อาจารย์อลิ ซาเบธ โวยค์จากนิวยอร์ค US ตีพิมพ์เรื่อง "โรงเรียนทางเลือกที่เกาหลี" ในนิตยสารไทยแลนด์ บิซซิเนสวีค ฉบับเดือนสิงหาคม 2550 ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
...
สภาพโรงเรียนในเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นอะไรๆ แบบ "ขงจื่อ" ได้ดี
ปราชญ์จีนท่านนี้เผรแพร่คำสอนที่มุ้งเน้นความ ขยัน-ซื่อสัตย์ (ต่อชาติ-กษัตริย์-บรรพบุรุษ)-กตัญญู-การปกครองโดยกฏหมายและกฏระเบียบเข้ม ข้น) คำสอนของท่านมีส่วนทำให้ประเทศเอเชียไกล ไม่ว่าจะเป็นจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ (เกาหลีเหนือตกรอบไปเนื่องจากเผด็จการครองเมือง)-เวียดนามพัฒนาได้เร็ว
...
คำสอนของ ขงจื่อส่งผลให้ชาวจีนโพ้นทะเลประสบผลสำเร็จไปทั่วโลก ประเทศที่ใช้แนวคิดนี้มากเป็นพิเศษก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากเป็นสิงคโปร์ที่เข้ามาถือหุ้น-ลงุทุนไปทั่วโลกแล้ว
สภาพห้องเรียนเกาหลีใต้ที่พบบ่อย คือ ถ้าจำเรื่องที่เรียนไปครั้งก่อนไม่ได้ก็จะถูกตีหน้าชั้น เลิกเรียนต้องไปเรียนพิเศษประมาณ 5 ชั่วโมง
...
เกาหลีใต้ มีประชากร 48 ล้านคน (2550) ทว่า... มีขนาดเศรษฐกิจโตเป็นอันดับ 11 ของโลก ประเทศนี้ใช้รายได้ 7.5% ของ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ = สินค้า + บริการทุกอย่างรวมกัน) มากที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม
นี่ยังไม่รวมค่ากวดวิชา 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/ปี อีกต่างหาก
...
เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ส่งออกนักศึกษาไปเรียนต่อนอกสูงมากมาหลา่ยสิบปี (109,000 คนในปี 1998 และเพิ่มเป็น 214,000 คนในปี 2005) ในจำนวนนี้เป็นสหรัฐฯ มากที่สุด
นักศึกษาต่างประเทศในสหรัฐฯ อันดับ 1-3 ได้แก่ อินเดีย จีน และเกาหลีใต้, จำนวนนักศึกษาใกล้เคียงกัน ทั้งๆ ที่เกาหลีใต้มีประชากรน้อยกว่าอินเดีย-จีน 20 เท่า
...
ปัญหาใหญ่ ของเกาหลี คือ คนที่จบปริญญาสาขาวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีไม่กลับประเทศมากขึ้นจาก 20% ในช่วงปี 1992-1995 เป็นเกือบ 50% ในปี 2000-2003
เรื่องนี้ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในเกาหลีใต้ว่า การศึกษาที่เน้นการสร้างความรู้-ท่องจำแบบเดิมๆ อาจไม่เหมาะกับโลกอนาคต จำเป็นต้องหารูปแบบการศึกษาใหม่ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์มาก ขึ้น เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์-วิจัยให้มากขึ้นต่อไป
...
ปัญหาสมอง ไหลไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศที่ยากจนหรือกำลังพัฒนา แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยและพัฒนาไปไกลแล้วอย่างเกาหลีใต้... สมองก็ยังไหลออกเป็นพักๆ
การศึกษายุคเดิมเน้นท่องจำ ทำให้คนเก่งภาษา และมี "ความรู้เป็นก้อนๆ" มากมาย, ทว่า...ทรัพย์สินในโลกยุคใหม่มีลักษณะเป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา" มากขึ้น ทำให้การศึกษาที่ทำให้คนมีความสุข-สร้างสรรค์-มีทักษะในวิชาชีพ-มีนวัตกรรม (ไอเดีย - สิ่งประดิษฐ์ - ครีเอทีฟ) สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั่วโลกหันมาเปลี่ยนวิธีส่งเสริมการศึกษา
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]
ที่มา
-
ขอ ขอบพระคุณไทยแลนด์ BusinessWeek. อลิซาเบธ โวยค์. โรงเรียนทางเลือกที่เกาหลี.สิงหาคม 2550. หน้า 94-95.> www.businessweek.co.th
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 13 มกราคม 2553.