บวชถวายกุศลแด่ในหลวงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา, วัดไทยพุทธคยา,นิวเดลี

 

ภาพระติยาโดย พลเดช

 

.........ช่วงที่ร่างของเด็กสาวกลิ้งมาถึงขอบชายคานั้น  บรรดาผู่ที่มุงดุอยู่ข้างล่างต่างร้องวี๊ดว๊าดไปตาม ๆ กัน หลายคนตรูเข้ามาบริเวณใต้ชายคา เพื่อดูเหตุการ์ณให้ใกล้ชิด แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันออกไปให้ห่าง ๆ เพราะกีดขวางการทำงานของพลเปลที่กำลังนำเปลขยับไปมาเพื่อให้เปลตรงแนวที่ร่างของเด็กสาวจะตกลงมาโดยไม่ให้ผิดพลาดใด้  หัวหน้าพลเปลถึงกับเหงื่อออกเต็มใบหน้าด้วยความเครียด เพราะถ้าผิดพลาด ก็หมายถึงร่างของเด็กสาวจะต้องหล่นกะแทกกับพื้นด่าวดิ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ อย่างไรก็ตาม  ด้วยประสพการที่เคยปฏิบัติงานเช่นนี้มานานแล้ว  พวกเขาจึงไม่พลาด    สามารถวิ่งนำเปลขยับไป-มา เข้ารับร่างของเด็กสาวที่ตกลงมาอย่างรวดเร็วไว้ได้ทันท่วงทีอย่างหวุดหวิดก่อนที่ร่างของเธอจะกะแทกกับพื้นดิน  ร่างน้อย ๆ ของเธอ กระดอนขึ้นกระดอนลงชั่วขณะบนพื้นเปลผ้าใบ 2-3 ครั้งแล้วแน่นิ่งอยู่ในเปล   แพทย์เวรฉุกเฉินรีบไปเอาร่างของเธอออกมาวางบนม้ายาวใต้อาคาร แล้วลงมือวัดชีพจรอย่างรีบด่วน  พบว่าหัวใจยังเต้น "เธอเพียงแต่หมดสติไปเท่านั้น" แพทย์เวร บอกให้ทุก ๆ คนทราบ ขณะเดียวกันนั้นบรรดาผู้ที่อยู่ข้างล่างก็ตรูกันเข้ามาใกล้ ๆ พร้อม ๆ กันกับบรรดาผู้ที่อยู่บนระเบียงคือ ตัว ผอ.,เจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยหลายคน ,หัวหน้าตำรวจ,คณะอดีตหลวงพ่อบางกอก,และพ่อ-แม่ของเด็กสาว และคนอื่น ๆ  ก็ลงมาถึงเช่นกัน หลังการปฐมพยาบาลในเวลาต่อมา เด็กสาวก็ได้สติฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความดีใจและเสียงปรบมือกึกก้องของทุก ๆ คน   เธอโผเข้ากอดพ่อ-แม่ แล้วสามคนพ่อแม่ลูกก็สะอึกสอื้นร้องไห้เซ็งแซ่ต่อกันและกันด้วยความดีใจที่ยังไม่มีใครตายจากกันเหมือนอย่างที่ต่างคนต่างคิดแต่แรก  จากนั้น ผู้เป็นพ่อ ก็บอกให้ลูกสาวทำความเคารพอดีตหลวงพ่อบางกอกกับคณะที่เป็นผู้ช่วยออกเงินค่ามอบตัวที่ขาดอยู่ให้ทั้งหมด  ทำให้เด็กสาวได้รับการรับเข้าเรียนได้สำเร็จ และรอดตายจากการคิดจะฆ่าตัวตายอย่างหวุดหวิด เด็กสาวยกมือไหว้ หลวงพ่อวรโพธิ,หลวงพ่อกันต์ ,โยมภรรยาหลวงพ่อ,และเพื่อนโยมหลวงพ่อ รวมทั้งพิดลูกชายหลวงพ่ออย่างสำนักในบุญคุณ   แล้วอดีตหลวงพ่อบางกอก แสดงความยินดีกับเธอและอวยพรให้เธอเป็นคนดีตั้งใจเรียนให้จบ  อย่าได้คิดฆ่าตัวตายอีก  เพราะหากคิดจะทำอีก อาจไม่โชคดีรอดตายเหมือนคราวนี้ก็ได้  การมีชีวิตรอยู่ย่อมจะได้มีโอกาศอยู่ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามาแต่อ้อนแต่ออก รวมทั้งยังจะมีโอกาศขวนขวายทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการต่อไปได้.อีก....หลังจากนั้น แพทย์เวร ได้นำตัวเธอไปพักฟื้นและตรวจสอบระบบต่าง ๆของร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง  ที่โรงพยาบาลเพื่อความแน่ใจว่า เธอจะไม่เป็นอะไรอีก 

                                        ------------++++++++++-------------------------                                              

                หลายปีต่อมา  ระติยา ฯ   มีจดหมายแจ้งข่าวให้อดีตหลวงพ่อ วรโพธิฯ ทราบว่า ตอนนี้เธอ เรียนอยู่พยาบาลปีสุดท้ายของวิทยาลัยพยาบาลแห่งนั้นแล้ว  กำลังจะจบการศึกษาในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้า    เธอบอกว่าเมื่อเธอจบการศึกษามีงานมีการทำตามปราถนาแล้ว  เธอจะพาลุง,พ่อ,แม่มาประเทศไทย เพื่อเยี่ยมแสดงความขอบคุณคณะของหลวงพ่อฯ ที่นอกจากจะช่วยให้เธอมีชีวิตรรอดในครั้งนั้น แล้ว  ยังเป็นการให้แสงสว่างในการเข้าศึกษาในวิทยาลัยพยาบาล จนสำเร็จตามที่เธอตั้งใจ อันทำให้เเธอจะมีหน้าที่การงาน,ดำรงค์ชีวิตรราบรื่น, มีเงินมีทองเลี้ยงดูพ่อ,แม่ ตลอดจนจุนเจือญาติ พี่น้อง ในอนาคตอันใกล้ได้บ้าง  เธอกล่าวต่อไปในจดหมายอีกว่า หากไม่ได้คณะหลวงพ่อฯช่วยชีวิตรเธอไว้ในคร้ั้งนั้น เธอคงจบชีวิตรในวันนั้นแล้วและจะไม่มีวันนี้อย่งแน่นอน...คณะอดีตหลวงพ่อวรโพธิ ฯ ทราบข้อความในจดหมายของระติยาฯ แล้วก็พากันยินดีและปลาบปลื้มไปกับเธอด้วย และภูมิใจไม่น้อยทีพวกเขาได้ทำความดีอีกครั้งด้วยการช่วยชีวิตรของเด็กสาวต่างแดนคนนี้ไว้ได้เนื่องจากความที่ไม่อาจนิ่งดูดายทนเห็นคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ต้องตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ช่วยเหลือ ท้้ง ๆ ที่สามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งในครั้งนั้นหลังจากช่วยเงินไปแแล้ว  พวกเขาแทบจะไม่มีเงินสดเหลือติดกระเป๋าอีกเลย  และแม้คนผู้นั้นจะเป็นคนละเชื้อขาติศาสนา กับพวกเขาก็ตาม   พวกเขาต่างตกลงกันว่าจะปฏิบัติการดี ๆ เช่นนี้ต่อเรื่อย ๆ หากมีโอกาศจะได้ทำอีกจนกว่าชีวิตรของแต่ละคนจะหาไม่

                                                                   จบบริบูรณ์
                                         "วรโพธินามะ " --บ้านบางแคเหนือ,บางแค , กทม.
                                                                  3 - พ.ค.2552