ช่วงต้นเดือนธันวาคม ๕๒ ผมอ่าน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วรู้สึกว่าเขียนไว้อย่างครอบคลุมมาก และมีหลักการดีมาก แต่ทำไมเวลาเอามาใช้ ถึงได้ผลไปในทางที่คุณภาพของการศึกษาเลวลง ผมตีความว่า เป็นเพราะระบบการศึกษาของเราไม่เป็นระบบเรียนรู้ ไม่เป็นระบบแห่งปัญญา แต่เป็นระบบแห่งอำนาจ
จะให้เป็นระบบที่เรียนรู้ (learning systems) และระบบแห่งปัญญา ต้องวิจัยระบบ ตั้งคำถามต่อแต่ละมาตรา หรือหลายมาตรา ใน พ.ร.บ. ประกอบกัน ว่าดำเนินการเกิดผลที่ปลายทาง คือตัวเด็ก หรือผู้เรียน และต่อสังคม อย่างไรบ้าง แล้วหาทางเสนอแนะว่า จะให้บรรลุผลดีกว่าที่เป็นอยู่ ต้องทำ/ไม่ทำอะไรบ้าง
พ.ร.บ. เป็นแม่บท เป็นหลักการ แต่ในการประยุกต์ใช้ ต้องใช้หลักการเรียนรู้เข้ามาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง มิฉนั้นก็จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้วยอำนาจนำ อย่างที่เป็นอยู่ จะเรียนรู้ได้ดีในเชิงระบบ ก็ต้องวิจัยระบบ เพื่อสร้างความรู้เชิงระบบขึ้นมา feedback ว่าผลการดำเนินการเป็นอย่างไร เพราะอะไรจึงเกิดผลเช่นนั้น
การวิจัยเช่นนี้ต้องมีอิสระ ต้องตรงไปตรงมา ไม่เกรงใจกัน ต้องเอาความเป็นจริงออกสู่สังคมได้ ต้องเปิดเผยความจริงแก่สังคม ไม่ใช่ปกปิดความจริงเพราะจะทำให้ตนเองหรือพวกตนตกเป็นจำเลยว่าทำงานไม่ได้ผล
ผมจึงขอเสนอแนะโจทย์วิจัยการศึกษา ว่าให้ไปหาที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
วิจารณ์ พานิช
๖ ธ.ค. ๕๒