วันนี้รับผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกรายใหม่ ได้สอบถามประวัติผู้ป่วย เป็นมาแล้วประมาณ 10 ปี แต่สามารถเดินโดยใช้ไม้เท้า จดทะเบียนคนพิการมาแล้วหลายปี เพิ่งเป็นใหม่เมื่อวันเสาร์นี้ ครั้งนี้มีอาการอ่อนแรงแขนขาข้างขวา พูดไม่ได้
เราถาม " ลุงเป็นความดันสูง กินยาตลอดไหม ขาดยาหรือเปล่า"
ป้าตอบ "ขาดยาหลายวันแล้ว ก็เลยเป็นแบบนี้"
เราถาม "แล้วทำไมปล่อยให้ขาดยาล่ะ"
ป้าตอบ " ก็ยามันหมด ถ้าจะเอาที่โรงพยาบาลต้องพาลุงแกไปโรงพยาบาล ป้าไปรับแทนหมอก็ไม่ให้ หมอบอกว่าต้องเอาผู้ป่วยมาตรวจ ป้าก็อยู่กับลุง 2 คน ลูกๆ ก็ไปทำงานกันหมด เวลาพาแกไปก็ลำบาก ก็เลยไม่ได้พาไปสักที"
เราถาม "แล้วทำไมไม่ไปที่อนามัยใกล้บ้านล่ะ"
ป้าตอบ "ที่อนามัยเขาก็ไม่ให้ยา เขาบอกว่าให้ไปเอาที่โรงพยาบาล"
ความที่เราอยากรู้ก็เลยโทรไปถามพยาบาลที่อนามัย ได้ความว่า เมื่อก่อนแกก็รับยาที่อนามัยเนี่แหละ แต่ตอนหลังแกก็ไปรับที่โรงพยาบาล พยาบาลก็เลยไม่ได้ติดตาม เพราะพยาบาลบอกว่า ผู้ป่วยความดัน เบาหวานฯลฯ ในพื้นที่รับผิดชอบเยอะ ไม่สามารถติดตามได้บ่อย คือ กลุ่มคนพิการเนี่ย เยี่ยมบ้านปีละครั้ง ตามมาตรฐาน
เราถาม "แล้วผู้ป่วยเขาไปรับยาที่อนามัยต่อไม่ได้เหรอ"
คุณพยาบาลตอบ "ไม่ได้ค่ะ เพราะไม่มีใบส่งตัวกลับจากโรงพยาบาล เราไม่รู้ว่าผู้ป่วยได้ยาอะไรอยู่"
เราก็เลยบอกว่า "งั้นพี่รายงานไว้เป็นข้อมูล feedback กลับล่ะกัน ว่ามีผู้ป่วยขาดยาแล้วเป็นเส้นเลือดสมองแตก เพื่อจะไปหาช่องว่างระบบ จะได้ไม่เกิดกับผู้ป่วยรายอื่นต่อไป"
คุณพยาบาลตอบ "ระบบเราก็เป็นมาตรฐานแล้วนะ ถ้าไม่มีใบ refer กลับ ก็ถือว่าผู้ป่วยสมัครใจที่จะไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล หนูก็ทำงานดีอยู่แล้ว คงไปติดตามทุกรายไม่ไหวหรอกค่ะ หนูก็อธิบายไปแล้วว่าต้องไปรับยาสม่ำเสมอ แต่ผู้ป่วยไม่ไปเอง ตัวของเขาเองเขายังไม่สนใจ หนูก็ช่วยเขาไม่ได้หรอกค่ะ"
เราก็ถึงกับอึ้ง....
มีคำถามมากมาย
1. ผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนผู้พิการเป็นกลุ่มด้อยโอกาส และมีโรคประจำตัว ได้รับการเยี่ยมบ้านปีละ 1 ครั้งตามมาตรฐานแค่นั้นเพียงพอหรือไม่
2. การเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนที่อยู่ใน อ. เมือง ยังขนาดนี้ การมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งแสนลำบาก ต้องรอ.... รอ... รอลูก ....รอมีเงินค่ารถ....รอ อีกสารพัดรอ....
3. การตระหนักในความสำคัญของการกินยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงยังน้อย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคิดว่าได้อธิบายเพียงพอแล้ว เป็นหน้าที่ของผู้ป่วยที่จะต้องดูแลตนเอง และไม่คิดว่าเป็นปัญหาที่ควรได้รับการคิดเพื่อแก้ไขปัญหาว่า จะไม่ให้เกิดกรณีอย่างนี้ได้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องมีผู้พิการรายใหม่เกิดขึ้น ทั้งที่บางรายเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้ หรือให้มันเกิดช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4. ระบบการส่งต่อ การดูแลผู้ป่วยในปัจจุบันนี้ ดีแล้วจริงหรือ?
5. ผู้ป่วยจะรู้ไหมว่า.....ถ้าคุณเลือกที่จะไปโรงพยาบาลแล้ว คุณจะถูกตัดออกจากการดูแลของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย
6. โรงพยาบาลจะรู้ไหมว่า.....การนัดให้ผู้ป่วยมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยสามารถมาโรงพยาบาลได้ไหม? หรือเขาสะดวกที่จะไปรับยาต่อที่อนามัย
7. คุณพยาบาลจะรู้ไหมว่า.....วันนี้มีผู้ป่วยในเขตรับผิดชอบเป็นผู้พิการที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้แล้วจริงๆ เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย
คุณผู้อ่านล่ะ
คิดว่า.... เราควรทำอย่างไร
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยกับทุกข้อคำถามตอนท้ายเลยค่ะ
พ่อหนูเพิ่งจะป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกซ้ายเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา
บ้านหนูอยู่ที่ชนบทในจังหวัดกระบี่ ห่างไกลจากทั้งอนามัย และโรงพยาบาลมากๆ (โทรศัพท์บ้านยังไม่มีเลยค่ะ)
ตอนนี้หนูทำงานอยู่ที่ กท. เมื่อก่อนเวลากลับบ้านทุกครั้ง พ่อจะต้องขับมอเตอร์ไซค์มารับที่ตลาดในเมือง
แต่ตอนนี้ แม้หนูอยากกลับไปเยี่ยมพ่อแค่ไหนก็ลำบาก..
พ่ออยู่กับแม่และน้องสาว
แต่น้องก็ สามวันดีสี่วันไข้ ป่วยเป็นโรคทางประสาท
เวลาต้องพาพ่อไปโรงพยาบาล ลำบากมากค่ะ
ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่น้องสาวให้มีสติ (เพราะน้องเป็นคนเดียวที่พอจะขี่มอเตอร์ไซค์ได้ ก็ให้เพื่อนบ้านต่อพ่วงจากมอเตอร์ไซค์เป็นรถสามล้อพ่วงให้ และน้องก็ขี่พาพ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล)
พวกเราไม่มีความรู้ใดๆ และไม่มีเงินออมที่จะนำมารักษาพ่อเลย
ค่ารักษาต่างๆ ก็พึ่งได้จากบัตรทองที่รักษาฟรี
หนูก็เข้าใจโรงพยาบาลว่า คงรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยทุกคนไม่ไหว
นางพยาบาลเองทุกคนก็ทำเต็มที่แล้ว
แต่ ชาวบ้านธรรมดาๆ คนนึงแบบหนู
ก็คงไม่รู้จะพึ่งใคร หรือ ไม่รู้ว่าจะควรทำอย่างไรจริงๆ
ถ้าถามว่าเราอยากได้อะไร หรืออยากให้ทำอะไร
ก็คงไม่ทราบจะตอบอย่างไร เพราะก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าทางโรงพยาบาลหรืออนามัยจะสามารถช่วยเราได้ขนาดไหน
(หรือที่มีมาเยี่ยมผู้ป่วยปีละครั้งก็ไม่เคยทราบ ค่ะ รวมเยี่ยมผู้ป่วยทางจิตด้วยหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบน้องสาวหนูไม่เคยมีทางโรงพยาบาลมาเยี่ยมเลยค่ะ ป่วยแบบเป็นๆ หายๆ มาจะ 10 ปีแล้ว ตอนหนักๆหน่อย ก็พาไปส่งโรงพยาบาลถึงที่สุราษฎร์ธานีเลยค่ะ)
ตอนนี้หนูเองก็กำลังพยายามหาข้อมูลหาความรู้ต่างๆ จึงได้เข้ามาอ่านเจอเว็บนี้
ขอบคุณมากค่ะ