อาการไอของฉันน่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้ไอตลอดเวลา

 แต่จะไอหลังจากใช้เสียงมากๆ และขณะกำลังสอน

กลางคืนไม่ได้นอน ติดต่อกันหลายคืน

ตัดสินใจไปหาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าดูไปอีกสัก 1 สัปดาห์นะครับ

ฉันบอกว่าไอมานานย่างเข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว

และหากยังนอนไม่หลับ ฉันเกรงว่าร่างกายอาจยอมจำนนเสียก่อน

และมั่นใจว่าที่ยังลุกขึ้นทำท่าประปรี่กระเปร่าได้

นั้นอาจเป็นผลบุญที่เกิดจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ร่างกายจึงยังพอไหวๆแม้กลางคืนถ้านับเวลาแล้วถือว่านอนไม่พอ

ส่วนกลางวันไปสอน ทำกิจกรรมทุกอย่างเหมือนปกติ

เพราะไม่อยากปล่อยเด็กน้อยให้เป็นภาระของใคร

และไม่อยากให้เด็กน้อยว้าเหว่เพราะครูประจำชั้นไม่อยู่

คุณหมอเลยอนุญาตให้ทำการเอกซเรย์ปอดให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

ก็เดินไปห้องเอกซเรย์ ห้องที่ฉันคุ้นเคย เพราะผ่านการตรวจด้วยเครื่อง

ก่อนรับการรักษาจากห้องนี้หลายครั้ง 

ระหว่างทางเจอป้ายบอกทางไปห้องเอกซเรย์เป็นภาษาพม่า

ก็เก็บภาพมาฝาก ถึงห้องก็เปลียนเสื้อ ใส่เสื้อสีเขียวสวยของโรงพยาบาล

แล้วก็จัดแจงเก็บของมีค่าใส่กระเป๋า

หนีบเข้าห้องเบอร์ 5 ซึ่งอยู่ด้านในสุด นึกสนุก ก็คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายภาพตัวเอง

ก่อนเข้าห้องเอกซเรย์

ระหว่างรอผลการเอกซเรย์ ฉันเห็นเด็กน้อยจากโรงเรียนหนึ่ง เดินมาหาหมอด้วยตนเอง

เมื่อได้พูดคุยกันจึงทราบว่าเด็กมากับครู และคุณครูนั่งเป็นกำลังใจอยู่ท้ายแถว

เด็กบอกว่าเธอชื่นชมครูประจำชั้นของเธอมาก ครูประจำชั้นของเธอเหมือนแม่คนหนึ่ง

ฉันชมเธอว่าเธอกล้าหาญมาก ไม่กลัวหมอเหรอ  

เธอบอกว่าคุณครูสอนว่าต้องกล้า ที่จะเรียนรู้ในทุกที่ๆปลอดภัย

แสดงว่าเธอมีทัศนคติที่ดีต่อโรงพยาบาล

เด็กหลายคนกลัวโรงพยาบาล กลัวหมอ กลัวตำรวจ และกลัวครู

อันเป็นผลมาจากการที่ผู้ดูแลเด็กไม่สามารถดูแลเด็กได้

ก็จะพยายามดึงสิ่งต่างๆมาขู่ ให้เด็กกลัว ทั้งๆที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

หรืออาจเจอภาพประทับที่ไม่ประทับใจ เป็นความกลัวที่ฝังแน่น

และทำให้เด็กพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ไปอย่างน่าเสียดาย

พอดีผลเอกซเรย์ของฉันออกมา เราจึงยุติการสนทนาเพียงนี้

ดูซิฉันลืมถามว่าเธออยู่โรงเรียนอะไร เพราะมัวแต่รู้สึกทึ่งในตัวเธอ

เมื่อผลเอกซเรย์ออกมาปอดปกติดี ยังไม่ขาว ฉันก็เบาใจ

คุณหมอจึงฟันธงว่า หลอดลม หลอดเสียงอักเสบ และติดเชื้อ!

นอกจากรับประทานยาที่คุณหมอจัดให้แล้ว

ฉันยังดื่มน้ำมะนาว และน้ำมะกรูดคั้นบ้างสลับกันตามคำแนะนำของภูมิปัญญา

 เพราะมองไม่เห็นโทษอะไร ดีเสียอีกทำให้ชุ่มคอ

   

และครั้งนี้ก็ได้สิ่งวิเศษสุดมาอีกตำรับหนึ่งซึ่งเป็นของพื้นๆที่ฉันมองข้ามมานานเหลือเกิน

นั่นคือมะขามเปียกที่ใช้ปรุงอาหารนั่นเอง ให้รับประทานทุกครั้งทีรู้สึกว่าจะไอ

ฉันจึงหาซื้อแถวโรงเรียนปรากฏว่าเป็นมะขามเปียกหวาน ซัดเข้าไปเกือบครึ่งกิโล

น้ำตาลทำท่าจะขึ้น ตกเย็นจึงไปทำการเผาผลาญด้วยการวิ่ง ค่อยยังชั่วที่รู้ทัน

เบาหวานคงจ้องอยู่แล้ว มันคงคิดนะว่าอย่าเผลอก็แล้วกันแล้วกัน

 

ประสบการณ์หลายสิบปีบอกว่านักเรียนต้องมีครูประจำชั้น

แม้จะเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบสอนเวียนตามรายวิชาก็ตาม

จากผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของนักเรียนที่มีครูประจำชั้นดูแลเอาใจใส่

มีพัฒนาการทั้งสามด้านสูงกว่าเด็กนักเรียนที่ไม่มีครูประจำชั้น

เด็กเรียนเรียนรู้และทำกิจกรรมโดยขาดพี่เลี้ยงช่วยเหลือในช่วงเวลาว่าง

ช่วงรอยต่อชั่วโมง หรือครูประจำวิชามีเหตุจำเป็นมาสอนไม่ได้

หรือช่วงหลังโรงเรียนเลิก และก่อนเข้าเรียนในตอนเช้า

ครูประจำชั้นล้วนมีบทบาทต่อการพัฒนาเด็กน้อย

 

ผลสำรวจนักเรียนด้านความพึงพอใจของนักเรียนที่ฉันสอน

นักเรียนที่มีครูประจำชั้นดูแล เอาใจใส่ มีความพึงพอใจ

และมีความสุข สูงกว่า และมีความกล้าหาญที่จะแสดงออกในทางสร้างสรรค์ได้ดีกว่า

มีความรับผิดชอบ และมีความภูมิใจในตนเอง

เพราะมันเป็นเสมือนบ้านที่อบอุ่นด้วยไอรัก หลังที่สองของเด็กน้อยนั่นเอง

ขอให้เด็กน้อยทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมที่จะเรียนรู้ในโลกกว้าง

มีจิตใจเป็นจิตอาสา จิตสาธารณะ

เจริญเติบโตเป็นคนดีของสังคม มีความรัก ความอบอุ่น

และปลอดภัยจากภยันตรายใดๆ

ขอบคุณกลิสเตอร์น่ารักๆจากhttp://www.zalim-code.com/gister.html

ขอบคุณค่ะ

ภาคผนวก

....ฮา๐ ครับพี่น้อง....

ภาษาพม่าที่พบเห็นในโรงพยาบาลสมุทรสาคร

แล้วจะนำมาฝากอีกค่ะ

สมุทรสาครเมืองคนสองประเทศ...อุ๊บ!