วิธีการออกกำลังกายแต่ละอย่างช่วยบำบัดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้แตกต่างกันไป   ตั้งแต่ปวดท้อง  เครียด  ไปจนถึงโรคเหงือก

     วงการแพทย์ได้ค้นพบหลักฐานยืนยันว่า   โรคภัยไข้เจ็บหลายชนิดสามารถเยียวยาได้ด้วยการออกกำลังกายให้เหมาะสม  ดังตัวอย่างต่อไปนี้
     โรคลำไส้แปรปรวน
     วิธีแก้  :  โยคะ
     ความถี่  :  สัปดาห์ละ  4  ชั่วโมง
     เหตุผล  :  โรคนี้ยังไม่ทราบเหตุผลแน่ชัด  วินิจฉัยและรักษาได้ยาก  อาการอาจมีเช่น   ท้องอืด  ท้องผูก  ท้องเสีย  เสียดท้อง  แต่นักวิจัยพบว่าการบำบัดที่เน้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจจะให้ผลดี  ผู้เชี่ยวชาญด้านลมในลำไส้ของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย  ในเมืองแวนคูเวอร์  พบว่า  โยคะสามารถบำบัดอาการนี้ได้

     ผู้ที่ได้เรียนโยคะโดยใช้คู่มือสอนทางดีวีดี  และได้เล่นโยคะสัปดาห์ละ  4  ชั่วโมง  มีอาการเกี่ยวกับท้องไส้ลดน้อยลงอย่างมาก  และมีความวิตกกังวลน้อยลง  เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบซึ่งออกกำลังกายแบบธรรมดา
     งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม   พบว่า  การทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย  รวมทั้งโยคะ  สัปดาห์ละ  5  วัน  ช่วยลดอาการนี้ได้

     เหตุที่ช่วยได้นั้น  เพราะนอกจากโยคะช่วยบำบัดร่างกายแล้วยังช่วยบำบัดจิตใจด้วย
     วิธีแก้อื่น  ว่ายน้ำหรือเล่นแอโรบิกในน้ำ  สัปดาห์ละ  3-5  ครั้ง

     โรคเหงือก
     วิธีแก้  :  แอโรบิก
     ความถี่  :  เต้นแอโรบิกครั้งละ  45  นาที-1  ชั่วโมง  สัปดาห์ละ  3  ครั้ง
     เหตุผล   :  แต่ก่อนวิธีป้องกันโรคเหงือกก็คือ  แปรฟันและใช้ไหมขัดฟัน  แต่งานวิจัยซึ่งศึกษาประชาชน  12,000  คน  ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร  Journal  of  Periodontology   ระบุว่า   คนที่เต้นแอโรบิกมีแนวโน้มลดลง  40%  ที่จะเป็นโรคติดเชื้อที่เหงือก  ซึ่งจะทำให้ฟันหลุด  และเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและเบาหวาน

     นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเคส   เวสเทิร์น  รีเสิร์ฟ  ในสหรัฐ  พบว่า  การออกกำลังกายปานกลาง  สัปดาห์ละ  5  ครั้ง  หรือออกกำลังกายอย่างหนัก  สัปดาห์ละ  3  ครั้ง  บวกกับการกินอาหารที่มีประโยชน์และรักษาอนามัยช่องปาก  ช่วยลดโอกาสเป็นโรคเหงือกได้

     วิธีแก้อื่น  ปั่นจักรยาน  ซึ่งเป็นวิธีออกกำลังกายเทียบได้กับการเต้นแอโรบิก

     ความดันโลหิตสูง
     วิธีแก้  :  เดินออกกำลัง
     ความถี่  :  30-60  นาที  อย่างน้อยสัปดาห์ละ  3  ครั้ง
     เหตุผล  :  การเดินไต่ไปตามภูเขาหรือก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ  ช่วยได้มาก  นักสรีรศาสตร์ของสถาบันวิจัยโอเรกอน   พบว่า  การเดินไต่ไปตามก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ  ช่วยลดความดันโลหิต  และช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น

     พื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอจะกดจุดที่ฝ่าเท้า  ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น  การกดจุดตามร่างกายช่วยให้ช่องทางที่อุดตันต่างๆ  โล่งขึ้น  การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้จะเผาผลาญแคลอรีมากกว่าการเดินบนพื้นที่ราบเรียบ 

     ในงานวิจัยของโอเรกอน  ซึ่งตีพิมพ์ใน  Journal  of  the  American  Geriatrics  Society  ดร.ฟูจง  ลี  ได้ขอให้อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งเดินบนแผ่นตะปุ่มตะป่ำเป็นเวลา   60  นาที  และอีกกลุ่มขอให้เดินสัปดาห์ละ  3  ครั้ง  เป็นเวลา  16  สัปดาห์
     เมื่อสิ้นระยะเวลาศึกษา   กลุ่มที่เดินบนแผ่นก้อนกรวดจำลอง  ได้รับประโยชน์อย่างมากเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ   รวมทั้งความดันโลหิต  งานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งเสนอต่อสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน  ระบุว่า  ไทเก็กช่วยลดความดันโลหิตในผู้สูงอายุได้มากเกือบเท่ากับการออกกำลังกาย ปานกลาง  เช่น  การวิ่ง

      โรคกระดูกพรุน
     วิธีแก้  :  วิ่ง
     ความถี่  :  30  นาที  สัปดาห์ละ  3-5  วัน
     เหตุผล   :  กิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระทบหนักๆ  เช่น  กระโดดบนพื้น  ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก  ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน  และการวิ่งจะให้ผลดีที่สุด

     ในงานวิจัยเมื่อต้นปีนี้  ศาสตราจารย์แพม  ฮินตัน  แห่งภาควิชาโภชนศาสตร์และสรีรศาสตร์  มหาวิทยาลัยมิสซูรี  ได้เปรียบเทียบผลระยะยาวของการวิ่ง  การปั่นจักรยาน  และการยกน้ำหนัก  ที่มีต่อมวลกระดูก  พบว่า  คนที่วิ่งเป็นประจำมีกระดูกสันหลังแข็งแรงที่สุด

     เธอแนะนำว่า   คนที่ออกกำลังกายแบบไม่มีการรับน้ำหนัก   เช่น  ขี่จักรยาน  ว่ายน้ำ   พายเรือ  ควรเพิ่มการวิ่งเข้าไปด้วย
     วิธีแก้อื่น   :  เทนนิส  บาสเกตบอล  และกระโดด  ซึ่งล้วนเป็นวิธีที่ร่างกายต้องรับน้ำหนัก

     โรคซึมเศร้า
     วิธีแก้  :  เดิน
     ความถี่  :  วันละ  30  นาที
     เหตุผล   :  การเดินในสวนสาธารณะหรือป่าเขาลำเนาไพร  ช่วยให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น  นักวิจัยหลายรายพบว่า  การเดินเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะอาการซึมเศร้าระดับต่ำและปานกลาง

     องค์การการกุศล  Mind  ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยเอสเซ็ก  ซึ่งพบว่า  การเดินในห้อมล้อมของธรรมชาติ   ช่วยลดความรู้สึกซึมเศร้า  ขณะที่การเดินในห้างสรรพสินค้าหรือในเมืองจะเพิ่มปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์
     งานวิจัยในสหรัฐระบุว่า  การเดินจ้ำสัปดาห์ละ  3  ครั้ง  ครั้งละ  30  นาที  ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ดีกว่ากินยาต้านอาการนี้เสียอีก

     วิธีแก้อื่น  :  เล่นว่าว  ทำสวน

     เบาหวาน
     วิธีแก้  :  ยกน้ำหนัก
     ความถี่  :  สัปดาห์ละ  2  ครั้ง
     เหตุผล   :  ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่  2  มักได้รับคำแนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย  เช่น  วิ่ง  ว่ายน้ำ  ปั่นจักรยาน  เพื่อลดไขมันในร่างกาย  และทำให้ควบคุมน้ำตาลกลูโคสได้ดีขึ้น   แต่รายงานวิจัยเมื่อเร็วๆ  นี้  พบว่า  การยกน้ำหนักก็เป็นประโยชน์เช่นกัน

     ศาสตราจารย์โรบิน  มาร์คัส  แห่งสมาคมกายภาพบำบัดอเมริกัน  ได้ขอให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่  2  เข้าร่วมในโปรแกรมออกกำลังกายเป็นเวลา  16  สัปดาห์

     ครึ่งหนึ่งของคนไข้เหล่านี้ออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงอย่าง เดียววันละ    30   นาที  สัปดาห์ละ  5  วัน  ขณะที่อีกครึ่งเพิ่มการยกน้ำหนักสัปดาห์ละ  2  ครั้ง  เข้าไปด้วย

     ผ่านไปสามเดือน   ทั้งสองกลุ่มมีไขมันในร่างกายน้อยลง  และควบคุมกลูโคสได้ดีขึ้น  แต่กลุ่มที่ยกน้ำหนักยังมีดัชนีมวลกายลดลง  และมีกล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้นด้วย       

     วิธีแก้อื่น  :  การยกน้ำหนักไปพร้อมๆ  กับการเคลื่อนไหวร่างกาย  ที่เรียกว่า  Body   Pump  เป็นการผสมวิธีออกกำลังทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน  ควรทดลองทำสัปดาห์ละ  2  ครั้ง

     ปวดหัว
     วิธีแก้  :  ปั่นจักรยาน
     ความถี่  :  30  นาที  สัปดาห์ละ  3-4  ครั้ง
     เหตุผล   :  สำหรับคนที่ปวดหัวเป็นประจำบางราย  การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการนี้   ผู้เชี่ยวชาญยังไม่รู้ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น  นักวิจัยหลายรายแนะนำว่า  การปั่นจักรยานหรือตีกรรเชียงในร่มอาจช่วยทุเลาได้    เพราะเป็นการเพิ่มระดับฮอร์โมนเอนโดรฟีน   ซึ่งให้ความรู้สึกดี  และเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ

     งานวิจัยใน   Journal  of  Head  and  Face  Pain  ระบุว่า  การปั่นจักรยานในร่มหรือกลางแจ้ง  ช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัวลงได้  90%

     ดร.เอมมา  วาร์กีย์  แห่งศูนย์บำบัดอาการปวดหัวซีฟาเลในเมืองโกเธนเบิร์ก  ประเทศสวีเดน  ได้ศึกษาผู้ใหญ่  68,000  คน  พบว่า  คนที่ไม่ออกกำลังกายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  14%  ที่จะมีอาการปวดหัว

     การปั่นจักรยานมีประโยชน์   เพราะช่วยกระจายออกซิเจน  การปั่นจักรยานไม่มีการกระทบกระแทกเหมือนการวิ่ง  หรือเต้นแอโรบิก  ซึ่งบางครั้งทำให้ปวดหัว

     เป็นไปได้ว่า   อาการปวดหัวขณะออกกำลังกายเกิดจากการขาดน้ำ  หรือมีน้ำตาลในเลือดต่ำ  ซึ่งอาจเป็นเพราะกินคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไปก่อนหน้าออกกำลังกาย

     วิธีแก้อื่น  :  เล่นโยคะเป็นประจำ  งานวิจัยของศูนย์การแพทย์เดวิส  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย  ชี้ว่า  อาการปวดหัว  75%  เกิดจากกล้ามเนื้อที่ต้นคอตึงตัว  เนื่องจากท่าทางในชีวิตประจำวัน  โยคะช่วยลดปัญหานี้ได้  ซึ่งจะช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัว.

ที่มา  http://www.thaipost.net/x-cite/240609/6689B

 

กษิเดช  นางงาม