครองทราบอย่างสม่ำเสมอ
1.3 ด้านกำหนดผู้นำในการดำเนินงาน/ ผู้สนับสนุน โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ กำหนดภารกิจของบุคคลให้สอดคล้องกับขอบข่ายงาน วางแผนอัตรากำลังคนสำหรับอนาคต และการมีส่วนร่วมในการกำหนดความต้องการของบุคลากรกับหน่วยงาน
1.4 ด้านจัดตั้งกลุ่มฟันเฟือง โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ให้คณะทำงานลงมือทำงานเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ มอบหมายให้ผู้ช่วยแต่ละฝ่ายรับผิดชอบ และสั่งงานในฝ่ายของตนอย่างเต็มที่ และจัดตั้งคณะทำงานตามหน้าที่และความสามารถ
1.5 ด้านแต่งตั้งผู้ประสานงานคุณภาพโดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ให้ความรู้และส่งเสริมครู – อาจารย์ให้ทำงานเป็นกลุ่ม จัดให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายบริหารและให้ทำงานมีส่วนร่วมกับผู้บริหาร และสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มให้สามารถดำเนินงานกิจกรรมได้สำเร็จตามเป้าหมาย
1.6 ด้านจัดประชุมผู้บริหารเพื่อประเมินความก้าวหน้า โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ วางแผนการประชุมเพื่อสรุปผลระหว่างการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อธิบายการปรับปรุงคุณภาพงานกับบุคลากรทุกครั้งที่มีการนิเทศงานหรือในที่ประชุม และผู้บริหารสามารถอำนวยการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ที่จัดให้มีขึ้นในโรงเรียน
1.7 ด้านวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้บริหารเตรียมและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของโรงเรียนเสนอเทศบาลได้อย่างถูกต้องเรียบร้อย ผู้บริหารรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและวางแผนปฏิบัติงาน และผู้บริหารสามารถจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการทำงานของครูในโรงเรียนได้อย่างเหมาะสม
1.8 ด้านใช้รูปแบบการพัฒนาจากหลายๆ แห่งโดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ส่งเสริมและสนับสนุนบุคคลากรให้เข้ารับการอบรมสัมมนาและศึกษาต่อ นำรูปแบบการปฏิบัติงานจากแหล่งต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้อย่างเหมาะสม และแนะนำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมแทนการใช้เทคโนโลยีที่หายาก
1.9 ด้านจ้างที่ปรึกษาภายนอกสถาบันโดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ จัดให้มีวิทยากรจากภายนอกมาเพิ่มพูนความรู้ให้แก่บุคลากรในโรงเรียน ขอความร่วมมือจากผู้ชำนาญการพิเศษภายนอก เมื่อมีปัญหาด้านการจัดการศึกษาภายในโรงเรียนซึ่งสามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ และจัดให้มีวิทยากรจากภายในมาเพิ่มพูนความรู้ให้แก่บุคลากรในโรงเรียน
1.10ด้านเริ่มฝึกอบรมบุคลากรโดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ เอาใจใส่การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ ร่วมจัดกิจกรรมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีตามโอกาสอันควรและจัดกิจกรรมที่ทันต่อเหตุการณ์รอบด้าน
1.11 ด้านเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพ โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ สนับสนุนให้โรงเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในชุมชน แจ้งข้อมูลข่าวสารในการดำเนินกิจกรรมที่มีคุณภาพให้กับบุคลากรภายในโรงเรียนทราบ และเสนอข้อมูลข่าวสารต่อชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ
1.12 ด้านตรวจวัดค่าใช้จ่ายของคุณภาพ โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้บริหารมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาประจำปี จัดทำสถิติและแผนภูมิรวบรวมข้อมูลทางการศึกษาของโรงเรียนไว้อย่างชัดเจนในแต่ละปี และเปรียบค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกด้าน
1.13 ด้านสร้างเครื่องมือและเทคนิคสำหรับสร้างทีมงาน โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ จัดทำแผนยุทธศาสตร์/ แผนปฏิบัติการเหมาะสมกับสภาพโรงเรียน อธิบายการปรับปรุงคุณภาพงานกับบุคลากรทุกครั้งที่มีการนิเทศหรือในที่ประชุม และจัดการประชุมเพื่อสรุปผลระหว่างการปรับปรุงคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง
1.14 ด้านประเมินผล โดยรวมและรายข้ออยู่ในระดับมาก เรียงจากคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้บริหารชี้แจงกำหนดขอบข่ายของงาน ขั้นตอน ระยะเวลาและเกณฑ์การประเมินในการปฏิบัติงาน ให้บุคลากรที่รับผิดชอบได้ทราบ ผู้บริหารประเมินผลความก้าวหน้าการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างเหมาะสม และผู้บริการรับฟังความคิดเห็นเรื่องการปรับปรุงคุณภาพงานจากบุคลากร
2. ผลการเปรียบเทียบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จำแนกตามวุฒิการศึกษา โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ผลการเปรียบเทียบการบริหารคุณภาพโดยรวมของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จำแนกตามประสบการณ์การสอน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้น ด้านภาวะผู้นำและความผูกพันต่อคุณภาพงาน ด้านความยินดีของนักเรียน ด้านจัดตั้งกลุ่มฟันเฟือง ด้านแต่งตั้งผู้ประสานงานคุณภาพ ด้านใช้รูปแบบการพัฒนาจากหลายๆ แหล่ง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยครูที่มีวุฒิสูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป มีการพัฒนาระบบการบริหารคุณภาพโดยรวมมากกว่าครูที่มีวุฒิปริญญาตรี
เสร็จอีกเล่มนะคะ