ผจญภัยในวันขึ้นปีใหม่ ตอนที่ 2 ความอยากและการให้

พระที่ให้แม่บ้านไป ตอนหนูเดินไปขอถ่ายรูปหนูประทับใจมากค่ะ เพราะท่านมีภารกิจต้องทำความสะอาดห้องให้เสร็จ ภายในเก้าโมงเช้าเพราะแขกต่างชาติจะเข้ามาพัก ท่านจึงวางพระพุทธรูปที่หนูให้ไว้ที่หลังตู้เสื้อผ้าซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของห้อง น่าประทับใจมาก ๆค่ะ การให้เป็นเช่นนี้เอง สงบเย็นเป็นสุข

ต่อจากบันทึกนี้ ผจญภัยในวันขึ้นปีใหม่ ตอนที่ 1 เจอคนมีน้ำใจและฟังเทศน์หัวใจแห่งพระพุทธศาสนา

หลังฟังเทศน์เสร็จ

พระท่านเรียกให้โยมมาหยิบของตามลำดับหมายเลขของฉลากที่จับได้ มีปิ่นโต มีพระพุทธรูป

 

 

หนูเห็นความอยากความโลภอยากได้ของตนเองชัดมากเลยค่ะ มันบีบ ดิ้น ๆ อยากได้พระพุทธรูป เพราะมันมีความคิดว่า

"ห้องไม่มีพระพุทธรูป"

แต่ก็รอตามลำดับ ติ๋วจับได้อันท้าย ๆ ท่านให้คนที่ได้เบอร์ต้น ๆ มีสิทธิเลือกของก่อน ใจติ๋วคอยบีบ ๆ อยากได้ พอเห็นว่า ที่มอง ๆ ไว้มีคนเอาไปหมดใจแฟ๊บลงมาค่ะ

 

 

จนพอถึงคิวตนเองใจสบายขึ้น อันไหนก็อันนั้นแหละ บอกตนเอง พอเดินไปถึงมีคนเอาพระพุทธรูปองค์หนึ่งมาวางคืน ติ๋วจึงหยิบองค์นั้นขึ้นมา แล้วพบว่า ยอดเศียรบิ่น

บอกตนเองว่า อืมคงจะเป็นอันนี้แหละ จึงหยิบออกมา แล้วก็ไปนั่งทานข้าวก้นบาตร

 

วันนี้เจอ อาหารบูด 2 อย่าง คือ ผลไม้ และของหวาน หนูคายออกมา ใจก็ระลึกถึงคำเทศน์สอนของพระท่านเมื่อเช้าว่า

"อย่าตกเป็นทาสของลิ้น"

ระลึกขึ้นได้ดังนี้ก็ยิ้ม แล้วก็มีอีกความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาว่า

“อืม ดีแล้ว ที่รู้ แต่ถ้าเราทราบว่าการกินอาหารที่บูดอาจจะเป็นการทำร้ายร่างกายนี้โดยไม่จำเป็น การคายออกก็เป็นการ ดูแลกายนี้เท่าที่ทำได้”

แล้วก็นึกขึ้นมาในใจว่า อืม ก็คงใช้กรรมเขาแหละ อาจจะเคยใส่ของไม่ดีมา เลยต้องรับ

อะไรจะเกิดก็น้อมรับมันซะ

แล้วสักพักท่านประกาศให้โยมไปหยิบของที่เหลือจากการจับฉลาก ส่วนใหญ่เป็นปิ่นโต

 

ใจติ๋วบีบอีก มันอยากได้ ติ๋วนั่งตามลมหายใจดูมันไปเรื่อย ๆ แล้วมันก็ดับ แล้วบอกกับตนเองว่า

"อย่าเห็นแก่ตัว"

 

ทานเสร็จ หนูเดินถือพระออกมา ถามตนเองว่าได้

"ได้พระมาแล้วใจเป็นไง?

 ใจมันก็เป็นเฉย ๆ ค่ะ เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนว่า โดนกิเลสหลอก แล้วก็บอกตนเองว่า อืม ใครสมควรได้ ก็จะให้คนนั้น"

 

 แต่ตลอดทางมาหอ ไม่เจอใคร มาเจอเจ้าของหอ ใจก็รู้สึกว่า อืม ไม่ใช่ จึงเดินถึงเข้ามาในห้องแล้ววางไว้ตรงหิ้ว บอกกับตนเองว่า อืม อาจจะต้องถือไว้ก่อน ใครสมควรได้ ก็ค่อยเอาให้ ใจติ๋วเล็งไปที่แม่บ้านและยาม ไม่คนใดก็คนหนึ่ง

พระที่ให้แม่บ้านไป ตอนหนูเดินไปขอถ่ายรูปหนูประทับใจมากค่ะ เพราะท่านมีภารกิจต้องทำความสะอาดห้องให้เสร็จ ภายในเก้าโมงเช้าเพราะแขกต่างชาติจะเข้ามาพัก ท่านจึงวางพระพุทธรูปที่หนูให้ไว้ที่หลังตู้เสื้อผ้าซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของห้อง น่าประทับใจมาก ๆค่ะ การให้เป็นเช่นนี้เอง สงบเย็นเป็นสุข

 

 

พอเมื่อเช้าเปิดประตูห้องออกมาก็เจอแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องตรงข้ามพอดี จึงนำพระพุทธรูปไปให้ ท่านดีใจมากค่ะ แล้วบอกว่า

"ที่บ้านไม่มีพระพุทธรูปเลย ทุกวันก็กราบแต่รูปในหลวง"

หนูรู้สึกประทับใจมากที่ได้มีโอกาสให้ท่าน แล้วการได้มาซึ่งพระพุทธรูปนี้ก็ ทำให้หนูได้เรียนรู้ใจตนเอง เรียนรู้การครอบครอง คิดถึงครูท่านที่ปกติท่านจะมีอุปกรณ์เทคโนโลยีหลายชิ้น แต่เมื่อถึงเวลาท่านก็จะมอบสิ่ง ๆ นั้นให้กับคนที่สมควรได้ ทั้งกล้องถ่ายรูป โน๊ตบุ๊ค รถจักรยาน ซึ่ง โน๊ตบุ๊คตัวที่หนู้ใช้อยู่ปัจจับันนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์มาจากครู ในราคาไม่แพงนักค่ะ

 

จากที่เห็นครูเป็นตัวอย่างที่ดี ในการเรียนรู้ใจตนเอง อย่างที่ครูท่านชอบใช้ค่ำว่า

"ล้อเล่นกับกิเลสตนเอง อย่างรู้ตัว"

 

ท่านเคยอธิบายว่า

"เป็นเหมือนการไปกวนตะกอนกิเลสตนเอง

ให้ขุ่นให้มันปรากฏขึ้นมาเพื่อที่จะเรียนรู้

และชำระมันออกไปจากใจ"

 

พอมาเจอเองเลยเข้าใจว่า มันเป็นเช่นนี้เองเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณครูค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)