เช้ามือวันที่ ๑๐ ธ.ค. ๕๒ ผมออกจากโรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว   สัมผัสความหนาวเย็นที่กำลังสบาย   วิ่งไปทางถนนศิริมังคลาจารย์ ๗   เพื่อสำรวจว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหลายปีที่แล้วอย่างไรบ้าง    ผมจำได้อย่าง(ไม่) แม่นยำว่าผมเคยวิ่งในเส้นทางนี้    จึงลองดูว่าสภาพในซอยนี้แตกต่างไปอย่างไรบ้าง

          พบว่าอาคารในซอยสวยงามขึ้น ซอยสะอาดเรียบร้อยขึ้น   และมีร้านค้ามากขึ้น รุกเข้ามาในบริเวณที่เดิมเป็นบ้านพักอาศัย   วิ่งไปได้หน่อยเดียวก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาอย่างอบอวล หอมแรงอย่างยิ่ง   แต่เนื่องจากยังไม่ค่อยสว่างจึงมองไม่เห็นว่าดอกอะไร   ขากลับจึงเห็นว่าเป็นดอกสายน้ำผึ้ง (Lonicera japonica Thunb.)   ไม่เคยนึกว่าดอกสายน้ำผึ้งจะหอมแรงขนาดนี้

          วิ่งทะลุซอย ๗ ไปเข้าถนนศิริมังคลาจารย์ แล้วเลี้ยวขวา   วิ่งไปจนชนถนนห้วยแก้ว    พบว่าถนนสะอาดเรียบร้อยสวยงาม   และมีบ้านบางหลังที่บรรยากาศคล้ายๆ บ้านผม คือต้นไม้มากจนรก   แต่เขามีพื้นที่มากกว่าบ้านผมกว่า ๒ เท่า

          ตรงปากซอย ๗ ผมวิ่งไปชนหลักฐานแสดงความพยายามของประเทศออสเตรเลีย ในการส่งออกธุรกิจอุดมศึกษาของตน   คือมีป้าย ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อออสเตรเลีย เอเดน    ทำให้นึกว่าผมยอมมาประชุมในวันหยุด    น่าจะมีส่วนช่วยให้คุณภาพของอุดมศึกษาไทยดีขึ้น สู้การรุกคืบของต่างประเทศได้

          ขาวิ่งกลับ ผมข้ามถนนไปวิ่งฝั่งตรงกันข้าม    ไปพบ “บ้านยุงแก่” หรือพิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ (Museum of World Insects and Natural Wonders) ที่หน้าบ้านติดป้ายโคลงกลอนประกาศใจมากมายหลายแผ่น   ไม่เห็นรูปแมลง ยกเว้นรูปยุงสัญญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์    ผมกะว่าวันหลังจะหาโอกาสมาชมสักครั้ง เพราะอยู่ไม่ไกลที่พักที่ผมมาพักตอนมาประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกปลายเดือน   ผมเป็นคนชอบเข้าชมพิพิธภัณฑ์

          และที่หน้าโรงแรม ได้รูปดอกมะลิหลวง ที่สวยงามมากมาฝาก

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธ.ค. ๕๒

พิพิธภัณฑ์แมลงโลก


 

ซอยรัชมังคลาจารย์ ๗


 

ดอกมะลิหลวงอันงดงามที่หน้าโรงแรมปางสวนแก้ว


 

ดอกทองกวาวหน้าสำนักงานอธิการบดี มช.