กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ
๑. แนวคิด
เป็นการจัดการเรียนรู้โดยนำเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน นำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในลักษณะที่เป็นองค์รวมและสามารถนำความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสม วัตถุประสงค์ และความเหมาะสมของตัวผู้เรียนและสาระการเรียนรู้
๒. แนวทางการจัดการเรียนรู้(เน้นการใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นหลัก)
๒.๑ การบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเนื้อหาด้านความรู้ ทักษะ/กระบวนการ หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราว ประเด็น ปัญหา หัวเรื่อง หรือประสบการณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งการบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน สามารถจัดการเรียนรู้โยครูผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระอื่น ๆ
๒.๒ การบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเนื้อหา ทักษะ/กระบวนการ หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตั้งแต่สองกลุ่มสาระการเรียนรู้ขึ้นไปเข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราว ประเด็น ปัญหา หัวเรื่อง หรือประสบการณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างเข้าใจลึกซึ้ง และชัดเจนใกล้เคียงกับความเป็นจริงในชีวิต
การบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษา มักเป็นการจัดการเรียนรู้โดยครูผู้สอนคนเดียว แต่ในระดับมัธยมศึกษาขึ้นไป จะเป็นการสอนเป็นทีมตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือทำความตกลงแล้วแยกันสอนตามวิชาที่รับผิดชอบ
การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการทั้งสองประเภทนี้ จะทำให้กระบวนการเรียนรู้มีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้สอนเลือกใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ วิธีการจัดการเรียนรู้ หรือเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายเหมาะสมกับบทเรียน และศักยภาพของผู้เรียน ด้วยเหตุนี้การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจึงต้องคำนึงถึง
๑) เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๒) จัดประสบการณ์ตรงที่สอดคล้องกับผู้เรียน โดยคำนึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
๓) เน้นการปลูกจิตสำนึก ค่านิยม และจริยธรรมที่ถูกต้องดีงาม
๔) จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิด และกล้าปฏิบัติ
๕) ให้ผู้เรียนได้ร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม มีปฏิสัมพันธ์ และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
๑.๓ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
๑) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้หลาย ๆ ด้านประกอบกัน และช่วยให้
ผู้เรียนเกิดพัฒนาการทั้งด้านความรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไปพร้อม ๆ กัน
๒) เปิดโลกทัศน์ของทั้งครูผู้สอน และผู้เรียนให้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะด้าน เฉพาะทาง ช่วยให้การเรียนรู้น่าสนใจ น่าตื่นเต้น ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้และมีความคิด และมุมมองที่กว้างขึ้น
๓) เปิดโอกาสให้ครูผู้สอนในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้ทำงานร่วมกันในลักษณะการบูรณาการความรู้ความเข้าใจตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์สู่ตัวผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าในการนำความรู้ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
๔) ผู้เรียนได้รับความรู้ ความเข้าใจในลักษณะองค์รวม สามารถเชื่อมโยงความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย และมีความหมาย สามารถแสวงหาความรู้ ความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทำงานเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน สามารถพัฒนาศักยภาพผู้เรียนได้อย่างไม่จำกัด ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้วิธีการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้ภูมิปัญญา และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้
แนวคิดและตัวอย่างของการใช้สื่อการเรียนรู้
๑. สื่อการเรียนรู้ ตามทฤษฏีการเรียนรู้ของสมอง(Brain-based Learning) เป็นวิธีการนำเสนอโดยวิธีกระตุ้นการเรียนรู้ อาทิ การเริ่มเรื่องด้วยคำถาม การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับหนังสือโยการให้สืบค้นข้อมูลใกล้ตัว ทำให้สามารถเชื่อมโยงตนเองกับหนังสือ มีกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่การสังเกต การสื่อสาร สนทนา ถาม-ตอบ การทำงานกลุ่ม การระดมสมอง การแลกเปลี่ยนความคิด การแก้ปัญหา การฝึกทักษะการคิด จะต้องทำเป็นกระบวนการต่อเนื่องและสอดคล้องกันในลักษณะบูรณาการทั้งหลักสูตรและต่อเนื่องตามระดับชั้นโยงไปสู่สถานการณ์ที่ผู้เรียนต้องประสบ ผู้เรียนที่มีพื้นฐานการคิดที่ถูกวิธี มีเหตุผลจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ในแนวทางที่เหมาะสม สามารถคิดสร้างสรรค์
๒. สื่อการเรียนรู้กับชีวิตจริง
การบูรณาการการเรียนรู้กับชีวิตจริง คือการให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจและแรงบันดาลใจจาก
สื่อการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง การสร้างกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการบูรณาการการเรียนรู้กับชีวิตจริง ต้องคำนึงสิ่งต่อไปนี้
๒.๑ ทำความเข้าใจกับแนวคิดและผลที่คาดหวังของหนังสือแต่ละเล่ม หรือสื่อการเรียนรู้แต่ละรายการเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๒.๒ คำนึงถึงบริบทของผู้เรียนว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องใดบ้าง เพื่อสร้างกิจกรรมให้ผู้เรียนได้บูรณาการกับชีวิตจริง/ชีวิตประจำวัน
๓. สื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้จากากรที่ผู้เรียนได้ซึมซับจากประสบการณ์ สิ่งแวดล้อมและสื่อการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนจัดให้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ด้วยตนเอง มีประสบการณ์ตรง เรียนรู้ที่จะหาคำตอบให้มากที่สุด ครูผู้สอนจะต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตนอกจากหนังสือเรียนและหนังสือเสริมประสบการณ์แล้ว สื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญให้ครูผู้สอนได้เลือกใช้ อาทิ สื่อทางไกลผ่านดาวเทียม ที่ผู้เรียนสามารถดูรายการ/สาระการเรียนรู้ที่ต้องการในเวลาที่ตนเองสะดวกตามกำหนดผังรายการจากโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และสามารถสืบค้นข้อมูลได้จากเว็บไซด์ที่ให้สารประโยชน์ตามเนื้อหาที่ต้องการ
๔. สื่อการเรียนรู้ในรูปของกิจกรรม
การส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เป็นสื่อของจริงแบบกระบวนการจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เชื่อมโยงสู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง อาทิ
๔.๑ ปลูกข้าว ปลูกผักปลอดสารพิษ
๔.๒ จัดระบบนิเวศน์หมุนเวียน /รีไซเคิลสิ่งของเหลือใช้
๔.๓ ผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ/ปุ๋ยชีวภาพจากเศษอาหาร
๔.๔ การป้องกันนำเสียโดยการเติมออกซิเจนลงไปในน้ำ อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นต้น
๔.๕ ขั้นตอนและการปลูกผักแบบไฮโดรโฟนิค เป็นต้น