วัณโรคน่ากลัวกล่าที่คิด ในประเทศจีนพบว่ามีวัณโรคดื้อยาแล้ว ใช้งบประมาณมากมาย ในเมืองไทยมีรายงานพบวัณโรคดื้อยาเช่นกัน ผู้เกี่ยวข้องน่าจะได้เตรียมแนวทางป้องกันหาวิธีป้องกัน เช่นกัน ประเทศไทยกับจีนอยู่ไม่ห่างกัน

        อ่านข่าวนี้จากข่าวของกระทรวงแล้ว คิดว่ายังต้องติดตามผู้ป่วยและมีระบบการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยวัณโรคร่วมกับชุมชนให้มากกว่านี้ พอช่วงบ่ายน้องที่ตึกที่พ่อนอนบอกว่าพี่มีผู้ป่วยสงสัยวัณโรค ส่งตรวจเสมหะพบว่า บวก1 จะทำอย่างไร ซึ่งตึกนี้เป็นระบบฉCentral air มีระเบียบการรับผู้ป่วยอยู่ ถ้าเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ ให้แพทย์พิจารณาย้ายมาที่หอผู้ป่วยที่มีห้องแยกโรค ถ้าไม่ได้ต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ให้ผู้ป่วยสมผ้าปิดปากปิดจมูก แล้วไม่ให้เปิดแอร์ เปิดหน้าต่างแทน ช่วงกลางวันพอได้ ช่วงกลางคืนมีปัญหาแน่นอน ยุงเยอะ อย่างไร แพทย์ก็ต้องย้ายผู้ป่วยมานอนที่ตึกที่มีห้องแยก และระบบระบายอากาศที่ดี ไม่เป็นห้องแอร์ระบบรวม 

หลังจากที่อ่านข่าวนี้แล้วคิดอย่างไร เมืองไทยจะเกิดกรณีเดียวกันหรือไม่

     http://www.moph.go.th/ops/iprg/iprg_new/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=30124 

ปัญหาวัณโรคบานปลาย ผลาญงบสาธารณสุขจีนมหาศาล

  • รอยเตอร์- รอยเตอร์รายงานสถานการณ์วัณโรคในจีน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่าจีนซึ่งมีผู้ป่วยวัณโรคมากเป็นอันดับสองรองจากอินเดีย กำลังต้องต่อสู้กับวัณโรคชนิดดื้อยา ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายและงบประมาณในการรักษาสูงมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์รักษา ใช้ยาที่ต่ำกว่ามาตรฐานและหยุดการรักษาเร็วเกินไป

    หลิว จ้งอู่ มีอาชีพตัดหิน ที่ทำงานในภาคใต้ของจีน เป็นบุคคลหนึ่งที่หยุดยาวัณโรคของเขาระหว่างการรกัษามาตรฐานหกเดือนไปกลางคันในปี 2550 เพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เขากล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะได้ยาฟรีมาหนึ่งหรือสองชนิด แต่ก็ต้องจ่ายอีก 500 หยวน ต่อเดือนสำหรับยาอื่นๆ เพื่อลดผลข้างเคียง ของยารักษาที่ทำให้มีปวดท้องมากจนต้องหยุดงาน ไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน

    ด้วยพฤติกรรมการรักษาแบบนี้ที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกำลังวิตกและอาจหยุดการรักษา เพราะหากไม่สามารถจัดการเชื้อวัณโรคได้อย่างเด็ดขาด มันจะสามารถกลายพันธุ์ กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ในภายหลัง และดื้อยาที่เคยใช้รักษาได้

    ปัจจุบัน จีนมีผู้ป่วยวัณโรค 4.5 ล้านคน และในแต่ละปี จะมีผู้ป่วยถึง 1.4 ล้านคน ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก WHO ในปี 2551 ประเทศจีนมีผู้เสียชีวิตเพราะวัณโรค 160,000 คน และในปีเดียวกันนี้ วัณโรคพรากชีวิตคนทั่วโลก ไปถึง1.8 ล้านคน หรือ หนึ่งคนในทุก 20 วินาที

    จ้ง ชิว กรรมการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญวัณโรคจีน และเป็นหัวหน้าสถาบันวิจัยต่อต้านวัณโรค ที่กว่างตง กล่าวว่า ต้นทุนของการรักษาวัณโรคปกติ จะอยู่ที่ 1,000 หยวนต่อคน แต่ถ้าเป็นวัณโรคชนิดดื้อยา ค่ารักษาจะอยู่ระหว่าง 100,000- 300,000 หยวนต่อคน โดยในปี 2550จีนมีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคดื้อยามากเป็นอันดับสองในโลก ราว 112,000 คน ขณะที่อินเดียมี 131,000 คน

    ใน ปี 2551จีนใช้จ่ายงบประมาณกว่า 225 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการแก้ปัญหาวัณโรค เพิ่มขึ้นจาก 98 ล้าน เหรียญสหรัฐ ในปี 2545ตามข้อมูลของ WHOตัวเลขเหล่านี้ ยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยจ่ายด้วยเงินของตน ซึ่งเป็นจำนวนระหว่างร้อยละ 47 ถึงร้อยละ 62 จากยอดค่ารักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด

    หลิน หยัน ผู้อำนวยการของสหภาพต่อต้านวัณโรคและโรคปอด องค์กรที่ไม่แสวงกำไรของจีน กล่าวว่า ในปี 2545 จีนมีสัดส่วนวัณโรคชนิดดื้อยา ร้อยละ 27.8 จากวัณโรคทุกประเภท ขณะที่ในประเทศที่การรักษาก้าวหน้ากว่า จะมีสัดส่วนร้อยละ 5

    ขณะที่ จ้ง ชิว กล่าวว่าวัณโรคคือปัญหาทางการเมือง เพราะภาวะการแพร่ระบาด เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชน มีผลกระทบต่อสังคม และการรักษาฟรีทั่วไป เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งสอดคล้องกับ WHO ที่แนะนำว่า รัฐบาลควรให้การรักษาฟรีแก่ผู้ป่วยวัณโรคในประเทศของตน

    อนึ่ง วัณโรคมีผลต่อคนยากจนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างง่ายดาย ผู้ป่วยต้องเสียเงินไม่เพียงแค่การรักษาแต่รวมถึงค่าเดินทาง และความที่เป็นโรคเรื้อรังต้องรักษาในระยะยาว ทำให้บางครอบครัวถึงกับเป็นหนี้เป็นสินล้มละลาย

  • แหล่งข่าวโดย.... ASTV ผู้จัดการออนไลน์

    [8/ม.ค/2553]