คนวงในบอกว่า “สาเหตุสำคัญที่พรุ่งนี้จะไม่มีการนำร่างภาคประชาชนมาเสนอ เพราะหลักการและเหตุผลของกฎหมายทั้ง 2 ฝ่าย ขัดแย้งกันเอง” เราแปลกใจแกมระคนสงสัยแบบคนไม่รู้กฎหมายว่า “ถ้าขัดแย้งกันเอง แล้วบรรจุในสภาฯทำไมตั้งแต่ต้น !”
ฉบับที่ 47 (10 พฤศจิกายน 2552)
ไว้ทุกข์ให้รัฐสภาไทย
เมื่อความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงานมาทีหลัง
เป็นอีกครั้งที่ความเศร้าฉายฉาบชัดบนใบหน้าผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่ม เมื่อมีข่าวยืนยันแน่ชัดมาจากคนวงในสภาฯ แล้วว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 23 ปีที่ 2 ครั้งที่ 25 สมัยสามัญนิติบัญญัติ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ คือ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2552 จะไม่มีการหยิบยกร่าง พรบ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... (ร่างภาคประชาชน) ที่เสนอโดย สส.รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท จากพรรคประชาธิปัตย์ กับที่เสนอโดย สส.สถาพร มณีรัตน์ จากพรรคเพื่อไทย รวม 2 ฉบับ นำมาอภิปรายในสภาฯ ร่วมกับร่าง พรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ....ที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรี, สส.เจริญ จรรย์โกมล พรรคพลังประชาชน, สส. สุชาติ ลายน้ำเงิน พรรคพลังประชาชน , สส. นิติวัฒน์ จันทร์สว่าง พรรคชาติไทยพัฒนา , สส.วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมเสนอ 5 ฉบับ ซึ่งเรียกง่ายๆว่า ร่างรัฐบาล
ทั้งๆ ที่ในวาระการประชุมสภาฯวันพรุ่งนี้ ได้มีการบรรจุการพิจารณาร่างกฎหมายภาคประชาชน 2 ฉบับนี้ไว้แล้ว ซึ่งอยู่ในหัวข้อที่ 5 เรื่องที่ค้างพิจารณา คือข้อที่ 5.71 กับ 5.72 โดยเป็นเรื่องที่ค้างมาจากการประชุมวันที่ 30 กันยายน 2552
คนวงในบอกว่า “สาเหตุสำคัญที่พรุ่งนี้จะไม่มีการนำร่างภาคประชาชนมาเสนอ เพราะหลักการและเหตุผลของกฎหมายทั้ง 2 ฝ่าย ขัดแย้งกันเอง” เราแปลกใจแกมระคนสงสัยแบบคนไม่รู้กฎหมายว่า “ถ้าขัดแย้งกันเอง แล้วบรรจุในสภาฯทำไมตั้งแต่ต้น !”
ถ้าลองย้อนกลับไปทบทวนเหตุผลของกฎหมายทั้ง 2 ร่าง พบว่ามีวิธีคิดที่แตกต่างกันดังที่ว่ามาจริง กล่าวคือ
ประเทศฝรั่งเศส เล็กๆเท่าประเทศไทย คนลาพักผ่อนได้ 53 วันต่อปี ให้ความสำคัญกับแรงงาน เป็นประเทศที่รวยและเป็นมหาอำนาจในโลกประเทศหนึ่ง
ประเทศที่เจริญแล้วให้ความสำคัญต่อแรงงานครับทั้งนั้นครับ
ไว้ทุกข์ด้วยคน