ไม่ใช่อภินิหาริย์ หรือญาณวิเศษ

 คนเราอาจแลเห็นกันด้วยตา และด้วยใจ น่าแปลก ที่การเห็นด้วยใจนั้น มักมีความพิเศษเสมอ ประกอบด้วยความรู้สึก สัมผัสด้วยใจที่ไร้เลนซ์ และความหมายของสิ่งที่เราเห็น ก็แตกต่างสิ้นเชิง

 ไม่ใช่อภินิหาริย์ หรือญาณวิเศษเท่านั้น จึงจะใช้ใจดูได้ ผู้เขียนว่าทุกวันนี้ เราก็ใช้สองสิ่งนี้ เป็นโสตทัศน์อยู่แล้ว

 แต่มนุษย์ ที่คิดว่าตนกำลังอยู่ในโลกวิทยาศาสตร์ ที่ต้องเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์จับต้องได้เท่านั้น นอกเหนือไปกว่านี้ จะปฏิเสธทันที ปฏิเสธแม้กระทั่งตนเอง

 แล้วทำไมเราจึงคิดว่ามือเท่านั้น ที่จะรังสรรค์ภาพวาดได้ดี แต่กลับมีคนที่ใช้เท้าวาดภาพได้สวยงามจนเหลือเชื่อ ทำไมจึงคิดว่าคนตาบอดนั้น ด้อยโอกาส ที่จะเห็นโลกที่สดใส แต่ทำไมคนตาบอดกลับไม่อึดอัดหงุดหงิดกับโลกมืด บางครั้งยังอารมณ์ดี กว่าใครๆ เพราะภาพที่อยู่ในใจของเขา ทำให้รื่นรมย์สบายใจ

  จะบอกว่า บางครั้งถ้าการลืมตา พบเห็นสิ่งที่หม่นหมอง ขุ่นมัว ลองหลับตาให้ภาพนั้นพ้นไป แล้วเราจะพบว่า กลับทำให้เราแจ่มใสขึ้น ถึงจะไม่ได้ปรากฏภาพใหม่ให้พิศดาร แต่สีขาวๆ เบาๆดุจละอองเมฆ ที่เราเห็นในยามหลับตานั้นแหละ คือภาพที่สวยงาม และสร้างความสบายใจที่สุดแล้ว 

 ว่างเปล่า ไร้ตัวตน และไร้ผลกระทบทั้งปวง

ไม่เชื่อลองหลับตาเบาๆกันดูนะคะ