สรุปงานวิจัย

ชื่องานวิจัย :        ความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี 

ผู้วิจัย :                  นางพิมพ์รภัส  ตระกูลคุณจักร

ปีที่วิจัย  :              2551

ความมุ่งหมายของการวิจัย

1.    เพื่อศึกษาความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี  ทั้ง  4 ด้าน คือ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานงบประมาณ  การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป

2.    เพื่อเปรียบเทียบความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีอาชีพต่างกันต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา ปีการศึกษา 2550  จำนวน  1,122  คน
  2. กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา ปีการศึกษา 2550  จำนวน  1,122  คน โดยได้สุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random  Samping)  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามอาชีพ คือ ข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และงานเอกชนและอาชีพอิสระทั่วไป โดยใช้จากตารางกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างและจำนวนประชากรของ เครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, pp. 607-610)  จำนวน  295 คน 

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้  เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)  5 ระดับ ตามแนวคิดของลิเคอร์ท (Best & Kahn, 1993, pp. 246-250)แบ่งออกเป็น 2 ตอน ดังนี้

ตอนที่ 1   แบบสอบถามที่เกี่ยวกับข้อมูลสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

ตอนที่ 2   แบบสอบถามที่เกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา  จังหวัดชลบุรี ทั้ง  4 ด้าน คือ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานงบประมาณ  การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไป 

การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล : ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้             

  1. ศึกษาวิธีการสร้างเครื่องมือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  2. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปขอคำแนะนำจากประธาน และคณะกรรมการที่ปรึกษางานนิพนธ์ตรวจสอบ
  3. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเที่ยงตรง และนำแบบสอบถามมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข
  4. นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงไปทดลองใช้ (Try-Out) กับผู้ปกครองนักเรียนที่ไม่ใช้กลุ่มตัวอย่างในโรงเรียน  จำนวน 30 คน แล้วนำมาวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (Item – total  Correlation Coefficient) โดยวิธีหาค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม  
  5. หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ ด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Correlation Alpha)  ของครอนบาค (Cronbach, 1990, pp. 202-204)  ปรากฏว่า ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ  .85
  6. นำแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นและมีความสมบูรณ์ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป

 

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล : ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้             

                1.  ผู้วิจัยขอหนังสือจากภาควิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพาถึงผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี  เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูลจากผู้ปกครองนักเรียน

                2. กำหนดวันเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี  ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างด้วยตนเองได้คืน จำนวน 295 ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ 100   ประมวลผลข้อมูลจากแบบสอบถามลง โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows เพื่อหาค่าสถิติตามจุดมุ่งหมายและสมมติฐานที่ตั้งไว้นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีค่าสถิติตามจุดมุ่งหมายและสมมติฐานที่ตั้งไว้มาค้นคว้าศึกษาต่อไป

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

                 การจัดกระทำข้อมูล  เมื่อได้รับแบบสอบถามแล้ว  ผู้วิจัยดำเนินการ ดังนี้1.    นำแบบสอบถามตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถาม

2.    แยกแบบสอบถาม นำข้อมูลตอนที่ 1  มาหาค่าความถี่และค่าร้อยละ

3.    นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อ

               ระดับ  5  หมายถึง  ความคาดหวังมากที่สุด

               ระดับ  4  หมายถึง  ความคาดหวังมาก

               ระดับ  3  หมายถึง  ความคาดหวังปานกลาง

               ระดับ  2  หมายถึง  ความคาดหวังน้อย

               ระดับ  1  หมายถึง  ความคาดหวังน้อยที่สุด

4.  เกณฑ์การพิจารณาความคาดหวังผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา  จังหวัดชลบุรี  เป็นดังนี้  (บุญชม  ศรีสะอาด และบุญส่ง  นิลแก้ว, 2535, หน้า 23-24) 

      4.51 – 5.00  หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองอยู่ในโรงเรียนมากที่สุด

      3.51 – 4.50  หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนอยู่ในระดับมาก

      2.51 – 3.50  หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง

      1.51 – 2.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนอยู่ในระดับน้อย

      1.00 – 1.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนอยู่ในระดับน้อยที่สุด

5.   วิเคราะห์ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จำแนกเป็นรายด้านและรายข้อ

 

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1.  วิเคราะห์ความคาดหวังต่อการบริหารงานโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา ทั้ง 4 ด้าน  ใช้การหาคะแนนเฉลี่ย (X)  และวิเคราะห์ความกระจายของคะแนน เป็นค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

2.  การเปรียบเทียบความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีอาชีพต่างกันต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี แตกต่างกัน โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่า  t (t – test)

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :

1.   ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี  โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง   ซึ่งการเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ทั้ง  4 ด้าน ปรากฏว่า  ด้านการบริหารงานวิชาการอยู่ในระดับมากเป็นอันดับแรก  การบริหารงานทั่วไปในระดับมากเป็นอันดับสอง   การบริหารงานบุคคลในระดับมากเป็นอันดับสาม และการบริหารงานงบประมาณในระดับมากเป็นอันดับสุดท้าย  

2.    ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการบริหารงานของโรงเรียนบ่อทองวงษ์จันทร์วิทยา จังหวัดชลบุรี  ทั้งอาชีพข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ อาชีพเอกชนและอาชีพอิสระ โดยรวมมีความคาดหวังไม่แตกต่างกัน  แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผู้ปกครองนักเรียนที่มีอาชีพข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจมีความคาดหวังด้านการบริหารงานทั่วไปแตกต่างกับผู้ปกครองที่มีอาชีพเอกชนและอาชีพอิสระทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05