เมื่อคืนวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๓ ขณะที่ข้าพเจ้านั่งเฝ้าและดูแลอาจารณ์ธวัชชัยนั้น... ข้าพเจ้าสังเกตว่าอาจารย์จะได้รับยาแอนตี้ไบโอติคอยู่ตัวหนึ่ง..ซึ่งเมื่อได้รับจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากบริเวณแขนข้างขวา... จำได้ว่าตอนเช้าอาจารย์ทานมื้อเย็นนั้นแทบจะล้มตัวลงนอนหลังทานข้าวเสร็จ เพราะระหว่างที่ทานข้าวนั้นพยาบาลมาให้ยาตัวนี้ด้วย อาจารย์ทานข้าวไปด้วยความทุกข์ทรมาณ ทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงคำว่า "การดูแลในเชิงมิติจิตวิญญาณ"... และการที่เรายึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง แต่ในกิจกรรมการรักษาและพยาบาลนั้น กลับหาใช่เป็นเช่นนั้นไม่... เราเพียงเน้นการดูการยึดการดูแลรักษาเป็นศูนย์กลางมากกว่าตัวผูป่วยสียอีก
ข้าพเจ้าได้พูดคุยถามไถ่อาจารย์...ซึ่งจะมีอาการปวดมากเมื่อได้รับยาตัวนี้ (ไม่ใช่คีโม)
จนเมื่อถึงเวลารอบดึก...อาจารย์ต้องได้รับยาตัวนี้อีกครั้ง มีพี่พยาบาลท่านหนึ่งบอกว่า ... ได้ทดลองนำขวดยาตัวนี้ไปแช่เย็นก่อน คาดหวังผลว่าจะทำให้อาจารย์มีอาการปวดแสบปวดร้อนน้อยลง เพราะเดิมทีจะใช้กระเป๋าน้ำแข็งมาวางบริเวณแขน แต่อาจารย์ก็ต้องมีสัมผัสความปวดชาจากน้ำแข็งแทน...
ตอนที่พยาบาลท่านนี้อธิบายวิธีการนั้น ข้าพเจ้าก็เลยชวนๆ...ให้ทำเรื่องนี้เป็น R2R นึกๆ ไปก็ขำตนเอง...หายใจเข้าเป็น R2R หายใจออกเป็น R2R ขนาดว่าตนเองไปเฝ้าไข้ก็ยังอุตส่าห์ไปเชียร์คนหน้างานให้ทำ R2R แถม อ.เหน่ก็ช่วยเชียร์อีกคน เลยทำให้บรรยากาศค่ำคืนนั้นได้มีเรื่องหัวเราะขำขำ...
ก็หวังว่า...
กระบวนการที่ว่านี้พยาบาลท่านนั้นน่าจะนำมาสู่ปรเะเด็นของการทำ R2R ต่อ...ได้
เพราะหากได้ผลหรือใช้ได้...แน่นอน impact สุดท้ายเกิดขึ้นต่อผู้ป่วยแน่นอน... ยังรู้สึกชื่นชมพยาบาลท่านนี้นะว่า...เป็นผู้ที่ทำงานด้วยคุณลักษณะ R2R โดยธรรมชาติมากเลย...
๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๓
ขณะเฝ้าไข้ อ.เหน่

คิดถึงจัง
ที่โรงพยาบาลป่าติ้วกำลังจะส่งการบ้าน ให้อาจารย์
และรอคอยการกลับมาอีกครั้ง
อุ้มบุญ