คนเวียดนามใช้บริการของบริษัทจัดหาคู่กันมากขึ้น
คนเวียดนามทุกคนคิดเสมอว่า ชาตินี้ยังไงเสียก็ต้องมีคู่ มีลูกหลานสืบสกุล
ที่กล้าเขียนว่า “ทุกคน” เพราะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ กระแสการอยู่เป็นโสด หรือขอมีแค่เพื่อนสนิทแบบบ้านเรายังไม่มีใครเข้าใจ
ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร คนเวียดนามจะต้องแต่งงาน มีลูกหลานและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะบรรลุจุดประสงค์นี้ให้ได้
ดู ๆ ไปก็คล้ายสังคมไทยสมัยเรายังเด็ก ที่ใคร ๆ ก็ฝันว่าชาตินี้ต้องแต่งงานกับใครสักคนให้ได้ ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง เอ๊ะ.. หรือปัจจุบันก็ยังฝันแบบนี้กันอยู่
เมื่อความคิดเรื่องการแต่งงานเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่จะมีหญิงสาวจากเวียดนามจำนวนมาก เดินทางหนีความยากจนไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ หรือแม้แต่ประเทศจีน เพื่อแสวงหาคนที่จะแต่งงานกับพวกเธอ ซึ่งพวกเธอคาดหวังว่าจะมีฐานะและความเป็นอยู่ดีกว่าแต่งงานกับคนเวียดนามด้วยกัน
กลายเป็นธุรกิจค้ามนุษย์ที่ยากจะจัดการในทุกวันนี้
ไหน ๆ ก็ต้องแต่งงานแล้ว ใคร ๆ ก็ฝันหวานว่าชีวิตจะดีขึ้นจากการแต่งงานกับชาวต่างชาติ แต่ความจริงเป็นเช่นไร ไม่มีใครคาดเดาได้
ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ถึงกับมีข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ที่เวียดนาม เรื่องธุรกิจจัดหาคู่ในสิงคโปร์ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมาก เพราะผู้ชายที่นั่นยกเลิกการจองตัวเจ้าสาวจากเวียดนาม เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานะทางการเงินของตนว่าจะรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
ในโฮจิมินห์ซิตี้ ก็ไม่น้อยหน้าที่อื่น ๆ
สภาพที่คนรุ่นใหม่ต่างทำมาหากิน จนไม่มีเวลาหาคู่ ในขณะที่อายุซึ่งแม้จะเป็นเพียงตัวเลข แต่ตัวเลขนี้ก็ไม่เคยคอยใคร มันผ่านไปรวดเร็วยิ่งกว่าสายน้ำไม่ไหลกลับ
แทนการใช้แม่สื่อแบบเก่า ๆ หนุ่มสาวชาวเวียดนามนิยมใช้บริการจัดหาคู่กันมากขึ้น
บริษัทจัดหาคู่ของเวียดนามต่างจากบ้านเราลิบลับ ในเรื่องของการเปิดเผย และโจ่งแจ้ง บ้านเรายังจัดระบบข้อมูลที่เป็นความลับ เวลานัดพบกันก็เป็นส่วนตัว เฉพาะคนที่เราต้องการเจอ ถ้าไม่ชอบใจก็ค่อยนัดคนใหม่วันอื่น จนกว่าจะเจอคนที่คลิ๊กกันได้
ที่เวียดนามต่างกันเหมือนฟ้ากับเหว
สมมติว่าฉันต้องการหาคู่สักคน ก็จะต้องไปแจ้งความประสงค์กับ Matching Café หรือบริษัทจัดหาคู่ที่มักจะเปิดร้านกาแฟบังหน้าอยู่ทั่วไป บริษัทก็จะจัดการหาหนุ่มในสเป็คที่ฉันต้องการไว้ให้ได้มากที่สุดจากคนที่มาทิ้งข้อมูลไว้
จากนั้นก็จะนัดหนุ่ม ๆ เหล่านั้นมากินกาแฟที่ร้าน ฉันก็จะต้องไปพูดคุย ทำความรู้จักกับหนุ่มแต่ละคน มี 10 คน 20 คน ก็คุยกันไปเรียงโต๊ะ จนกว่าจะเจอคนที่ถูกใจ ก็ค่อยไปสานความสัมพันธ์ ติดต่อทำความรู้จักกันเอง
บริษัทได้ค่าดำเนินการ ค่ากาแฟไป
แล้วในวันเดียวกันนั้นก็อาจจะมีสาวอื่น ๆ ที่มีสเป็คหนุ่ม ๆ ใกล้เคียงกับฉัน ก็จะมาคุยกับหนุ่ม ๆ เหล่านี้ด้วยเหมือนกัน
ต่างคนต่างเลือกกันไป
แล้วเกิดไปชอบหนุ่มคนเดียวกันล่ะ
คราวนี้ก็แหงล่ะ แทนที่จะเป็นฝ่ายเลือก ก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกเลือกไปล่ะสิ ดู ๆ ก็สนุกดี เอิกเกริกเหมือนงานกาชาด หาคู่แต่ละหน คนรู้กันทั้งร้านกาแฟ
เรื่องการจับคู่ของบริษัท Matching ในความคิดของฉันแล้วเห็นว่าตลกสิ้นดี แม้หลายคู่อาจจะได้ ผล แต่ฉันว่าคนเราถ้าจะเป็นเพื่อน เป็นแฟน หรือเป็นอะไรกับใครน่าจะมีวิธีการเจอกันที่ดูดีมีรสนิยมกว่านี้
ประเภทเดินชนกันตรงมุมตึก ยังจะดูคลาสสิคกว่าเจอกันเพราะบริษัทจัดหาคู่เป็นไหน ๆ ลองนึกถึงตอนเล่าตำนานรักให้ลูกหลานฟังดูสิ ... จะเริ่มเล่ายังไงดี
โอโห ในเวียดนามนี้กว่าจะมีคู่นี่ไม่ง่ายเลย เพื่อนเวียดนามที่มาเรียนด้วยกันบอกแบบนี้เหมือนกัน ไม่โรแมนติกแบบเดินชนกันจริงๆๆด้วย ฮ่าๆๆๆๆ