ธรรมชาติคือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอ ให้ฟรีตราบเท่าที่มนุษย์ไม่ทำลายหายสูญ

ธรรมชาติคือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่เสมอ ให้ฟรีตราบเท่าที่มนุษย์ไม่ทำลายจนธรรมชาติหายสูญ ให้ ฟรี ไม่เห็นเคยคิดเงินกับมนุษย์เลย แล้วมนุษย์จะใจร้ายไปถึงไหนถึงได้ทำร้ายธรรมชาติ จนจะไม่เหลือธรรมชาติที่สมบูรณ์ เกื้อกูลทุกสรรพชีวิตซึ่งเป็นธรรมชาติบนโลกใบนี้

ฟรี ที่สอง คือโอโซนฟรี ที่ธรรมชาติมอบให้ชาววังน้ำเขียว ไม่เลือกปฏิบัติแม้แต่ผู้มาเยืยนก็ไม่เว้น วังน้ำเขียวมีต้นทุนทางธรรมมชาติสูง

มีทั้งภูเขา ป่าไม้ สัตว์ป่า พืชพันธุ์ไม้ มีแหล่งน้ำบนฟ้า และในดิน มีจุลินทีย์ที่ซื่อสัตย์คอยพิทักษ์ดิน พระแม่ธรณีให้สุขสมบูรณ์ เกื้อกูลให้เกษตรกรแห่งนี้มีที่ดินทำการเพาะปลูกอย่างสุขสมบูรณ์ เมื่อใช้พระแม่ธรณีถูกวิธี แม่ฯผู้เอื้อเอื้ออารีย์ต่อชีวิตทุกชีวิต ไม่เลือกปฏิบัติ จุลินทรีย์จึงมีชีวิตอยู่ในดินได้อย่างมีความสุข ออกลูกออกหลาน ดึงธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน ใต้ดิน ในหิน ฯลฯ ที่มนุษย์ตัวโตเสียเปล่าหามีปัญญาทำได้อย่างจุลทรีย์ไม่ มาเอื้อประโยชน์ให้เกษตรปลูกพืชปลอดสารพิษย์เลี้ยงชีวิตมนุษย์อีกทอดหนึ่ง เกษตรกรผู้มีจิตปกป้องทำนุบำรุงพระแม่ธรณี พระแม่ธรณีก็ตอบแทนด้วยการเลี้ยงดูพืชผักให้งดงามสมบูรณ์ปราศจากสารอันตรายนานาชนิด และยังคงอยู่เป็นแม่ที่ดีมีแต่ให้เพื่อได้ใช้สรอยตลอดกาล  ส่วนความชุ่มชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ถูกกักเก็บในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ละอองไอน้ำ หมอก เมฆ และฝนที่เทลงมาจากฟากฟ้ามาให้ได้ใช้ อย่างสม่ำเสมอ จนเหลือเก็บในรูปแบบต่างๆ ถ้าเก็บไว้เป็นไอน้ำบนท้องฟ้า ถึงเวลาเทวดาท่านก็จะเทคืนลงมาให้อีก ไอน้ำบนฟ้าตัวนี้เองสร้างเป็นม่านหมอกตามธรรมชาติ ที่สวยงามพาดท้องฟ้าสีคราม มีฉากหลังเป็นภูเขาป่าไม้ ที่เกื้อหนุนกันอย่างลงตัวจึงเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่สวยงามจับใจ จนต้องมีงานเบญจมาศบานในม่านหมอก และผลผลิตจากพระแม่ธณี ไม่ว่าดอกไม้ พืชผักนานาชนิด และผลไม้เมืองหนาว ด้วยเหตุนี้แล 


ไอน้ำนี่แหละ เมื่อมีเพิ่มมากขึ้นก็รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆโตๆ เทลงมาเป็นฝน เป็นน้ำลงมาให้ใช้ไม่ขาดมือ ก่อใ้ห้มีการกักเก็นน้ำบนดิน น้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน ให้ใช้ได้ไม่มีวันหมดสิ้น จึงเป็นที่มาของชื่อวังน้ำเขียว แหล่งเก็บน้ำที่มหาศาล เพราะเขาฝากน้ำไว้กับป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม ขอเพียงอย่าทำร้ายธรรมชาติจนเสียสมดุลย์ แค่นี้เองค่ะ เราจะไม่เคารพธรรมชาติผู้ที่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ ได้ลงคอเชียวหรือ

เมื่อวานเทวดาใจดีให้น้ำมนต์จากฟ้าทะทอยเทลงมาก่อนเที่ยงเล็กน้อย แต่มาหนักหลังเที่ยงจนต้องเลื่อนเวลาเปิดงาน จาก บ่ายสองโมง เป็น บ่ายสี่โมง ถึง สี่โมงครึ่ง รอผู้ว่าราชการมาเปิดงาน เราโชคดีมากได้มาสูดโอโซนเต็มปอดฟรีๆ ท่ามกล่างม่านหมอกและดอกไม้โดยเฉพาะเบญจมาศบานหลากหลายสายพันธุ์ ละลานตาด้วยสีสรรสมตามชื่องาน จนชุ่มฉ่ำหัวใจ ก่อนใครๆ อีกมากหน้าหลายตา นับเป็นวาสนาเล็กๆ ที่ได้รับจากธรรมชาติ พอฝนเทลงมา ผู้คนก็พากันหลบหาที่กำบังจ่าละหวั่น แต่ฝนเลงมาหลังจาก หลินฮุ่ยได้ชื่นชมดื่มด่ำกับธรรมชาติ ด้วยประสาทที่สัมผัสไ้ด้ทั้งทางกายและใจจนอิ่ม   หลินฮุ่ยกับหมียักษ์รีบเดินทางต่อไปหาธรรมชาติผู้ใจดี ผู้ให้ฟรีๆอีก ต่อไป คือฟรีที่สาม โปรดติดตามต่อไปในบันทึกหน้า