กลับมาตามคำมั่นครับ
(บันทึกใหม่ทุกวันอังคาร)
ผัว-เมีย ตีกัน ฉันคือเทวดา
ผัว-เมีย ดีกัน ฉันคือ....(อยากให้เป็นอะไรเติมเอานะ)
ก่อนอื่นขออนุญาตทำความเข้าใจ ช่องว่างที่ผมให้ท่านเติมเอาเองเสียก่อน
คืออย่างนี้ครับ
ผัว-เมีย ตีกัน ฉันคือเทวดา
ผัว-เมีย ดีกัน ฉันคือนางฟ้า
ท่านใดเติมถูกแต่แรกขอให้รวยมากๆ และชาตินี้ไม่ต้องมีใครตามทวงหนี้ครับ อิ.อิ.
แต่หากท่านเติมว่าเป็นสิ่งมีชีวิต สี่เท้า ที่คุณผู้หญิงนิยมเลี้ยง (ประเภทรักฉัน ต้องรักสิ่งมีชีวิตของฉันด้วย) ขอให้มีเหตุไม่คาดคิด 2 อย่างติดต่อกันสองวันคือ
อย่างที่หนึ่ง วันที่หนึ่ง ให้บัตรเครดิตโทรทวงหนี้แต่เช้า
อย่างที่สอง วันที่สอง ให้บัตรเครดิตที่โทรทวงหนี้ โทรมาขอโทษว่าทวงผิดคนพร้อมส่งเครื่องดืมรังนกมาปลอบใจ สอง โหล ฮา....
เข้าเรื่องนะครับ
จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นปัญหาครอบครัวที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องโดยขาดการไตร่ตรองที่ดี ก็เพราะความเป็นทนายหัดขับนะครับ ตอนเขารักกันจนมีลูกด้วยกัน เราก็ไม่เคยไปเกี่ยวด้วย แต่พอเขาตบตีกันจะเลิกกัน ไอ้เรากลับไปเกี่ยว (ห้ามคิดลึกขอให้อ่านต่อ แฮ...รู้นะคิดไรอยู่) ถึงทำให้ผมคิดได้ว่า ผัวเมียตีกันฉันคือเทวดา จริงๆนะ แต่ยาม ผัวเมียกลับคืนดีกันฉันคือหมา ที่ท่านคิดเติมช่องว่างว่า หมา ไม่ผิดหรอกครับ ผม ในสายตาของคู่สามีภรรยาคู่นี้ ผมเป็นเช่นนั้นจริงๆ
เรื่องมีว่า
เมื่อผมเริ่มว่าความได้ประมาณสัก สอง ปี ก็มีคุณสุภาพสตรีท่านหนึ่ง เดินมาจับแขนผม ขณะเดินลงจากศาล และถามผมว่าท่านทนายช่วยหน่อยได้ไหม ผมเลยสอบถามว่าเรื่องอะไร จึงทราบข้อขัดแย้งระหว่างสุภาพสตรีท่านนี้กับสามีของท่าน จึงขอให้ไปคุยกับผมที่สำนักงาน ซึ่งอยู่ที่ถนนบุญศิริก็ใกล้ๆกับศาลนั้นเอง เหตุที่ขอให้ไปคุยกันที่สำนักงานก็เพราะผมต้องขออนุญาต ท่านเจ้าของสำนักงานผมเสียก่อนว่าขอรับคดีนอกมาทำเป็นส่วนตัว ท่านเจ้าของสำนักงานก็สอบถามตามสมควรแล้วเตือนว่าไตร่ตรองให้ดีนะคดีประเภทนี้มีผลกระทบหลายฝ่าย เมื่อได้รับอนุญาตผมเริ่มงานทันที ก็สอบถามรายละเอียดสุภาพสตรีท่านนี้ และถามความประสงค์ ก็ยืนยันว่าจะขอหย่า สมัยนั้น เหตุฟ้องหย่ามีเพียง 10 สาเหตุ คือต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 เท่านั้น เหตุอื่นที่ไม่ตรงตามกฎหมายไม่สามารถนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้เลย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วชายฟ้องหย่าได้ง่ายกว่าฝ่ายหญิง คือกฎหมายไทยสมัยนั้นคำนึงถึงการมีสภาพเป็นครอบครัวโดยมองไปที่ศักดิ์ศรีฝ่ายชายมากกว่าจะมองไปที่สิทธิและศักดิ์ศรีฝ่ายหญิง ดูกันง่ายๆ (ซึ่งตรงกับกรณีสุภาพสตรีรายนี้)
ตามมาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือภริยามีชู้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ถ้าอ่านมาตรานี้ดีๆจะเห็นว่าฝ่ายชายได้เปรียบกว่าเพราะการหย่าตามเหตุนี้ยาก ที่ว่ายาก ลองนึกตามนะครับ
เออ...จะสมมุติว่าเป็นใครดี หรือจะสมมุติว่าเป็นท่านหรือคุณผู้ชายของท่านดี หรือว่าเป็นผมดี ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวเข้าตัว ฮา...
คือถ้าฝ่ายชายพาคุณผู้หญิงสักท่านที่ไม่ใช้ภริยาไปเข้าโรงแรมม่านรูด เออ........เรียกผิด สมัยนี้เรียกว่ารีสอร์ทนะ (คุณผู้ชายท่านใดบอกทางบ้านว่าอยู่รีสอร์ดระวังด้วยเน่อ อิ.อิ.) ฝ่ายหญิงตามไปเห็นว่าเข้าไปในห้องด้วยกันก็ประมาณเอาว่าเป็นสายซ้อน(กิ๊ก)แน่ ก็ถ่ายรูปนำมาเป็นหลักฐานประกอบการฟ้องคดีต่อศาลเพียงเท่านี้ เชื่อหรือไม่ ศาลพิจารณาว่าไม่ใช่เหตุแห่งการหย่า เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา มุงมองกฎหมายกรณีนี้มองว่าอาจเป็นเพียงการซื้อขายนาผืนน้อยเท่านั้น
ที่นี้ลองนึกตามว่า กรณีเดียวกันนี้หละ เปลี่ยนเพียงจากฝ่ายชายเป็นฝ่ายหญิง คือฝ่ายชายตามไปเห็นเข้าไปในโรงแรมตามกรณีนี้ด้วยกันเลยถ่ายรูปนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดีฟ้องศาลเพียงเท่านี้ เชื่อหรือไม่ ศาลพิพากษาให้หย่าได้ ทั้งนี้เพราะมุ่งมองกฎหมายมองเพียงว่า ภริยามีชู้ ซึ่งกรณีนี้เพียงฝ่ายหญิงเข้าไปในม่านรูดกับชายอื่นที่ไม่ได้เป็นสามี วิญญูชนทั่วไปก็ประมาณได้ว่า สายซ้อน แน่ๆ เห็นความยากง่ายระหว่างฝ่ายหญิงฝ่ายชายหรือยังครับ (ในการทำคดีจริงๆไม่ใช่เพียงเท่านี้นะครับต้องมีหลักฐานอื่นประกอบให้เจือสมด้วย ผมเพียงยกตัวอย่างให้เห็นว่าสิทธิต่างกันมากเท่านั้น) แต่ปัจจุบันได้แก้ไขไปมากแล้วครับสิทธิใกล้กันมากแล้วมีดังนี้ครับ
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
พักสักครู่นะ

ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องนะครับ สุภาพสตรีท่านนี้(ต่อไปจะเรียกว่าลูกความ) ไปจับได้ว่าสามีไปมีสายซ้อน(กิ๊ก)ครับ คือบอกผมว่าสงสัยมานานมากแล้ว สามีชอบอ้างว่านายมีคำสั่งให้ไปทำภาระกิจลับ (สามีมีอาชีพเป็นรั้วสีเขียวนะ) เหตุที่ถูกจับได้เพราะไปทำภาระกิจลับโดยไม่แจ้งนาย จึงถูกนายตามหาเพราะเกรงว่าจะมีเหตุในทางร้าย ลูกความผมจึงทราบว่าทำภารกิจลับเฉพาะภริยา บุคคลอื่นรู้ได้ มีคนเดียวห้ามรู้ (ฝากเตือนคุณผู้ชายนะครับ อายุความเรื่องนี้ทำไงก็ไม่ขาดอายุความ เจ้าแม่ที่บ้านทราบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ตัวใครก็ดูแลกันเองนะ ผมไม่เกี่ยว อิ.อิ.) แต่ลูกความผมฉลาดพอที่จะไม่เปิดสงครามทันที อาจเพราะมีลูกด้วยกันหนึ่งคนจึงไม่ยากให้ลูกรับรู้หรืออย่างไรไม่ทราบได้ แต่ก็แอบติดตามดูฝ่ายชายทุกครั้งที่ออกจากบ้านและอ้างว่าไปทำภาระกิจลับ จนสืบทราบว่าฝ่ายชายไปมีสายซ้อนอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปหรือมีอะไรเป็นหลักฐานให้ใช้ในทางคดีได้ ผมสอบข้อเท็จจริงเสร็จ ก็ไม่ไตร่ตรองอะไร เห็นว่ามีเจตนาจะหย่า ก็รับทำคดีให้ ก็อธิบายให้ฟังว่า ถ้าหย่า จะเรียกร้องอะไรได้บ้าง เช่นสินสมรสจะแบ่งอย่างไร ลูกจะให้ใครใช้อำนาจปกครอง และกรณีนี้ลูกยังไม่บรรลุนิติภาระ(อายุ 7ปี) ใครต้องจ่ายค่าอุปการะ และจะเรียกค่าเลี้องชีพได้อย่างไร ปรากฎว่าลูกความยืนยันว่าจะดูแลลูกเอง ให้ฝ่ายชายจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูลูก และจะเป็นฝ่ายใช้อำนาจปกครองลูกด้วยกับให้จ่ายค่าเลี้ยงชีพที่เคยจ่ายอยู่เดือนละ 12,000.-บาทตลอดไป ทรัพย์สินมีเงินฝากในธนาคาร ทั้งชื่อของลูกความเอง และชื่อของฝ่ายชาย บ้านซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินของฝ่ายชาย รถยนต์ 1 คัน ชื่อของฝ่ายชาย ที่นาอีก 20 ไร่ ไม่มีหนี้สิน เรียกว่ามีฐานะพอควร ลูกความบอกจะเอาทั้งหมด คือมีอะไรเอาหมด ให้ฝ่ายชายไปแต่ตัว (คงแค้นมาก นะ ผมเลยไม่กล้ามีสายซ้อน(ให้รู้) ฮา...)
ผมจึงอธิบายไปว่า เรื่องลูกนะน่าจะได้ตามนั้น เพราะลูกความผมก็มีหน้าที่การงานที่ดี คือเป็นถึงผู้นำท้องถิ่น แต่เงินเดือนน้อยมาก (เงินรายได้อื่นไม่รู้)
ส่วนที่นา บ้าน รถยนต์ เงินฝากธนาคารจะเป็นการฝากในชื่อใครก็ตาม ต้องนำมาแบ่งกันฝ่ายละครึ่ง เมื่อแบ่งแล้วจะเรียกค่าเสียหายอย่างไรและจะได้เท่าไรก็อยู่้ที่เหตุและผลที่จะแสดงให้ศาลพิจารณา กรณีเงินฝากแบ่งคนละครึ่งไม่ยาก แต่กรณีที่ดินกับบ้านและรถยนต์และที่นาคือปัญหา ถ้าตกลงกันไม่ีได้ก็ต้องขายนำเอาเงินมาแบ่งกันตามกฎหมายลูกความยืนยันครับว่าขายก็ต้องขาย และให้เรียกค่าเสียหายค่าอุปการะเลี้ยงดูค่าเลี้ยงชีพให้ลูุกกับตนเองเท่าราคาส่วนที่ฝ่ายชายได้รับไป (เห็นยังทำไมผมถึงกลัวสายซ้อน)
ก่อนไปต่อ ขออธิบายเรื่องสินสมรสหน่อยนะครับ
เดี๋ยวบางท่านอาจไม่ทราบว่า ไอ้สินสมรสนี้มัมเป็นเช่นไร คือมันเป็นเช่นนี้ครับ ผมจะจำกัดความง่ายๆ
สิ้นสมรสคืนทรัพย์สินและหนี้สินที่ได้มาในระหว่างสมรส แต่ไม่ใช่สินส่วนตัว (เออ..เลยงง...ผมก็มึนครับ อิ.อิ) คืออย่างนี้ครับ
อย่างไรเป็นสินส่วนตัว อย่างไรเป็นสินสมรส
สินส่วนตัว ก็คือทรัพย์สินต่างๆบรรดามี ซึ่งต่างฝ่าย ต่างก็มีอยู่ก่อนจะสมรสกันและมีขึ้นภายหลังสมรสแต่ต้องระบุชัดว่าเป็นสินส่วนตัวคืออาจได้ทรัพย์อื่นมาภายหลังสมรสแล้วและผู้ให้ก็ระบุชัดว่าใ้ห้เป็นสินส่วนตัว เช่น ก่อนสมรสในรายนี้มีที่ดินที่ปลูกสร้างบ้านเป็นชื่อฝ่ายชาย ที่ดินจึงเป็นสินส่วนตัว หากในระหว่างสมรสฝ่ายชายขายที่ดินแปลงนี้ไปได้เป็นเงินมาหรือเปลี่ยนที่ดินเป็นทรัพย์อย่างอื่นเช่นนำที่ดินไปแลกกับหุ้นบริษัทน้ำมัน เช่นนี้เงินที่ขายที่ดินได้หรือที่เปลี่ยนเป็นหุ้นบริษัทน้ำมันก็ยังคงเป็นสินส่วนตัวเมื่อหย่าก็ไม่ต้องนำมาแบ่งกัน
สินสมรส ก็คือทรัพย์สินที่ทำมาหาได้หรือได้มาในระหว่างสมรสกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนของฝ่ายใดที่ได้รับในระหว่างสมรส แม้จะฝากธนาคารในชื่อตนเองหรือทรัพย์สินใดที่ได้มาจะซื้อด้วยเงินเดือนตนเองฝ่ายเดียวก็ตาม ทรัพย์สินบรรดามีนี้เป็นสินสมรสทั้งหมดเมื่อหย่าก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
หวังว่าคงเข้าใจนะครับ คุณผู้หญิงทั้งหลายรีบตรวจดูบัญชีของหวานใจโดยด่วน หากถูกยักย้ายไปแล้วผมไม่เกี่ยวนะ อิ.อิ.
ที่นี้กลับเข้าเรื่องต่อ
เมื่อตอนตอบตกลงรับเป็นทนายความให้นั้น ไม่ได้คิดเป็นอื่นเพราะถามความประสงค์ถึงสองครั้งว่าแน่ใจนะว่าจะต้องการหย่าจริง ไม่คิดถึงผลกระทบกับลูกหรืออย่างไร กลับได้รับคำตอบว่าคิดแล้วต้องให้ลูกทราบความจริงว่าพ่อเป็นอย่างไร ไม่ขอทนอีกต่อไปเรื่องมาถึงเพียงนี้แล้ว และไม่เคยคิดว่าจะต้องขึ้นศาล เกิดมาไม่เคยต้องอาศัยทนายหรือศาลเลย ไม่มีทางอื่นจะแก้ไขแล้ว มีเพียงทนายเท่านั้นจะช่วยได้ จะให้กราบเท้าก็ย่อม จะได้ความสุขกลับมาอีกครั้งไม่ต้องทนทุกข์ต่อไป ปกติก็ดูแลลูกคนเดียวมาตั้งแต่เกิด พ่อของลูกไม่เคยช่วยอะไร นอกจากพาไปเที่ยวเป็นบางครั้ง (ความจริงเขาใช้คำเรียกพ่อของเด็กแรงมาก ลองนึกเอาเองนะครับเอาที่คิดได้รับรองมีหมด) ขณะพูดไปก็ยกมือไหว้ผมตลอด จนผมบอกพอแล้วครับไม่ต้องไหว้อีกหากยังขืนไหว้ผมอีกก็จะไม่รับทำคดีให้ กลับบอกผมว่า ให้ช่วยด้วยเถอะเพราะมองไม่เห็นใครจะช่วยได้แล้วถ้าทนายไม่ช่วย อยู่ไปก็ทรมาณ เห็นยังครับ ผัว-เมีย ตีกัน ฉันคือพระเจ้า หลังจากนั้นผมทำการรวบรวมหลักฐาน ก็ทำตัวเป็นนักสืบ ติดตามไปแอบถ่าย (นี้หละนักแอบถ่ายตัวจริง แฮ...)เก็บรวบรวมหลักฐานจนเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วก็ฟ้องเป็นคดีต่อศาล ในระหว่างสืบพยานศาลท่านก็เมตตาแสดงความเห็นใจจะให้คืนดีกันก็ไม่เป็นผล คือใช้ทุกวิธีการที่ไม่ขัดต่อระเบียบวิธีพิจารณาก็แล้วไม่เป็นผล เมื่อสืบกันในประเด็นเรื่องบุตรว่าควรจะได้อยู่กับใครหรือใครควรจะได้อำนาจปกครองและจ่ายค่าอุปการะในส่วนของบุตร ก่อนจะตัดสินคดีท่านทนายความจำเลย (ฝ่ายชาย) ได้เสนอว่าควรจะถามความสมัครใจของเด็กว่าจะอยู่กับใคร ศาลจึงให้นำตัวเด็กไปศาลแล้วทุกคนห้ามถามหรือคุยอะไรกับเด็กระหว่างอยู่ต่อหน้าศาล ส่วนท่านก็ชวนเด็กคุยและเรียกตัวท่านว่า ลุงกับเด็กทุกคำ และถามว่าเมื่อเช้ากินข้าวกับอะไร มีแฟนหรือยัง อะไรทำนองนี้ เพื่อจะสร้างความไว้วางใจและให้เด็กไม่ต้องเกรงกลัว เมื่อเห็นว่าเด็กไว้ใจพูดคุยด้วยดีแล้ว ท่านจึงถามคำถามว่า ถ้าพ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัดนานๆ ต้องอยู่กับแม่สองคนจะเอาไหม เด็กตอบว่าไม่เอา ท่านเลยถามว่าถ้าให้ไปอยู่กับพ่อหละ เด็กก็ตอบว่าไม่เอา (ผมคิดว่าเด็กตอบว่าไม่เอาไม่ได้หมายความว่าจะไม่อยู่กับทั้งสองคน แต่จะต้องอยู่พร้อมกันนะ) ท่านเลยถามต่อว่าถ้าให้เลือกหละว่าจะต้องอยู่กับพ่อ หรือกับแม่ต้องเลือกเอาคนหนึ่ง ปรากฎว่าเด็กร้องให้ แต่ตอบว่าจะอยู่กับพ่อแล้ววิ่งไปกอดพ่อ ศาลหมดคำถามแล้วนัดฟังคำพิพากษาในอีก 15 วันต่อมา
ผลคำพิพากษา ศาลให้หย่าตามเหตุที่ฟ้องหย่าทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสให้แบ่งกันคนละครึ่งแล้วให้ฝ่ายชายจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์เป็นรายเดือนๆละ 12,000.-บาทเป็นเวลา 10 ปี ส่วนเด็กให้อยู่ในอำนาจปกครองของจำเลย แต่ให้โจทก์มารับไปดูแลได้สัปดาห์ละ 2 วัน
หลังจากศาลพิพากษาแล้ว ผมมีโอกาสพบเด็กที่บ้านของลูกความ ก็ถามเด็กว่าทำไมอยากอยู่กับพ่อ เด็กตอบผมว่ากลัวแม่ตี อยู่กับพ่อได้ไำปเที่ยว (นี้่คือสาเหตุที่เด็กเลือก)
ประมาณ สี่ถึงห้าเดือนหลังจากศาลพิพากษาคดีแล้ว ผมได้เดินทางไปที่บ้านของลูกความอีกครั้งเพื่อไปรับค่าทนายงวดสุดท้าย สิ่งที่ผมได้รับคือ ไม่ใช่ค่าทนายครับ แต่พบกับคำว่า มึงจะมาทำให้ผัวเมียเขาแตกแยกกันอีกหรือไง (ฝ่ายชายพูดครับ) และได้ยินลูกความผมตะโกนออกมาว่า พี่บอกให้ทนายกลับไป ไม่มีอะไรจะคุยด้วย เห็นยังว่า ผัว-เมีย ดีกัน ฉันคือหมา
ผมไม่ได้โกรธลูกความผมหรือคิดแค้น แต่สิ่งนี้เป็นบทเรียนในเวลาต่อๆมา ว่าต้องไตร่ตรองอย่างไร ซึ่งก่อนรับคดีท่านหัวหน้าสำนักงานผมก็เตือนสติแล้วผมไม่ได้ไตร่ตรองอย่างจริงจัง จึงมีเหตุนี้เกิดขึ้น
แต่ก็ดีครับหลังจากคดีนี้ ก็มีคดีหย่าเข้ามาที่ผมอีกกว่า สิบ คดีปรากฏว่าผมใช้วิธีประวิงระยะเวลาไว้ประมาณ ห้าหรือหกเดือน แล้วจึงบอกให้ตัวความนำเงินค่าทนายความมาจ่าย แต่ไม่เคยได้รับสักบาทครับ เพราะไม่ปรากฏว่าคู่ใดคิดจะหย่ากันหลังจากนั้น ที่คิดได้เช่นนี้ ผมเชื่อว่าเวลาที่ผมคุยด้วย ผมนั่งคุย แต่คู่ที่จะหย่ากันเขานอนคุย ฮา....
คราวหน้าจะเล่าเรื่อง
ใกล้ชิดผู้พิพากษา เป็นผลกับคดี (แฮ..ใกล้จะถูกศาลเรียกตัวเข้าทุกทีแล้วเรา)
หมายเหตุ
มีคำถามให้ตอบอยู่ใน ความเห็นข้อ 19 กับ 20 ลองไปตอบดูนะครับ
ตอบถูกรวยโดยไม่มีเหตุผลนะจะบอกให้ อิ.อิ.
ผมเฉลยแล้วครับ
คำตอบ อยู่ในความเห็นข้อ 37 ครับ
ผมนำมาลงให้ท้ายนี้แล้วครับทั้งคำถามคำตอบ
มีเรื่องเล่าสั้นๆ ก็ไมพ้นทนายอีก
มีทนายท่านหนึ่งเป็นผู้ถือศีล นอกจากไม่ทำชั่วแล้วไม่เคยแม้จะคิด
อยู่มาจนอายุ 120 ปี เพื่อนๆทนายก็ไม่มีใครอยู่ด้วยแล้วคิดถึงเพื่อนทนายมาก
เลยขอพรจากเทวดาว่าขอนำความดีทั้งหมดที่ทำมา แลกกับความตาย
เทวดายอมให้แลกได้ครั้งเดียว จึงตายสมใจไปเกิดเป็นเทวดา
ก็มีเทวดาผู้ดูแลวิมาน นำไปวิมานที่สวรรค์จัดสร้างไว้ตอนรับ
ระยะหว่างทางก็ได้เห็นวิมานของเทวดาอื่น เป็นวิมานเล็กๆนึกในใจว่า
สวรรค์คงมีเนื้อที่จำกัด แต่พอถึงวิมานของเทวดาทนายเองกลับใหญ่โตมาก
ขนาดจะออกจากวิมาน ต้องนั้งรถกอล์ฟ
เลยสงสัยว่าทำไมวิมานของท่านถึงได้ใหญ่โตมาก
แล้วทำไมวิมานเทวดาอื่นๆถึงเล็กมากขนาดเพียงสอดตัวเข้าไปนอน
เทวดาผู้ดูแลตอบว่า ที่เห็นวิมานเล็กๆนั้นเป็นของผู้ทรงศีลในศาสนาต่างๆ
เหตุที่ต้องสร้างให้เล็กเพราะมีผู้ทรงศีลเยอะมากจะขึ้นสวรรค์มาทุกวัน
แต่ของท่านเทวดาทนายต้องสร้างให้ใหญ่
เพราะตั้งแต่ก่อตั้งสวรรค์มา
ก็มีเพียงท่านทนายเทวดาท่านเดียวที่ได้ขึ้นสวรรค์มา
เทวดาทนายตกใจอุทานว่า ตายละเรามาผิดที่เลยไม่ได้พบเพื่อนทนายอื่นอยู่ดี
คำถามท่านผู้ใดทราบบ้างว่าเพื่อนทนายอื่นไปไหน
สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความนี้
ผมได้ตั้งคำถามไว้ในความเห็นที่ 19 กับ 20 คือ
ก่อนตอบคำถามต้องอ่านความเห็นที่ 19 ก่อน
แล้วจึงจะตอบคำถามในความเห็นที่ 20 คือถามว่า
ท่านผู้ใดทราบบ้างว่าเพื่อนทนายอื่นไปไหน
ทุกท่านที่เข้ามาตอบต่างมีข้อคิดที่ ฮา...มากๆ
ความจริงเรื่องที่ผมเล่าเป็นโจ๊กจาก หนังสือ time magazine
ซึ่งผมเคยอ่านเจอนานมากแล้ว ที่เขามองพวกทนายความของชาติเขา
ว่ามีคุณธรรมเช่นไร ผมเลยนำมาดัดแปลงไปเล่าให้เพื่อนๆฟังต่าง ฮา.กันระเบิด
คำตอบตามหนังสือ time คือ ทนายที่เหลือไปนรกกันทั่งหมดครับ ฮา....
แสดงว่าทนายความในมุมมองของเขาหาความดีได้น้อยมาก เมื่อตายไป
เลยลงนรกกันหมด เหลือเพียงคนเดียวหลุดขึ้นสวรรค์ไปได้
ที่นี่คำตอบฉบับดัดแปลงของผม
ผมบอกไว้ว่ามีอายุ 120 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้คิดคำตอบว่าไปงานศพ
เพราะทนายที่มีอายุมากขนาดนั้นไม่มีแน่นอนที่จะเหลือรอดไปงานศพได้
ลองคิดดูถ้าใครมีอายุยืนขนาดนี้จะเหงาได้สยองเพียงใด ฮา....
ทนายกลัวเหงาเมื่อตายก็กลัวเหงา นรกของไทยก็ไม่อยากรับ
เพราะมีทั้งความดีก็ทำมาก ความชั่วก็มีไม่น้อยบวกลบยากมากต้องใช้เวลา
ท้าวเวสสุวรรณ เกรงปัญหาหากเกิดคำนวณผิดจะถูกฟ้องร้อง
เลยให้มาเกิดเสียใหม่เป็นเวลาสั้นๆเพื่อรอให้คำนวณเสร็จเสียก่อน
คำตอบในเวอร์ชั่นของผมคือ เกิดเป็นหมา ฮา....
ท้าวเวสสุวรรณ กลัวทนายเหงา เลยให้พวกสาวๆพาไปเลี้ยงไปนอนด้วยไง ฮา...
ที่นี้รู้ยังว่าทำไม่น้องหมาแต่ละตัวถึงมีราคาแพ่ง
คิดดูตอนเป็นคนค่าตัวยังแพงเลย
ได้เกิดใหม่จะให้ถูกได้ไง ฮา....
ปล.เพื่อนทนายอย่าโกรธนะล้อกันเล่น
อะน๊าาา ท่านชาวฝนแปดแดดสี่ นึกว่าผมจะโดนทวงหนี้ซะละ ดีนะยังได้รังนกมาปลอบใจ ^^
ขอบคุณมากครับสำหรับกฎหมายครอบครัว เป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ
สวัสดีครับ ท่านเอิร์ท
ไม่โดนทวงหนี้ไม่เป้นไรครับ
ผมขอทวงบันทึก การขอครับ รออยู่ อยาขาดตอนนะครับ เดี๋ยวงอนชะเลย อิ.อิ.
ขอขอบพระคุณนะครับที่ติดตาม
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณน้อง ซิลเวีย
ขอบคุณที่ติดตามบันทึกครับ
รออ่านของน้องซิลเวีย อยู่นะ
ว่างจากการเรียนอย่าลืมเข้ามาบันทึกนะ
ค่าทนายงวดสุดท้ายไม่ได้ครับ ถูกไล่แทน ท่านรั่วสีเขียวไม่ไล่ยิงก็บุญแล้วครับ
ถ้าเพื่อนๆที่คณะนิติจะมาเป็นทนายความ ก็ฝากบอกด้วยว่า หากรับทำคดีครอบครัว ไตร่ตรองดีๆนะ
หากขาดการไตร่ตรองที่ดี อาจมีพระมาสวดให้เราได้นอนฟังด้วยหละ แฮ...
จัดไปตามคำขอครับท่าน... มาช้ายังดีกว่าไม่มานะ ^^
อ่านเรื่องราวกฎหมาย คู่ผ ตัว ม นี่ ได้ฮาๆ ทุกคราเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณเมืองระนอง
นำเรื่องราวดีๆ ทั้ง ๖ เรื่องเพิ่มเติมลงในบันทึกนี้แล้วค่ะ
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ เพราะหนังสือเล่มนี้
คงไม่มีวางแผงค่ะ ... มีความสุขกับการเติมเต็มใจ ด้วยสิ่งดีๆ เสมอค่ะ
ฮา ฮา ฮา
ชีวิต เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้
เพราะงั้นถ้าอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด...อิ อิ อิ
เอ...หรือว่า ถ้าให้ยุติธรรม ถ้าแฟนมีคนอื่น ก็ไปมีคนอื่นดูบ้าง ท่าจะวุ่นวายดีเนอะ (หางานให้ทนายมีงานทำไงคะ)
เพราะงั้น สรุปแล้ว อยู่คนเดียวดีกว่า ไม่ปวดหัว...ฮาๆ เอิ้กๆ
สวัสดีครับท่านเอร์ท
กลัวถูกทวงหนี้แต่เช้าหรือครับ ถึงรีบจัดให้ตอนดึก
เมื่อคืนนอนไว เพราะต้องตื่นมาทำภาระกิจบางอย่างตอนเช้า
นี้ก็เสร็จแล้ว เดี๋ยวจะแวะไปอ่านที่บ้านท่านนะครับ
ขอบคุณมากนะครับ น่ารักอย่างนี้ถ้าผมเป็นนางสาวรักตายเลย อิ.อิ.
สวัสดีครับคุณปู
เมื่อคืนผมนอนไวไปเลยไม่ได้ทักทาย
ขอขอบพระคุณความมีน้ำใจงาม ทันทีที่บอกกล่าวก็รีบจัดให้
ขอบคุณจริงๆครับ วันนี้ช่วงบ่ายไม่มีงานทำจะอ่านให้ตาตั้งเลย
เรื่องกฎหมายนี้ จริงๆแล้วหากมองดีๆมีเรื่อง ฮา..เยอะมากครับ
แต่ต้องผ่านเลยไประยะหนึ่งก่อนแล้วนึกย้อนกลับ บางครั้งนั้งหัวเราะคนเดียวครับ
นักกฎหมายทุกท่าน (ทนาย,อัยการ,ผู้พิพากษาพนักงานสอบสวน) ส่วนใหญ่จะคุยได้ ฮา..มากๆครับ
เพราะ เปิ้น มีหลากหลายเหตุการณ์ผ่านเข้ามาในชีวิตการทำงานมาก ถ้ามีใครรู้จักลองชวนคุยดูเถอะ รับรองว่า ฮา..
(ผมนี้ จิง.จิง.แล้วเป็นชาวพังงาครับ ฝนตกแปดเดือนแบบระนองกับภูเก็ตครับ บางปีเทวดาใจดีให้ถึงเก้าเดือนก็มีครับ)
สวัสดีครับคุณอิงคนสวยหน้าตาดี (จิง.จิง.นะ) ขอขอบพระคุณที่แวะมาครับ
ความคิดคุณอิง ดีประล่ำประเหลือ มากหลายครับ อาชีพทนายจะได้รวยกันเสียที
ยังคิดอยู่ว่าเกิดคนไทยทุกคนรักกันไม่ยอมทะเลาะกัน คงต้องย้ายไปประเทศอื่น
ฉนั้น ผมขอห้ามนะครับว่า อย่าปองดองกัน ทนายกลัวหมดอาชีพ ฮา....
แต่ความคิดสุดท้ายของคุณอิงอ่านแล้วเศร้าแทน หนุ่มๆแถวนั้นครับ
หามาแทนเครื่องซักผ้าสักคนรับรองว่า "ตั๋ว" มีเรื่องสายซ้อนให้ปวดใจอีกเยอะ ฮา...
555+++
คุณชายคะ
...งั้นก็ รบกวนหาเครื่องซักผ้า ดีๆ มานำเสนอสักเครื่องสองเครื่อง พอมีไหมคะเนี่ย....เอิ้กๆๆ
แฮ...
ขอโทษด้วยครับ คุณอิงคนสวยหน้าตาดี
ผมไม่กล้าเสนอเครื่องซักผ้าให้เลือกนะครับ
เกิดไม่อยากใช้ขึ้นมา กลัวต้องรับผิดชอบเลยไม่กล้าคิดค่าทนาย
แถมยังมาแช่งให้ ฉันเป็นเทวดาอีก รอคิดค่าทนายอย่างเดียวดีกว่า ฮา.....
แต่ถ้าเลือกเองก็ตรวจสภาพดีๆ มีสายซ้อน ผมไม่เกี่ยวนะ อิ.อิ.
สวัสดีครับป้าเหมียว
เที่ยวบ้านอื่นเพลินไปหน่อยไม่รู้ว่าป้าคนสวยแอบเข้าบ้าน
ยากรู้ว่าป้าคนสวยเติมคำให้ผมเป็นอะไร ...ที่ถามเพราะจะได้ส่งรังนกไปให้ อิ.อิ.
ที่ป้าคนสวย สงสัยว่า "มีงี้ด้วยแฮะ" มีครับ พวกเราอาชีพทนาย เจอบ่อย
ออกหนังสือไปทวงหนี้ให้กับลูกความ ยังเคยถูกลูกหนี้ด่าเอาเลยว่า "หน้าด้านเป็นหนี้แค่เนี้ยะทวงอยู่ได้"
ก็กลับมานั่งคิดเหมือนกันว่า เออ...จริงของเปิ้น ฮา....
สวัสดีค่ะ
พรุ่งนี้เช้าคงต้องปิดโทรศัพท์กลัวโดนทวงหนี้
สวัสดีครับคุณอรคนน่ารัก
เป็นเพราะคุณอรปิดมือถือ ผมเลยต้องไปเคาะประตูบ้าน ฝากรังนกให้แล้วครับ
ขอขอบพระคุณนะครับที่แวะมา
สงสัยว่า พรุ่งนี้ ต้องปิดเครื่องเหมือนคุณ Orn ซะแล้ว
แต่ก้อยังดีมีรังนกปลอบใจ ฮ่าๆๆๆ
บุญรักษาค่ะ ^_^
สวัสดีครับคุณโซลคนหัวใจงาม
ต้องสั่งรังนกเพิ่มแล้ว ฮาๆๆ...
เพราะสงสัยเห็นผมเป็นผู้ชาย
เลยไม่มีท่านใดยินยอมให้เป็นนางฟ้า
ความจริงให้เป็นผู้ชายนะยะบ้างก็ได้ อิ.อิ.
มีเรื่องเล่าสั้นๆ ก็ไมพ้นทนายอีก
มีทนายท่านหนึ่งเป็นผู้ถือศีล นอกจากไม่ทำชั่วแล้วไม่เคยแม้จะคิด
อยู่มาจนอายุ 120 ปี เพื่อนๆทนายก็ไม่มีใครอยู่ด้วยแล้วคิดถึงเพื่อนทนายมาก
เลยขอพรจากเทวดาว่าขอนำความดีทั้งหมดที่ทำมา แลกกับความตาย
เทวดายอมให้แลกได้ครั้งเดียว จึงตายสมใจไปเกิดเป็นเทวดา
ก็มีเทวดาผู้ดูแลวิมาน นำไปวิมานที่สวรรค์จัดสร้างไว้ตอนรับ
ระยะหว่างทางก็ได้เห็นวิมานของเทวดาอื่น เป็นวิมานเล็กๆนึกในใจว่า
สวรรค์คงมีเนื้อที่จำกัด แต่พอถึงวิมานของเทวดาทนายเองกลับใหญ่โตมาก
ขนาดจะออกจากวิมาน ต้องนั้งรถกอล์ฟ
เลยสงสัยว่าทำไมวิมานของท่านถึงได้ใหญ่โตมาก
แล้วทำไมวิมานเทวดาอื่นๆถึงเล็กมากขนาดเพียงสอดตัวเข้าไปนอน
เทวดาผู้ดูแลตอบว่า ที่เห็นวิมานเล็กๆนั้นเป็นของผู้ทรงศีลในศาสนาต่างๆ
เหตุที่ต้องสร้างให้เล็กเพราะมีผู้ทรงศีลเยอะมากจะขึ้นสวรรค์มาทุกวัน
แต่ของท่านเทวดาทนายต้องสร้างให้ใหญ่
เพราะตั้งแต่ก่อตั้งสวรรค์มา
ก็มีเพียงท่านทนายเทวดาท่านเดียวที่ได้ขึ้นสวรรค์มา
เทวดาทนายตกใจอุทานว่า ตายละเรามาผิดที่เลยไม่ได้พบเพื่อนทนายอื่นอยู่ดี
เรื่องเทวดาทนายที่ขึ้นสวรรค์เมื่ออ่านจบแล้ว
ขอถามว่า
ท่านผู้ใดทราบบ้างว่าเพื่อนทนายอื่นไปไหน
ตอบได้ขอให้รวยโดยไม่ต้องมีเหตุผล อิ.อิ.