การฟังแบบ I in you ในสังคมไทย
การสื่อสารในสำนักงานของผม ผมมักจะสื่อสารอย่างตรง ๆ ทื่อ ๆ คุยเรื่องงาน ก็จะมุ่งเรื่องงานล้วนๆ เอาเนื้อๆ ไม่อ้อมค้อม เจ้าหน้าที่ถามอะไร มีปัญหาอะไร ผมก็จะตอบไปตรงๆ ตามประเด็นที่ถามมา
การสื่อสารของผมด้วยวิธีการดังกล่าว ผมรู้สึกว่าบางครั้ง บางคน ก็ไม่ค่อยราบรื่นครับ
ที่ไม่ราบรื่น เพราะผมสื่อสารแบบ I in it แต่เจ้าหน้าที่เขาสื่อสารที่ต้องการให้ผมฟังแบบ I in you
ที่ทราบอย่างนั้น เพราะพอผมลงมาคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง สอบถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ที่ไม่เกี่ยวกับงาน เจ้าหน้าที่เขาก็จะค่อยๆกล้าพูดออกมาครับ ว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรต่องานนี้ งานที่ผมให้เขาทำ
ผมจึงถึงบางอ้อครับ แล้วก็นึกในใจว่า "แล้วทำไมไม่พูดมาตรงๆเสียตั้งแต่แรก"
ครับ ผมจึงมาคิดเล่นๆเองว่า สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่มักจะต้องฟังแบบ I in you ให้มากๆครับ เพราะการพูดมักจะเป็นแบบ "น้ำขุ่นอยู่ใน นำใสอยู่นอก" ประเภทไม่กล้าพูดอะไรตรงๆ ออกมา หรือ เป็นประเภทวัฒนธรรมเกรงใจ ประมาณนั้น
อีกตัวอย่างในเรื่องนี้ คือ ละครวิทยุของไทย ก็มักจะมีบทคิดคนเดียวครับ แต่ไม่พูดออกมา ทั้งหนังไทย ละครไทย ก็ชอบมีบทพูดคนเดียวออกมา ก็มาพูดคนเดียวทำไม ทำไมไม่ไปพูดกับเขาเลยล่ะครับ ในขณะที่หนังจีน หนังฝรั่ง หนังญี่ปุ่น เขาไม่มีบทนึก บทพูดกับตัวเองหรอกครับ
นึกถึงละครไทย หนังไทย ผมอยากจะเป็นแบบหนังไทยเรื่องหนึ่ง พระเอกหรือนางเอกนี่แหละ มีความสามารถพิเศษ ในการฟังความในใจของคนได้ คือ คนนี้พูดแบบนี้ แต่ในใจนึกอีกอย่าง ก็น่าจะสะท้อนวัฒนธรรมการสื่อสารแบบไทยๆได้นะครับ
ครับ ผมจึงคิดว่าการฟัง I in you แบบไทย ไกลกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิดครับ
คงจะต้องพยายามฝึกฟังต่อไป
อาจารย์ Small man,
I in you เป็นการสื่อสารด้วยการฟังครับ
แต่ I message เป็นการสื่อสารด้วยการพูด
I in you ฟังอย่างสร้างสรรค์ (ฟังในมุมมองของผู้พูด)
I message เป็นการพูดอย่างสร้างสรรค์ (พูดด้วยความรู้สึกที่ดี)
(ขอสั้นๆก่อนนะครับ)
* แบบทางการก็จะได้อีกอย่างหนึ่ง แบบไม่เป็นทางการก็จะได้อีกอย่างหนึ่ง
(ครับ หลายครั้งเป็นแบบนั้นครับ ทำให้งานสะดุด)
* บางครั้งก็ไปคนละทาง ทำงานชุมชนก็เจอคล้ายๆ กันครับ
(ผมเจอบ่อยเหมือนกันครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามา ลปรร
อนุโมทนาขอบคุณอาจาย์ Small man มาก... การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง เจริญพร
ผมก็เป็นครับอาจารย์ I in it บางทีมันเลยกลายเป็นทำงานร่วมกับหุ่นยนไปซะงั้น
และที่ร้ายไปกว่านั้นกลายเป็นเค้าไม่ชอบเราไปซะอีก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
สงสัยต้องปรับเอา I in You มาใช้แล้วละครับ
ขอบคุณสาระที่นำมาฝากกันครับ ^^
* ผมเองก็ได้หลายๆอย่างจากท่านครับ
* ผมเองคงต้องปรับการสื่อสารของตัวเองอีกมากเหมือนกันครับ เพราะส่วนใหญ่จะ I in it
ขอบคุณครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีค่ะ
น้ำพุ ในความหมายของเด็กออทิสติก คืออะไรค่ะ(2)
ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆที่นำมาฝากครับ
..เอาใจเขามาใส่ใจเรา..
การฟังและการพูดจะงดงามขึ้นขอรับท่านรอง..
สาธุๆกับบันทึกดีมีสาระขอรับท่านรอง
ไกลกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิดจริงๆ นะคะ
I in you นี่ถ้านำมาใช้ร่วมกับ I'm OK You're OK ในสังคมไทย พอไปไหวมั้ยคะอาจารย์
เอาใจเขามาใส่ใจเรา..
การฟังและการพูดจะงดงามขึ้นขอรับท่านรอง..
* บางครั้ง ผมก็มุ่งแต่ให้เขาเอาใจเรา ไปใส่ใจเขาอยู่ครับ ก็เลยไปไม่ถึง I in you
ต่อไปจะพยายามครับ
* I in you นี่ถ้านำมาใช้ร่วมกับ I'm OK You're OK ในสังคมไทย
ผมว่าเยี่ยมไปเลยนะครับ
ขอบคุณครับ
* ว๊าว... ท่านรองก็ดูละครด้วยหรือนี่...เรื่องที่พระเอกประสบอุบัติเหตุ ผ่านตัดสมองแล้วมีผลข้างเคียง อ่านความคิดคนอื่นได้ ใช่เปล่า..."หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น" ใช่ไหม.... หรือว่าคนและเรื่อง ฮา....
* ท่านรองคะ มนุษย์โดยทั่วไปและส่วนใหญ่ มักกลัว กับคำพูดตรงๆ เป็นทางการอยู่แล้ว ถ้ายิ่งเขาอยู่ในสถานผู้ใต้บังคับบัญชา พูดอะไรที่เป็นงานเป็นการ "บางคนจะรู้สึกเกร็ง ขาดความมั่นใจ พาลทำอะไรไม่ถูก ปากคอสั่นก็มี" เป็นลักษณะนิสัยของคนไทยค่ะ.... แต่ก็ไม่ทุกคนหรอกนะคะ มีหลายๆ คน ที่ชอบพูดตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม งานคืองาน เวลานอกงานก็ผ่อนคลาย สบายๆ
* การที่จะพูดคุย หรือสื่อสารกับใคร เราคงต้องดูบุคลิกลักษณะนิสัยด้วย ว่าเขาเป็นคนแบบไหน การสื่อสารจะได้ง่ายขึ้น ค่ะ... (ต้องกราบขออภัย ที่บังอาจแสดงความคิดเห็น..)
* ท่านรองไปอบรม SP2 ไม่ทราบทั่วประเทศหรือเปล่า เห็น ผอ. หนูท่านก็ไปเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ทราบว่าที่เดียวกันหรือเปล่า หนูยังไม่ได้ดูรายละเอียด...ได้ยินท่านพูดอยู่
* ขอให้ท่ารองมีความสุขกับอบรมนะคะ
* ด้วยความเคารพนับถือค่ะ
* หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น ใช่แล้วครับ
ประเด็นนี้ดีมากเลยครับ ถูกใจ
การที่จะพูดคุย หรือสื่อสารกับใคร เราคงต้องดูบุคลิกลักษณะนิสัยด้วย ว่าเขาเป็นคนแบบไหน การสื่อสารจะได้ง่ายขึ้น ค่ะ.
* มีประโยชน์กับผมมากเลยครับ
* เป็นพื้นฐานที่สพำคัญของ I in you เลยละครับ ซึ่งผมยังอ่อนอยู่
* ผมไปกรุงเทพฯ 22 - 24 มค.ครับ ที่โรงแรมแม็ก ไปคราวนี้ คงไม่มีรูปมาฝากครับ เพราะลูกสาวยึดกล้องไปเรียบร้อย(เข้าค่ายลูกเสือ)
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
นึกถึง "ชายกลาง" ในเรื่อง บ้านทรายทอง
วางมาดเงียบๆ คาบไปค์
สุดท้าย ฟาดหมด ทั้ง นางเอก นางรอง นางร้าย
ไม่ลงมือตัดสิน ไม่ทำอะไร ปล่อย แม่ กับ เมีย ทะเลาะกัน ทำตัวเหมือน ผู้บริหารไทย ทั้งหลาย
I in U นี่ ได้เรียนรู้ ลึก เลย ครับ ท่าน