
หลวงพ่อบางกอกภาค 2 นี้ ชื่อว่า "ช่วยระติยา " ... รถบัสปรับอากาศคันใหญ่ 3 คันที่พาบรรดา พี่ทิด,พ่อทิดทั้งหลาย จากวัดไทยกุสินาราเฉลิมลาภมหาวิหาร เมืองกุสินารา ไปยังเมือง พาราณสี ออกเดินทาง เวลาประมาณ 06.30 น.ใช้เวลาวิ่งประมาณ 6 ชั่วโมงก็มาถึงชานเมืองพาราณสีเมื่อประมาณ เกือบบ่ายสองโมง พระผู้ควบคุมขบวนสั่งให้รถเข้าไปจอดพักที่วัดจีนแห่งหนึ่งที่ติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว วัดจีนแห่งนี้มีห้องรับรองบรรดาผู้มาแสวงบุญเป็นห้องโถงใหญ่หลายห้องและยังมีห้องขนาดย่อมอีกหลายห้องเช่นกัน แต่ละห้องมีมุ้งลวดกันยุง,มีเตียงนอนแบบเตียงผ้าใบประมาณ 10-30เตียงขึ้นอยู่กับว่าห้องเล็กหรือห้องใหญ๋ ห้องพักเหล่านี้สะอาดดีมาก มีเครื่องปรับอากาศและห้องสุขา พร้อมห้องน้ำที่ทันสมัยห้องละ 2 ห้องน้ำสำหรับห้องใหญ๋ อาคารที่พักรับรองนี้เป็นตึก 2 ชั้น อยู่ด้านหลังของอาคารวัด หน้าอาคารเรือนพักป็นลานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ มีโต๊ะยาวและม้านั่ง,เก้าอี้ตั้งไว้ใต้ต้นไม้และบริเวณที่ร่มข้างกำแพงพอเพียงสำหรับนั่งพักผ่อนของบรรดาผู้เข้ามาเยี่ยมชม บรรดาพวกพี่ทิดพ่อทิดทั้งหลายต่างก็ได้รับการจัดให้เข้าพัก ณ ห้องต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ทุกคนจะมีเวลานอนพักเอาแรงประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก่อนจะถูกพาไปส่งยังสนามบิน และหรือ สถานีรถไฟ เพื่อเดินทางไปเดลี หรือบินตรงไปกรุงเทพฯเลยแล้วแต่เส้นทางของใครของมัน....
หลังจากทุกคนเข้าที่พักกันแล้ว หลายคนหาได้พักผ่อนไม่ ได้จับกลุ่มกันพากันออกไปเดินชมเมืองในละแวกนั้น ส่วนใหญ่จะพากันนั่งสามล้อแบบเมืองไทยแต่ที่นั่งยกสูงเกือบเหนือสุดของวงล้อ ตามกันไปชมเมืองรอบ ๆ นอกออกไปเป็นแถวยาว คงมีบางส่วนเท่านั้นที่เข้านอนพักผ่อนเอาแรงไว้ก่อนจริง ๆ ต่อมาไม่นานนัก ก็มีรถตำรวจคันหนึ่งพร้อมกับชาวบ้าน 3-4 คนแล่นมาจอดหน้าวัด ตำรวจและชาวบ้านเหล่านั้น เข้ามาในวัดท่ามกลางความแปลกใจของพวกพี่ทิดที่นั่งเล่นอยู่ในบริเวณวัด ตำรวจถามหาพระผู้ควบคุมขบวนรถ เมื่อพบแล้วก็บอกว่า มาหาคณะหลวงพ่อบางกอก เพื่อขอความร่วมมือให้ไปช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายที่ วิทยาลัยพยาบาลที่อยู่ไม่ใกลนัก ชายชาวบ้านคนหนึ่งที่มากับตำรวจบอกว่าเขาเป็นบิดาของเด็กหญิงคนนั้นเอง ลุงของลูกสาวเขาที่อยู่ใกล้วัดไทยลุมพินีมหาวิหาร ในประเทศเนปาล ทราบเรื่องที่ลูกสาวของเขาจะกระโดดตึกวิทยาลัยพยาบาลฆ่าตัวตาย จึงได้ไปหาหลวงพ่อหัวหน้าคลีนิควัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ที่คุ้นเคยกัน เพื่อขอให้บอกคณะ หลวงพ่อบางกอกฯ ที่เคยช่วยชีวิตเขาที่วัดไทยลุมพินีมหาวิหาร แวะช่วยหลานเขาด้วย หลวงพ่อหัวหน้าคลีนิควัด ฯ ซึ่งคุ้นเคยกับอดีตหลวงพ่อวรโพธิได้แนะนำให้แจ้งพ่อเด็กไปรอพบหลวงพ่อวรโพธิ ฯ ที่วัดจีนก่อนเข้าเมืองพาราณสี เขาจึงขอให้ตำรวจพามารอพบเพื่อห้ไปช่วยลูกสาว
เมื่ออดีตหลวงพ่อวรโพธิ ฯทราบเรื่องก็โทรศัพท์กลับไปหาหลวงพ่อหัวหน้าคลีนิควัดไทยลุมพินี สอบถามความเป็นมาที่ให้ชาวบ้านมารอพบ เมื่อทราบเรื่องแล้วหลวงพ่อกับคณะประกอบด้วยนายสัตว์แพทย์กันต์ ฯ,ทิดลูกชายหลวงพ่อ และภรรยาหลวงพ่อกับเพื่อนภรรยาหลวงพ่อ ก็ตกลงจะไปดูเหตุการ์ณก่อน จึงพากันไปกับตำรวจและชาวบ้านที่ตามมาเพือหาทางข่วยเหลือเด็กสาวคนนั้นต่อไป....
โปรดติดตามอ่านต่อไปในตอน 2/2ว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นอะไรไป ทำไมจึงคิดจะฆ่าตัวตาย และคณะหลวงพ่อฯ จะช่วยเธอได้หรือไม่อย่างไร...........