ความเข้มแข็งของชาวบ้าน ประชาชนฐานล่าง เป็นพลังของชุมชนที่สำคัญซึ่งทำให้เกิดการพัฒนา พลังชุมชนย่อมขับเคลื่อนไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ทั้งนี้เพราะเมื่อประชาชนรวมกลุ่มและแลกเปลี่ยนกันถึงปัญหาที่เขาพบเจอและพยายามหาทางออก มันไม่ใช่เป็นเรื่องของปัจเจก แต่มันเป็นเรื่องส่วนรวม เรื่องสร้างสรรค์แทบทั้งสิ้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องหันมาทบทวนบทบาทของมหาวิทยาลัยตัวเองแล้วว่า จะให้มันไปในทิศทางไหน ซึ่งสำคัญยิ่งก็คือบทบาทในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยมีแนวคิดใหม่มาสนับสนุน เช่น การพัฒนาชุมชนเข้มแข็งตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม ฯลฯ

ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยมีหลายบทบาท มหาวิทยาลัยมีความรู้มหาศาล มีความรู้เฉพาะทาง ซึ่งคนยากไร้เข้าถึงยากจริงๆ หากไม่ใช่คนในวงการย่อมไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นความรู้ตรงนี้ กรณีผมไปทำวิจัยที่แก่งละว้า เขตอ.บ้านไผ่ อ.บ้านแฮด  28 หมู่บ้าน พื้นที่แถบนี้ชาวบ้านมีพยาธิใบไม้ตับ และเป็นมะเร็งท่อน้ำดีสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และพบว่า ร้อยละ75 ของประชากรพื้นที่นี้เป็นโรคเบาหวาน หนาแน่น เราในฐานะนักวิจัยสังคมต้องหันกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยว่าเราจะเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายนำความรู้ เข้าไปให้ประชาชน อย่างเป็นกระบวนการอย่างไร แบบไหน และเชื่อมโยงกับใคร ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีเกือบ 19 คณะ ทุกคณะมีบทบาทได้ทั้งหมด แม้แต่คณะศึกษาศาสตร์กับบทบาทของการจัดการเรียนการสอน และหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราจะสร้างความรู้เฉพาะทางเหล่านี้ให้เป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนเรียนู้ในเชิงปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนลงไปในพื้นที่อย่างไร มหาวิทืยาลัยเองสามารถเปิดพื้นที่นี้เป็นเขตพื้นที่ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนได้ มหาวิทยาลัยและชุมชนควรจะคืนชีวิตให้ความรู้ ผนึกกำลังความรู้ให้เป็นรูปธรรม กระจ่ายความรู้จากล่างขึ้นบน เสริมพลังให้กันและกัน การกู้คืน ฟื้นคุณภาพชีวิต ปกป้องเฝ้าระวัง นำพลังความรู้ที่มีเฉพาะทางที่มหาวิทยาลัยเก่งกาจเข้ามาจัดการอย่างมีส่วนร่วม โดยใช้พลังขององค์กรแห่งความรู้ และยืนยันความจริงที่เกิดขึ้น เคียงบ่าเคียงไหล่กับความทุกข์ยากเดือดร้อนกับชาวบ้าน (มีต่อ)