มหาวิทยาลัยดีบรูการ์ห และงานสัมมนาเรื่องคนไท

                            

             

             

              จากท่าเรือต้องนั่งรถกระป๋องของเราต่อไปอีกประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงมหาวิทยาลัยดีบรูการ์ห  แต่กว่าจะออกจากท่าเรือได้ ก็ต้องออกแรงเข็นรถกันพอได้เหงื่อ  เพราะทรายสีขาวระยิบนั้นยึดล้อรถไว้อย่างเหนียวแน่น

 

                

 

                5 โมงเย็นพอดี ที่เราถึงเกสต์เฮ้าส์ของมหาวิทยาลัย โดยคณบดีคณะมนุษยศาสตร์   รองอธิการบดี ที่เราเคยเจอที่งานสัมมนาวรรณกรรมที่เดมาจิ ท่านศาสตราจารย์ที่เป็นเพื่อนกับอาจารย์ฉัตรทิพย์ และอาจารย์อีก 2 - 3 คน รอต้อนรับอยู่  หลังจากทักทายและคุยกันสักพัก  คณาจารย์ทั้งหลายก็ปล่อยให้เราไปพักผ่อน  ในขณะที่พ่อครัวของเกสต์เฮ้าส์กำลังปรุงอาหารมื้อเย็นหอมฉุย

 

                โอลิเวอร์มีน้ำใจดูแลเรื่องปลั๊กไฟ ปลั๊กคอมพิวเตอร์ และสายชาร์ตแบตเตอรี่ให้ ก่อนจะเข้าไปทดลองเครื่องทำน้ำอุ่นจนใช้การได้  ฉันกับนิดจึงถือโอกาสเลี้ยงขนมที่ตุนมาจากเมืองไทยกับน้ำชาที่พนักงานมาเสริฟพอดี ปล่อยคนจีนไปตามทางของเธอ  ส่วนดร.บุสปะขอตัวไปพบเพื่อน จะกลับมาตอนอาหารค่ำ

 

  

       ดอกไม้รอบๆ เกสต์เฮ้าส์                                 อาจารย์ผู้ใหญ่ที่มารอต้อนรับ

 

                เกสต์เฮ้าส์ค่อนข้างดี สะอาดเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ  ฉันกับนิดหมายมั่นว่าคืนนี้เราคงหลับอย่างสบายรวดเดียวสว่างเป็นแน่  ซึ่งก็เป็นไปดังคาดไว้ทุกประการ และข่าวดีคือ เราจะอยู่ที่นี่ 3 คืน

 

                เช้านี้...วันที่ 20 กุมภาพันธ์ แล้วสินะ  ฉันลืมวันเดือนปีจนหมดสิ้น เมื่อมาอยู่ที่อัสสัม  คนที่นี่ไม่มีวัน เวลา ชีวิตดำเนินไปเรื่อย ๆ  มีแต่วันนี้  ขณะนี้  พรุ่งนี้นั้นก็อาจจะไกลเกินไป

       

                 ระหว่างทางเดินไปงานสัมมนา                                โอลิเวอร์   

                เราลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติอีกชุด  แต่ผ้าถุงของฉันทำไมเป็นผ้าไทใหญ่ก็ไม่รู้ เอาน่ะ ยังไงก็ไทเหมือนกัน  วันนี้เราต้องไปร่วมงานสัมมนาเรื่องคนไทในอินเดียตอนเหนือ ของคณะมนุษยศาสตร์ทั้งวัน  มีเลี้ยงอาหารกลางวันด้วย  ตกเย็นเราเดินทางไปบ้าน ดร. ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักและนับถือกับโอลิเวอร์เหมือนพี่น้อง  เธอนัดเลี้ยงอาหารว่างพวกเราวันนี้  ส่วนอาหารเย็นเธอนัดเราวันที่ 22 ...  เพราะวันที่ 21 เรามีนัดกับบ้านนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่เราเจอที่เดมาจิ  ส่วนวันนี้ที่เกสต์เฮ้าส์ทำอาหารไว้แล้ว

 

 ครอบครัวนักอนุรักษ์ธรรมชาติ

 

                เห็นได้ว่า คิวเราแน่นขนัด ยาวเหยียดทุกเย็น  ยังไม่นับมื้อเช้า มื้อกลางวัน ที่มีคนรับเลี้ยงดูรายทาง อิ่มจนแทบจะไปล้วงคอเอาออก ... ดีว่านุ่งผ้าถุง ขยับเข็มขัดได้เรื่อย ๆ

 

 

 

                งานสัมมนานี้ เราต้องเตรียมเรื่องพูดกันคนละเล็กน้อยตามที่คิดว่าน่าสนใจ  ฉันเลือกพูดเรื่องผู้หญิงไทย  เพราะสังเกตว่ามีนักศึกษาผู้หญิงมากมาย และหลายคนมาคุยกับฉันเรื่องผู้หญิงไทยว่าเป็นอย่างไร มีอิสระแค่ไหน แต่งกายอย่างไร เลือกคู่เองหรือเปล่า

                ความที่นักวิชาการอินเดียเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะงานไหน มีแต่คนชอบพูดเต็มไปหมด ทำให้คุมเวลาไม่ได้ เหลือมาถึงพวกเราคนละ 10 นาที ซี่งก็ดีเหมือนกัน  เพราะไม่รู้จะพูดอะไรมาก ๆ

 

         

 

                งานสัมมนาจบลงด้วยระบำบิฮูของนักศึกษา และคณบดีมอบผ้ากามูสะให้พวกเรา ถ่ายรูปร่วมกัน แลกที่อยู่ นามบัตร  เพื่อที่จะลืมเลือนไปกับกาลเวลา ...