วันหนึ่งผู้ป่วยจึงคิดว่าจะทำยังไง ไม่ให้แผลมันซึมออกมา..ผู้ป่วยจึงเอากาวตราช้างมาราดปิดแผลไว้..โอ พระเจ้า..คิดได้ยังไง!!!

เมื่อเย็นวานก่อน วันแรกในการทำงานของปี 2553 ตอนนั้นเกือบหกโมงเย็นแล้ว แต่ผู้เขียนยังไม่กลับบ้าน ได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากน้องผู้ช่วยพยาบาลชายคนหนึ่งว่า มีผู้ป่วยแผลเท้าเบาหวานรายใหม่คนหนึ่ง น่าสนใจ..ผู้เขียนรีบไปประเมินทันที

พบชายไทยวัยกลางคน มีแผลที่เท้าทั้งสองข้าง(ดังภาพ)ซักประวัติทราบว่าตรวจพบเบาหวานมาเกือบ 10 ปีแต่ไม่ได้รักษากระทั่งมาเริ่มรับประทานยาเบาหวานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  เท้าข้างขวาถูกปูนซีเมนต์กัดเป็นแผลเรื้อรังมาเกือบ 6 เดือน ส่วนเท้าข้างซ้ายปั่นจักรยาน เป็นแผลไม่รู้ตัว เรื้อรังมาเกือบ 2 เดือน..เดิมนั้นผู้ป่วยแสวงหาวิธีดูแลแผลเองจากแผลเล็กๆ จึงลุกลามใหญ่และลึกขึ้นเรื่อยๆ..ผู้เขียนก็ไม่แปลกใจนักเพราะได้ยินเรื่องราวแบบนี้มาพอสมควร 

แต่..ในขณะที่ผู้เขียนกำลังล้างแผลให้ผู้ป่วยอยู่นั้น ,,ผู้ป่วยก็เล่าปัญหาของแผลที่เท้าให้ ฟังไปเรื่อยๆว่า" ..แผลที่เท้าขวานั้นมีหนองปนเลือดซึมออกมาเรื่อยๆ ถ้าเดินบนพื้นกระเบื้องในบ้านจะหยดเป็นรอยและมีกลิ่น ทำให้คนในบ้านต้องคอยหาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดทุกครั้งที่ผู้ป่วยเดินไปมา..วันหนึ่งผู้ป่วยจึงคิดว่าจะทำยังไง ไม่ให้แผลมันซึมออกมา..ผู้ป่วยจึงเอากาวตราช้างมาราดปิดแผลไว้..โอ  พระเจ้า..คิดได้ยังไง!!! ผู้เขียนเคยเผลอโดนกาวตราช้างติดมือนิดเดียว แทบเอาออกจากกันไม่ได้..ผู้เขียนถามต่อว่า แล้วแผลหยุดซึมมั๊ย??  เขาบอกว่า"ไม่" !!!!

ครั้งนี้ผู้เขียนจึงปิดแผลให้ผู้ป่วยหนาขึ้น ไม่ให้ซึมออกมาข้างนอก แนะนำให้ผู้ป่วยเลือกสวมรองเท้า เดินน้อยลงหรือใช้ไม้ค้ำยัน ควบคุมเบาหวาน งดเหล้าค่ะ