ความเป็นอยู่ของเราเหล่ามนุษย์โลก แต่เดิมนั้นการที่เราสามารถมีความเป็นอยู่กันอย่างสบายๆ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่บนโลกนี้ไว้เพื่อการกินการอยู่แบบปกติสุข เพราะเรามีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีจนคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ปัจจุบันนี้เรามีทรัพยากรใช้กันอย่างล้นเหลือ แต่ผิดกับคนบางประเภท ที่เมื่อมีของอยู่กับตัวเองกลับคิดแต่ที่จะต้องการเพิ่มทวีคูณมากขึ้น เป็นคนประเภทที่ว่าได้ไปเท่าไรก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้นมันก็ตรงกับคำที่ว่า ทรัพยากรบนโลกนี้พอสำหรับทุกคน แต่ไม่มีพอสำหรับคนโลภแม้เพียงคนเดียว เมื่อท่านได้อ่านมาถึงตรงนี้อาจทำให้ผู้อ่านหลายๆคนคิดไปว่า มันจะจริงได้อย่างไร ในเมื่อทรัพยากรบนโลกนั้นมีมากมาย มากจนมีพอสำหรับคนทุกๆคนได้ แต่หากเราลองมานั่งนึกดูถึงการกระทำต่างๆก็คงจะทำให้คิดได้เป็นแน่ว่า สิ่งที่เอ่ยไปนั้นเป็นความจริงอย่างไร
จากคำที่ว่า ทรัพยากรบนโลกนี้พอสำหรับทุกคน แต่ไม่มีพอสำหรับคนโลภแม้เพียงคนเดียว กล่าวคือ ทรัพยากรก็เหมือนกับของส่วนรวมบนโลกที่ว่าใครๆหลายคน สามารถหยิบจับต้องได้โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อนเมื่อนำของเหล่านั้นมาทำเพื่อผลประโยชน์ และทำต่อไปไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งาน เมื่อใช้งานก็กลับมาใช้ใหม่ในส่วนที่ยังคงใช้ได้อยู่ นำไปใช้จนรู้สึกว่านี่ล่ะ เราสามารถใช้จนคุ้มค่าแล้ว จนมันไม่สามารถกลับไปใช้ได้อีก และเมื่อมีการชำรุด หรือ เสียหายก็มีการพัฒนา หรือปรับปรุงใหม่ไปเรื่อยๆ หากทำเช่นนี้แล้วทรัพยากรที่มีอยู่ยนโลกนี้ก็คงจะสามารถนำไปใช้ได้อีกยาวนาน แต่ในทางกลับกันความที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า หากเป็นคนโลภที่ต้องการหรืออยากได้ของของคนอื่น ก็คงไม่แปลกเลยที่จะมีทรัพยากรเท่าใด ก็คงไม่เพียงพอต่อคนจำพวกนี้ เมื่อพูดถึงตรงนี้คนบางคน อาจจะกำลังส่ายหัวเพราะไม่เข้าใจ หรือไม่เชื่อว่าจริง แต่ลองนึกไปก็จะพบว่า โดยทั่วไปแล้วนิสัยของคนที่อยู่ในข่ายของคนโลภแล้วนั้น ก็จะพบว่าคนพวกนี้ มักมีนิสัยไม่รู้จักพอ คำว่า ไม่รู้จักพอนั้น กล่าวคือ เป็นผู้ที่ต้องการ อยากได้อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะได้มาแล้ว ต่อให้ได้มากอีกเพียงใด ก็คงจะรู้จักหยุดหรือ ละความต้องการได้ ดังนั้น เมื่อคนเราเกิดความอยากได้มาครอบงำจิตใจ ก็จะทำให้คนเราเปลี่ยนนิสัยไปได้ โดยที่ไม่รู้ตัว การชอบเอาชนะนั้นเมื่อก่อนเราอาจได้ยินคำสุภาสิตที่ว่า “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” ก็เหมือนกับการที่มนุษย์เราเกิดความโลภก็สามารถเปลี่ยนเป็นมารเป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความต้องการ ว่าให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นๆจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม ซึ่งความอยากได้อยากมีล้วนแต่เป็นกิเลสทั้งนั้นซึ้งในตัวมนุษย์นั้นก็มีอยู่ในตัวทุกคน แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครมีมากน้อยเพียงใด แล้วแต่คนนั้น สามารถระงับความต้องการหรืออยากได้หรือไม่ นอกจากนั้น คนที่เป็นคนโลภจะเป็นประเภทที่ ไม่ค่อยเห็นความสำคัญกับของ หรือสิ่งรอบข้างเท่าไรนัก เมื่อต้องการหรืออยากได้ก็จะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น ต้องการต้นไม้ต้นหนึ่ง ต้นที่อยู่ติดกันกับต้นไม้ทีแก่มากๆ ก็จะตัดต้นที่ไม่ต้องการทิ้ง อย่างที่ไม่มีการเหลียวแล ว่าของสิ่งนั้นอยู่มานานเท่าไหร่ และมีความสำคัญมากเพียงใด เมื่อต้องการแค่สิ่งที่เขาต้องการ เมื่อได้ไปก็จะไม่แยแสต่อสิ่งแวดล้อม และไม่สนใจว่าสิ่งรอบด้านจะเกิดผลหรือประสบปัญหาใดๆก็ตาม จากนั้นเมื่อมีการทำสิ่งแวดล้อมเสียหายไปโดยไม่มีความเข้ามาสนใจแล้ว ยังไม่คิดที่จะเข้ามาอนุรักษ์ รักษา หรือพัฒนาใดใดเลย เหมือนกับว่าจากตัวอย่างนี้แล้ว ที่ว่าเมื่อเหล่าคนโลภนั้นต้องการสิ่งใดก็ตาม ก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งของที่เขาต้องการ ถึงแม้ว่าสิ่งแวดล้อมจะเสียหายเพียงใด เราพูดมาถึงตรงนี้เมื่อสิ่งแวดล้อมเสียหาย หากเป็นคนทั่วไปแล้วก็จะมีการเข้ามาดูแล บำรุงรักษาในส่วนพื้นที่ที่เสียหายไป แต่กับคนโลภนั้นนอกจากจะไม่มีการรักษาแล้วก็ยังคิดที่จะทำลายต่อไปอีก
ทีนี้คงเห็นด้วยกันแล้วที่ว่า ทรัพยากรบนโลกนี้มีพอสำหรับทุกคนบนโลก ก็เหมือนกับว่า เมื่อทุกคนมีการใช้ทรัพยากรกันอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าเราจะใช้ทรัพยากรมากเพียงใด แต่หากการใช้นั้นมีการบำรุง ดูแล รักษา พัฒนามันตลอดเวลา ก็คงจะไม่แปลกเลยที่ทรัพยากรจะมีขึ้นมาได้เรื่อยๆ จากที่ต้องหมดเร็วก็จะทำให้รักษาการใช้งานได้ยาวนานกว่าการใช้ไปเรื่อยๆ ในทางกลับกันกับคำที่ว่า แต่มีไม่เพียงพอ สำหรับคนโลภแม้แต่เพียงคนเดียว ก็เท่ากับว่าด้วยนิสัยต่างๆ ที่กล่าวไปข้างต้นนั้นไม่ว่าจะเป็น ความไม่รู้จักพอ หรือ การอยากเอาชนะ การอยากได้ของคนอื่น ล้วนแต่เป็นนิสัยของคนโลภ ที่คิดแต่ว่าต้องการแค่เพียงสิ่งที่ตนต้องการเท่านั้น ต้องการจนไม่สนใจรอบข้าง ว่าจะเกิดปัญหาเช่นไร และเมื่อได้ของไปก็ไม่รู้จักการดูแลรักษาและ การใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด จึงไม่แปลกเลยที่ว่า ทรัพยากรจะไม่เพียงพอต่อคนโลภแม้แต่นิดเดียว กับคนที่มีความโลภนั้น ไม่ว่าจะกี่คนก็ตามหากเรายังยึดติดกับความโลภที่เป็นตัวทำลายชีวิต ทรัพยากรบนโลกนี้ก็อาจจะหมดไปเรื่อยๆ จนไม่เพียงพอต่อคนทุกคนบนโลก หากมนุษย์นั้นยังคงคิดแต่โลภอยากได้อยากมีกันอยู่ จนไม่รู้จักพอ อนาคตหากคนโลภยังมีมากขึ้นเพียงใด ทรัพยากรที่จะสืบทอดไปจนถึงลูกหลานก็คงจะไม่มีพอเป็นแน่
ครูเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
...หากมนุษย์นั้นยังคงคิดแต่โลภอยากได้อยากมีกันอยู่ จนไม่รู้จักพอ อนาคตหากคนโลภยังมีมากขึ้นเพียงใด ทรัพยากรที่จะสืบทอดไปจนถึงลูกหลานก็คงจะไม่มีพอเป็นแน่...
คำถามคือ แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้คนโลภน้อยลงหรือไม่โลภเลยล่ะคะ
ฝากลูกศิษย์ช่วยคิดต่อด้วยนะคะ
สวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ
บุญรักษานะคะ
อ.ตุ้ม