การเดินทางไปเยี่ยมดินแดนมรกตเม็ดงาม หรือ สวิสเซอร์แลนด์แดนอิสาน ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ ๘ ของเราในครั้งนี้ นอกจากเพื่อการเติมพลังลมปราณของชีวิตของเราเองแล้ว เรายังดีใจมากที่ได้พบเพื่อนร่วมพัฒนา และได้เห็นความเจริญก้าวหน้าของการจัดงานหลาย ๆ อย่างด้วยกันเช่น การที่มีการเตรียม มัคคุเทศน์น้อย ไว้อธิบายและนำชมบริเวณงาน โดยมัคคุเทศน์น้อยเหล่านี้ นอกจากจะสามารถอธิบายเป็นภาษาไทยได้แล้ว ยังสามารถที่สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย ในกรณีที่นักท่องเที่ยวเป็นชาวต่างประเทศ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่แวะมาในเทศกาลนี้

สำหรับบูธจัดนิทรรศการต่าง ๆ นั้นก็มีจำนวนมากขึ้น และที่เราแวะไปคุยด้วยนานที่สุดก็คือ บูธของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยววังน้ำเขียว รวมทั้งได้อาศัยเป็นที่หลบฝนในช่วงที่เทวดาโปรยน้ำมนต์ลงมา และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ กรุณาให้ความอนุเคราะห์ กางร่มเดินฝ่าสายฝนและโคลนมาส่งท่าน Lin Hui ถึงที่จอดรถ เนื่องจากเมื่อผมเดินมาที่จอดรถ เพื่อจะขับรถเข้าไปรับ แต่ปรากฏว่าไม่ทันเวลา ทางผู้จัดปิดการจราจร ห้ามนำรถเข้าสู่บริเวณหน้างานเสียก่อน จึงไม่สามารถนำรถเข้าไปรับที่บูธได้ รวมทั้งไม่ได้ไปเยี่ยม ต้นตะวันโฮมสเตย์ และ บ้านสวนระเบียงภู ที่อยู่ลึกเข้าไปจากบริเวณจัดงาน ตามที่ตั้งใจไว้อีกด้วย ดีที่เราไม่ได้นัดล่วงหน้า เพราะอยากจะทำความประหลาดใจให้กับเจ้าของ คงต้องรอโอกาสหน้านะครับ ท่านผู้ใหญ่และท่านอาจารย์
เป็นวันที่รอคอย ใช่อะป่าว.....อิอิอิ
ติดตามอ่านเรื่องราวของอาจารย์เสมอคะ
แหววหวานมากนะคะ
เรียนท่าน Panda ..สวยจังเลยค่ะ ภาพบนนึกว่าต่างประเทศจริงๆซะแล้ว ...เคยไปสัมมนาค่ะ แต่ไม่ใช่ที่เดียวกับท่าน ...6 ก.พ.53 มีโปรแกรมไปวังนำเขียว(เป็นผู้ติดตาม) แต่ไม่รู้เขาจะให้ติดตามหรือเปล่า อิอิ
น่ารักมากเลยค่ะอาจารย์
อยากมีวันนี้ แบบของอาจารย์กะอ.หลินบ้างจังค่ะ...^_^
ขอบคุณครับที่ชมว่าสวย...อิอิ คนหรือดอกไม้...555
เบญจมาศที่วังน้ำเขียวมีให้ชื่นชมเกือบตลอดปีครับ คุณ
ปิ่นธิดา
ถ้าไม่ได้เป็นผู้ติดตาม ก็เปลี่ยนเป็น ผู้ตามติด ๆ แทน ครับ
ทุกอย่างอยู่ที่ (ตั้ง)ใจ ครับ น้องอิง ชาดา ~natadee
คิดแล้วต้องลงมือปฏิบัติ จึงจะได้ผล....555
มาเยี่ยมค่ะ
ดูรูปเห็นคุณค่าและความสุขค่ะ
คุณ
ขอบคุณครับ