สรุปการอ่านงานวิจัย

ครั้งที่ 8

ชื่อเรื่อง  การประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว

ผู้วิจัย  อิศราง  กล่อมพงษ์

ปีที่วิจัย  2550

จุดมุ่งหมายของการวิจัย

                1. เพื่อการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว   โดยมุ่งเน้นประเมินในส่วนต่าง ๆ  ดังนี้

                1.1 ด้านบริบท (Context Evaluation)  เป็นการประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์หลักสูตรกับความต้องการของสังคมในปัจจุบัน

                 1.2 ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Input  Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับความพร้อมของสถานศึกษา  การจัดทำสาระหลักสูตรสถานศึกษา   อาคารสถานที่และห้องเรียน สื่อการเรียนการสอน และสภาพแวดล้อม

                  1.3 ด้านกระบวนการ (Precess Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับความเหมาะสมของการบริหารจัดการหลักสูตร  กระบวนการเรียนการสอน  การวัดและประเมินผล  การนิเทศกำกับติดตามผลการใช้หลักสูตร  การสรุปผลการดำเนินการ  และการปรับปรุงพัฒนา

                  1.4 ด้านผลผลิต (Product  Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร

               2.  เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินการใช้หลักสูตการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  จำแนกตามประเภท ของโรงเรียนและระดับช่วงชั้นที่จัดการศึกษา

ความสำคัญของการวิจัย 

  1. ผลการวิจัยครั้งนี้ ได้รับทราบผลการประเมินและข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาสระแก้ว
  2. ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544  ของสถานศึกษา
  3. เป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประเมินหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  เพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สมมติฐานของการวิจัย 

  1. ผลการเปรียบเทียบการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  จำแนกตามประเภทของโรงเรียน แตกต่างกัน
  2. ผลการเปรียบเทียบการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  จำแนกตามครูผู้สอนระดับช่วงชั้น แตกต่างกัน

กรอบแนวคิดในการวิจัย

          ผู้วิจัยได้ใช้รูปแบบการประเมินแบบจำลองซิปป์ (CIPP Model)  ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) เป็นแนวทางการประเมิน 4 ด้าน  ได้แก่ประเมินบริบท  ประเมินปัจจัยเบื้องต้น  ประเมินกระบวนการ  และประเมินผลผลิต  โดยเปรียบเทียบผลการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  โดยจำแนกตามสถานภาพ

 

วิธีดำเนินการวิจัย

          ใช้แบบจำลองซิปป์ ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  เขต  1  และเขต 2  จำนวน 3,840  คน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานศึกษา รวมทั้งสิ้น  350 คน  โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

การสร้างแบบสอบถาม  แบ่งออกเป็น 2 ตอน

ตอนที่ 1  ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ให้ข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม

ตอนที่ 2  ความคิดเห็นเกี่ยวกับการประเมินหลักสูตร ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการ  และด้านผลผลิต

การเก็บรวบรวมข้อมูล  ผู้วิจัยไปเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างด้วยตนเอง  ได้รับคืนมา 330  ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ  94.29

สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล

          การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS for Windows

         วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ในด้านบริบทของหลักสูตร  ปัจจัยเบื้องต้นของหลักสูตร  กระบวนการของหลักสูตร  และผลผลิตของหลักสูตร

         เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความคิดเห็นการประเมินการใช้หลักสูตร โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)

ผลการวิจัยพบว่า

  1. การประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว โดยรวมและรายด้าน 4 ด้าน คือ ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น  ด้านกระบวนการ  และด้านผลผลิต มีความเหมาะสมในระดับมาก
  2. เปรียบเทียบการประเมินการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544  ตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว  จำแนกตามประเภทของโรงเรียน และระดับช่วงชั้นเรียน โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน