
ภาพระติยาโดย พลเดช
.........ช่วงที่ร่างของเด็กสาวกลิ้งมาถึงขอบชายคานั้น บรรดาผู่ที่มุงดุอยู่ข้างล่างต่างร้องวี๊ดว๊าดไปตาม ๆ กัน หลายคนตรูเข้ามาบริเวณใต้ชายคา เพื่อดูเหตุการ์ณให้ใกล้ชิด แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันออกไปให้ห่าง ๆ เพราะกีดขวางการทำงานของพลเปลที่กำลังนำเปลขยับไปมาเพื่อให้เปลตรงแนวที่ร่างของเด็กสาวจะตกลงมาโดยไม่ให้ผิดพลาดใด้ หัวหน้าพลเปลถึงกับเหงื่อออกเต็มใบหน้าด้วยความเครียด เพราะถ้าผิดพลาด ก็หมายถึงร่างของเด็กสาวจะต้องหล่นกะแทกกับพื้นด่าวดิ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ อย่างไรก็ตาม ด้วยประสพการที่เคยปฏิบัติงานเช่นนี้มานานแล้ว พวกเขาจึงไม่พลาด สามารถวิ่งนำเปลขยับไป-มา เข้ารับร่างของเด็กสาวที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วไว้ได้ทันท่วงทีอย่างหวุดหวิดก่อนที่ร่างของเธอจะกะแทกกับพื้นดิน ร่างน้อย ๆ ของเธอ กระดอนขึ้นกระดอนลงชั่วขณะบนพื้นเปลผ้าใบ 2-3 ครั้งแล้วแน่นิ่งอยู่ในเปล แพทย์เวรฉุกเฉินรีบไปเอาร่างของเธอออกมาวางบนม้ายาวใต้อาคาร แล้วลงมือวัดชีพจรอย่างรีบด่วน พบว่าหัวใจยังเต้น "เธอเพียงแต่หมดสติไปเท่านั้น" แพทย์เวร บอกให้ทุก ๆ คนทราบ ขณะเดียวกันนั้นบรรดาผู้ที่อยู่ข้างล่างก็ตรูกันเข้ามาใกล้ ๆ พร้อม ๆ กันกับบรรดาผู้ที่อยู่บนระเบียงคือ ตัว ผอ.,เจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยหลายคน ,หัวหน้าตำรวจ,คณะอดีตหลวงพ่อบางกอก,และพ่อ-แม่ของเด็กสาว และคนอื่น ๆ ก็ลงมาถึงเช่นกัน หลังการปฐมพยาบาลในเวลาต่อมา เด็กสาวก็ได้สติฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความดีใจและเสียงปรบมือกึกก้องของทุก ๆ คน เธอโผเข้ากอดพ่อ-แม่ แล้วสามคนพ่อแม่ลูกก็สะอึกสอื้นร้องไห้เซ็งแซ่ต่อกันและกันด้วยความดีใจที่ยังไม่มีใครตายจากกันเหมือนอย่างที่ต่างคนต่างคิดแต่แรก จากนั้น ผู้เป็นพ่อ ก็บอกให้ลูกสาวทำความเคารพอดีตหลวงพ่อบางกอกกับคณะที่เป็นผู้ช่วยออกเงินค่ามอบตัวที่ขาดอยู่ให้ทั้งหมด ทำให้เด็กสาวได้รับการรับเข้าเรียนได้สำเร็จ และรอดตายจากการคิดจะฆ่าตัวตายอย่างหวุดหวิด เด็กสาวยกมือไหว้ หลวงพ่อวรโพธิ,หลวงพ่อกันต์ ,โยมภรรยาหลวงพ่อ,และเพื่อนโยมหลวงพ่อ รวมทั้งพิดลูกชายหลวงพ่ออย่างสำนักในบุญคุณ แล้วอดีตหลวงพ่อบางกอก แสดงความยินดีกับเธอและอวยพรให้เธอเป็นคนดีตั้งใจเรียนให้จบ อย่าได้คิดฆ่าตัวตายอีก เพราะหากคิดจะทำอีก อาจไม่โชคดีรอดตายเหมือนคราวนี้ก็ได้ การมีชีวิตรอยู่ย่อมจะได้มีโอกาศอยู่ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาแต่อ้อนแต่ออก รวมทั้งยังจะมีโอกาศขวนขวายทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการต่อไปได้.อีก....หลังจากนั้น แพทย์เวร ได้นำตัวเธอไปพักฟื้นและตรวจสอบระบบต่าง ๆของร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลเพื่อความแน่ใจว่า เธอจะไม่เป็นอะไรอีก
------------++++++++++-------------------------
หลายปีต่อมา ระติยา ฯ มีจดหมายแจ้งข่าวให้อดีตหลวงพ่อ วรโพธิฯ ทราบว่า ตอนนี้เธอ เรียนอยู่พยาบาลปีสุดท้ายของวิทยาลัยพยาบาลแห่งนั้นแล้ว กำลังจะจบการศึกษาในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้า เธอบอกว่าเมื่อเธอจบการศึกษามีงานมีการทำตามปราถนาแล้ว เธอจะพาลุง,พ่อ,แม่มาประเทศไทย เพื่อเยี่ยมแสดงความขอบคุณคณะของหลวงพ่อฯ ที่นอกจากจะช่วยให้เธอมีชีวิตรรอดในครั้งนั้น แล้ว ยังเป็นการให้แสงสว่างในการเข้าศึกษาในวิทยาลัยพยาบาล จนสำเร็จตามที่เธอตั้งใจ อันทำให้เเธอจะมีหน้าที่การงาน,ดำรงค์ชีวิตรราบรื่น, มีเงินมีทองเลี้ยงดูพ่อ,แม่ ตลอดจนจุนเจือญาติ พี่น้อง ในอนาคตอันใกล้ได้บ้าง เธอกล่าวต่อไปในจดหมายอีกว่า หากไม่ได้คณะหลวงพ่อฯช่วยชีวิตรเธอไว้ในคร้ั้งนั้น เธอคงจบชีวิตรในวันนั้นแล้วและจะไม่มีวันนี้อย่งแน่นอน...คณะอดีตหลวงพ่อวรโพธิ ฯ ทราบข้อความในจดหมายของระติยาฯ แล้วก็พากันยินดีและปลาบปลื้มไปกับเธอด้วย และภูมิใจไม่น้อยทีพวกเขาได้ทำความดีอีกครั้งด้วยการช่วยชีวิตรของเด็กสาวต่างแดนคนนี้ไว้ได้เนื่องจากความที่ไม่อาจนิ่งดูดายทนเห็นคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วยเหลือ ท้้ง ๆ ที่สามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งในครั้งนั้นหลังจากช่วยเงินไปแแล้ว พวกเขาแทบจะไม่มีเงินสดเหลือติดกระเป๋าอีกเลย และแม้คนผู้นั้นจะเป็นคนละเชื้อขาติศาสนา กับพวกเขาก็ตาม พวกเขาต่างตกลงกันว่าจะปฏิบัติการดี ๆ เช่นนี้ต่อเรื่อย ๆ หากมีโอกาศจะได้ทำอีกจนกว่าชีวิตรของแต่ละคนจะหาไม่
จบบริบูรณ์
"วรโพธินามะ " --บ้านบางแคเหนือ,บางแค , กทม.
3 - พ.ค.2552
โอ้ สาธุครับ
เรื่องจบลงด้วยดี
ขออนุโมทนากับท่านวรโพธิด้วยครับ ที่แต่งเรื่องดีๆ แบบนี้
ศซัสดีค่ะคุณหลวงพ่อบางกอก
เรื่องราวของระติยา คงเป็นแรงบันดาลใจให้การช่วยเหลือเกื้อกูลเกิดขึ้นในโลกนี้ อีกนับครั้งไม่ถ้วน
ดั่งเจตนาของคณะหลวงพ่อบางกอกที่ว่า
"ภูมิใจไม่น้อยทีพวกเขาได้ทำความดีอีกครั้งด้วยการช่วยชีวิตรของเด็กสาวต่างแดนคนนี้ไว้ได้เนื่องจากไม่อาจนิ่งดูดายทนเห็นคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วยเหลือ ในเมื่อพวกเขาสามารถจะช่วยได้ แม้คนผู้นั้นจะเป็นคนละเชื้อขาติศาสนา กับพวกเขาก็ตาม พวกเขาต่างตกลงกันว่าจะปฏิบัติการดีเช่นนี้ต่อเรื่อย ๆ หากมีโอกาศจะได้ทำอีก"
แต่เรื่องราวของระติยาคนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการเล่าเรื่องเหมือน ระติยาคนนี้ ยังเป็นเรื่องที่น่าสงสาร และเห็นใจ
หนูติดตามอ่าน จนจบเรื่องในวันนี้ จึงได้เห็นน้ำใสใจจริงของคณะหลวงพ่อบางกอก ที่คงไม่ได้มีให้เห็นเฉพาะในนวนิยายเรื่องนี้เท่านั้น แต่คงเป็นทุนในใจ ที่มีเมตตาจิตอันงดงาม เต็มเปี่ยม พร้อมที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง ขออนุโมทนาบุญ ถ้าจะมีระติยาในชีวิตจริง ได้รับการช่วยเหลือเช่นนี้ คงจะสร้างประวัติศาสตร์ และเพิ่มพลังคุณค่า แห่งเมตตาธรรม ให้โลกนี้ น่าอยู่มิใช่น้อยค่ะ
ขอบคุณที่เขียนเรื่องให้อ่าน ที่สนุก ตื่นเต้น และสร้างแรงบันดาลใจอย่างมหาศาลเลยค่ะ หลวงพ่อบางกอก
เรียน คุณตันติราพันธ์ฯ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมบันทึก และให้ข้อคิดเห็ฯ ตลอดคำแนะนำ
ที่มีประโยขน์มาก สำหรับ ระติยา ฯ ในชีวิตรจริงนั้น ไม่อยากให้มีเช่นกัน
เพราะแสงแวบแห่งเมตตาธรรม แม้จะมีอยู่บ้าง แต่คงพบไม่ได้ง่าย ๆ เหมือน
ในนิยาย เมื่อหาไม่พบ ก็หมายถึงตายจริง ๆ และ ถูกตราหน้าว่าทิ้งปัญหาให้
พ่อ-แม่,ญาติพี่น้อง และ คนอื่น ๆ ที่ไม่รู่อิโนอิเน่ ต้องเป็นภาระจัดการเผาศพให้
สวัสดีค่ะ คุณพ่อ ท่าน วรโพธินามะ และทุกท่านค่ะ
แวะมาอ่านตอนจบค่ะ อนุโมทนาแสงแห่งบุญ สาธุ.. ด้วยความเคารพค่ะ
เรียน ครูนีนานันท์ ฯ
ผมคิดอยู่หลายเวลาว่าจะตอบยังไงดี ก็คิดได้ว่านอกจากจะขอบคุณ
ที่ครูเข้ามาเยี่ยมชมแล้ว ก็ต้องขอให้กุศลและกรรมดีต่าง ๆ ที่ครูมีมาให้
จงไปได้แก่บรรดา เด็กสาว ๆ วัยเรียนตัวจริงในชีวิตรจริงของคนเรา จง
ยับยั้งชั่งใจให้ดีก่อนจะคิดฆ่าตัวตาย เพราะเขาอาจไม่โชคดีเหมือน ระติยา
ก็ได้
จากการติดตามข่าวการฆ่าตัวตายของเด็ก สาว ๆ
ในเวลาต่อมา ยังพบว่ามีการฆ่าตัวตายอยู่เรื่อย ๆ อาทิ
เช่นมีเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.2 ใช้ปืนของตา ฯยิงตัว
ตายเพราะทนต่อการล้อเลียนของเพื่อน ๆ ที่หาว่ตัวเอง
เป็นคนไม่มีพ่อแม่ มาเป็นเวลานาน จนเกิดความกดดัน
ถึงขีดสุด เด็กสาวรายนี้ ถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ให้ตา-ยาย เลี้ยง
ตั้งแต่แบเบาะ จนตายายส่งเสียให้เข้าเรียน มาเป็นลำดับ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อน ๆ เอาเรื่องไม่มีพ่อแม่ มาล้อเลียน
ได้อย่างไร และเมื่อมันเป็นความจริง ประกอบกับพ่อแม่ไม่
เคยมาให้เห็นหน้า เธอจึงคิดมาก และเก็บกดความรู้สึกนี้ไว้
ตลอดมา จนในที่สุดทนจะรับการถูกล้อเลียนต่อไปอีกไม่ไหว
จึงขะโมยปืนพกของตาฯมที่เก็บไว้ใต้หมอน ในระหว่างที่
ตา-ยายออกไปทำธุระนอกบ้านทั้งคู่ มายิงตัวตายดังกล่าว
การตัดสินใจของเธอนี้ เกิดจากแรงกดดันที่สะสมมานาน ไม่
เหมือน ระติยา ฯ ที่ หุนหันพลันแล่น ชั่ววูบ และมีคนเห็น
เหตุการ์ณ จึงถูกช่วยชีวิตรไว้ได้
ข่าวเศร้าเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายยังคงมีอยู่เป็นระยะ ๆ กล่าวคือเมื่อประมาณกลางเดือน
ที่ผ่านมา มีภรรยา คนหนึ่งบอกให้สามีเสียปลักไฟฟ้าเครื่องไฟฟ้าอย่างหนึ่งให้ แต่ผู้
เป็นสามีไม่ทำให้ ทำให้ผู้เป็นภรรยาเกิดน้อยใจ วันรุ่งขึ้นเก็บฟูกที่นอนและหมอน หนี
ออกจากบ้านไป จนสองสามวันต่อมา มีผู้พบศพของเธอตกลงไปตายในบ่อน้ำแห่งหนึ่ง
ไม่ใกลจากบ้านนัก ผู้เป็นสามีให้การว่า เหตุที่ไม่เสียบปลั๊กไฟให้เพราะง่วงนอนและกำลัง
จะไปนอนพ่อดี ความเห็นในการฆ่าตัวตายรายนี้ก็คงมีสาเหตุน้อยใจ และตัดสินใจกระทัน
หันแบบ ระติยา ฯ ของเรา เช่นกัน ผู้เขี่ยนไม่อยากให้มีเหตุการ์ณเช่นนี้เกิดขึ้นอีกเลย ไม่
วส่าจะรอด แบบ ระติยา ฯ หรือ ไม่รอดเช่นนี้ก็ตาม
สวัสดีครับ
เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ และไม่อยากให้เกิดกับใครในโลกนี้เลยครับ
ในทางศาสนาจะบอกว่าเป็นเรื่องที่เป็นกรรมเก่าและเป็นบาป ไม่ควรทำ
ในมุมมองของผู้ที่กำลังคิดจะทำอะไรแบบนี้ หากได้มีสติ มีกัลยาณมิตรที่ดี อาจจะช่วยได้ครับ
คนในครอบครัวหรือผู้ที่สนิทอาจจะต้องช่วยกันสังเกตุคนข้างๆ ตัวว่ามีอาการหรือไม่
คนเราถ้าได้มีการระบายออกบ้าง ก็จะไม่ไปถึงจุดนั้นก็ได้ครับเพราะไม่มีใครอยากจะทำบาปครับ
-v[
ขอบคุณท่านพลเดชฯ ที่ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ว่า การฆ่าตัวตาย
เป็นกรรมเก่า และ นับเป็นบาปในทางพุธทศาสนาอย่างหนึ่ง ในกรณีย์นี้ ผม
ใคร่ขอให้บรรดาสามีทั้งหลายรวมทั้งตัวผมด้วย พึงระมัดระวังคำพูดที่จะมีการโต้
ตอบกับภรรยา ยามมีปากมีเสียงกัน ว่า แม้คำ ๆ เดียว ก็อาจทำให้ภรรยาเกิดน้อยใจ
อย่างที่สุด และขาดความยั้งคิดเช่นกรณีย์นี้ได้ หนทางผ่อนปรนที่ดีที่สุดคือ เมื่อเธอ
ขอให้ช่วยทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย ควรตอบสนองคุณเธอเสมอ
แม้จะช้าไปบ้างก็ยังดีกว่าไม่ทำ แต่ก็อย่าให้ข้าเกินการ อย่างกรณีย์รายนี้ การเสียบ
ปลั๊กไฟไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย หากทำให้คุณเธอเสียแต่แรก ก็จะไม่มีการไปกระโดด
บ่อน้ำตายแน่นอน แต่ก็อย่างว่า ใครจะไปรู้จิ่ตรใจคุณเธอได้ตลอดเวลา คำแนะนำที่ใคร่
ครวญแล้วก็คือ จำตัวอย่างนี้ไว้ให้ดี อย่าได้นึกไปว่าคุณเธอออกคำสั่งให้เราทำ แต่ให้นัก
ว่าคณเธอขอร้องให้เราทำ--จะเป็นการดีกว่าเป็นไหน ๆ เพราะเรื่องก็มักจะจบลงตรงนั้นเอง
เสมอ แม้ผมมีประสพการ์ณเรื่องทำนองนี้มาพอสมควรแต่พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ผมก็หวั่น ๆ
เหมือนกันว่าภรรยาผมอาจเอาอย่างบ้างก็ได้ ผมจะต้องระมัดระวังไม่ให้พลาดได้อย่างเด็ด
ขาดทีเดียวครับผม
สาธุครับ
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
เอาภาพต้นโพธิ์ผลัดใบมาฝากครับ ท่านวรโพธิ
ท่าน พลเดชฯ
เห็นภาพใบโพธิ กิ่งโพธิ แล้วก็อดนึกถึงเมื่อครั้งกิ่งโพธิกิ่งใหญ่
ในสถานฑูต แสดงนิมิตให้เห็นตอนขับไล่กลุ่มวิญญาณท้องถิ่นให้
หายไปเมื่อครั้งใปบวชถวายกิศลแด่ในหลวง ฯเมื่อปี 50 - ไม่ได้
เพราะได้กราบไหว้ขอบคุณท่านตลอดมาจนบัดนี้ และจะทำตลอด
ไป ไม่ให้ขาด สิ่งเล้นลับต่าง ๆ มีอยู่จริงนะ
วรโพธินามะ
สาธุครับท่านทิดพ่อ
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อยู่ที่สถานทูต ยังเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ กราบไหว้บูชาของคนไทยและคณะที่มาดูงานทุกคนที่แวะมาเยือนสถานทูตครับ ต่างบูชาและเก็บใบโพธิ์กลับไปบูชาทุกคนไป และก็จะเล่าให้ทุกคณะฟังถึงเรื่องราวของท่านทิดพ่อที่ประสพเจอในคืนแรกที่มานอนที่เดลีด้วยครับ
อยากอ่านจังเลยที่เดลี ขอบคุณมากๆค่ะ
ขออนุโมทนาในความดีที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ มีเด็กสาวไม่น้อยที่หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้
และหน่วยงานบางหน่วยงานก็ยังให้ความช่วยเหลืออย่ีางจริงจังนอกจากทำไปตามหน้าที่เท่านั้น ในขณะที่หลายๆหน่วยงาน หลายๆองค์กรต่างทุ่มทั้งกายและใจช่วยปกป้องมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยทุกๆด้านนะคะ
มาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกจิตใจเหี่ยวไปนิดหนึ่งขอบคุณค่ะ