เข็มทิศและกรอบการดำเนินการในภาพของการศึกษาระดับการศึกษาชาติอันนำสู่การพัฒนาคน พัฒนาชาติ อย่างยั่งยืนในอนาคต กระทรวงศึกษาธิการมีกรอบภารกิจหลักในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบในประเทศไทยโดยยึดหลักในการจัดการศึกษาเพื่อทุกคนทุกฝ่าย (Education for All) และทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการศึกษา (All for Education) อันเป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

...>>>ระบบการศึกษาของประเทศไทย การศึกษาของสยามประเทศได้จัดกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี(พ.ศ. 1781-1921) แต่เป็นการศึกษาแผนโบราณซึ่งเจริญรอยสืบต่อมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ในสมัยกรุงสุโขทัย รัฐและวัด รวมกันเป็นศูนย์กลางแห่งประชาคม กิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐและวัดย่อมเป็นการสอนประชาคมไปในตัววิชาที่เรียนคือภาษาบาลี ภาษาไทยและวิชาสามัญขั้นต้น สำนักเรียนมี 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือวัดเป็นสำนักเรียนของบรรดาบุตรหลานขุนนางและราษฎรทั่วไป มีพระที่เชี่ยวชาญภาษาบาลีเป็นครูผู้สอน เพราะสมัยนั้นเรียนภาษาบาลีกันเป็นพื้นใครรู้พระธรรมวินัยแตกฉานก็นับว่าเป็นปราชญ์อีกแห่งหนึ่งคือ สำนักราชบัณฑิต ซึ่งสอนแต่เฉพาะเจ้านายและ บุตรหลานข้าราชการเท่านั้น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา(พ.ศ.1893 -2310) การศึกษาได้เปลี่ยนรูปต่างไปจากการศึกษาสมัยกรุงสุโขทัย ลักษณะการศึกษาสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นไปในทางติดต่อกับประชาคมเท่านั้น เพราะการศึกษาทั่วไปก็ตกอยู่แก่วัด ราษฎรนิยม พาลูกหลานไปฝากพระ เพื่อเล่าเรียนหนังสือ พระยินดีรับไว้เพราะท่านต้องมีศิษย์ไว้สำหรับปรนนิบัติ ศิษย์ได้รับการอบรมในทางศาสนาได้เล่าเรียนอ่านเขียน หนังสือไทยและบาลีตามสมควร ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น การศึกษายังคงดำเนินไป เช่นเดียวกับสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวคือ มีวัดได้ให้ความรู้แก่พลเมืองให้เหมาะ แก่ความต้องการของประชาคม วัดและบ้านรับภาระในการอบรมสั่งสอนเด็ก ส่วนรัฐหรือราชสำนักควบคุมตลอดจนให้ความอุปถัมภ์ตามสมควร และเริ่มติดต่อค้าขายกับต่างชาติ และเรียนรู้ภาษาศาสตร์ในรูปแบบการเผยแผ่ศาสนา จะเห็นได้ว่าประวัติศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในประเทศไทยนั้นสามารถสืบค้นให้เห็นร่องรอยที่มีมาตั้งแต่ยุคสุโขทัย ผ่านมาตามวิวัฒนาการและเงื่อนไขเวลามีทั้งการรื้อทั้งระบบและลอกเลียนแบบจากต่างชาติบ้างตามยุคสมัยของการเมืองและผู้มีอำนาจทางการศึกษาจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันที่มีการปฏิรูปการศึกษาตามแนวทางรัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2540 ที่เป็นการก่อเกิดแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 อันเป็นเข็มทิศทางการศึกษาของไทยที่ค่อนข้างชัดเจน และต่อมามีการฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทิ้งโดยกลุ่มคนบางกลุ่ม และจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับใหม่ขึ้นมาตามรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการการศึกษา ส่วนที่ 8 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ในมาตรา 49 ประกอบกับส่วนที่4แนวนโยบายด้านศาสนาสังคมการสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ในมาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาของชาติในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ การพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกความเป็นคนไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องและพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นี่คือเข็มทิศและกรอบการดำเนินการในภาพของการศึกษาระดับการศึกษาชาติอันนำสู่การพัฒนาคน พัฒนาชาติ อย่างยั่งยืนในอนาคต กระทรวงศึกษาธิการมีกรอบภารกิจหลักในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบในประเทศไทยโดยยึดหลักในการจัดการศึกษาเพื่อทุกคนทุกฝ่าย (Education for All) และทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการศึกษา (All for Education) อันเป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ นอกจากจะเน้นการปฏิรูประบบ และกระบวนการจัดการศึกษาแล้วยังเน้นในส่วนที่เป็นแนวทาง หลักการ โครงสร้าง และระบบบริหารให้เป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้บรรลุวัตถุประสงค์ คือคุณภาพการศึกษา ด้วยเหตุนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงกำหนดสาระการปฏิรูป ให้ครอบคลุมทุกด้าน เช่น เป้าหมายและหลักการ สิทธิและโอกาส ระบบการศึกษา แนวทางการจัด การศึกษา โครงสร้างการบริหารจัดการ คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา งบประมาณทางการศึกษา และสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เป็นการปฏิรูปเพื่อให้มีเอกภาพ ด้านนโยบาย มีความหลากหลายในทางปฏิบัติ โดยยึดหลักการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนด มาตรฐานการศึกษาและการจัดระบบประกัน คุณภาพการศึกษาทุกระดับ มีการระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา ยึดหลักการ ส่งเสริมมาตรฐานและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา วิกฤติการศึกษาของประเทศไทย อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัยและมูลเหตุ ส่งผลต่อสังคมโดยตรง ทำให้คนในสังคมขาดคุณธรรม จริยธรรม เกิดความขัดแย้งทางความคิดเนื่องจากพื้นฐานทางการศึกษาที่แตกต่าง ทำให้ขาดการวิเคราะห์ข้อมูลว่าสิ่งใดจริงหรือลวง ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของสังคมและประเทศชาติ ขาดการเรียนรู้ในแก่นขององค์ความรู้เนื่องจากการเสพเทคโนโลยีเกินพิกัด...>>>

...ทำไมผู้คนถึงมีแต่ความเห็นแก่ตัว ?

...ทำไมคนจึงขาดจิตสาธารณะอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง ?

...การศึกษา ช่วยได้จริงหรือ ? คนเก่ง แต่ ขาดสำนึกทำไมยังคงอยู่ในสังคมไทย  มากด้วย เกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย ช่วยกันด้วยครับ...