(ท่านอัยการปูพื้นฐานให้เราดังที่กล่าวแล้วก่อนหน้านี้)

เมื่อ4ปีที่แล้ว วันที่ 26 ธันวาคม

มหันตภัยสึนามิบุกถล่มเกาะภูเก็ตวอดวายอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เป็นโศกนาถกรรมที่นุษย์ชาติยากจะลืมเลือน

แต่มาปีนี้..พายุรักบุกถล่มเกาะภูเก็ตอย่างถล่มทลายไม่แพ้กัน

ความรัก ความปรารถนาดี ยกพลขึ้นบกที่เกาะสวรรค์แห่งนี้อย่างคับคั่ง

ถนนทุกสาย ยานพานะทุกประเภท บรรทุกความชื่นมื่นมาเปี่ยมล้นหัวใจ

เป็นงานที่เกี่ยวดองสายญาติฝั่งทะเลอันดามัน กับทะเลฝั่งหาดใหญ่ สงขลา

อัยการจึงแทบจะปิดเกาะภูเก็ตจัดงานให้ลูกชาย-ลูกสะใภ้ สุดที่รัก

คนสกุลเฮ นอกจากจะเป็นนกรู้แล้ว ยังตั้งใจที่จะมาต่อยอดความรักปักใจหมาย ป้าจุ๋มชวนจองตั๋วสายการบินอีแร้งแก่ตั้งแต่ปีมะโว้ ทำให้เราต้องขอบคุณตัวเองหลายครั้งที่ตัดสินใจแน่่วแน่มาโดยตลอด ทำให้เราได้เห็นการจัดงานพิเศษที่สุดในโลก ที่ใช่ว่าใครจะมีเงินก็จัดได้ ใครมีอำนาจก็จัดได้ คนที่จัดงานด้วยความรักของสังคมนั้นปรากฎเป็นจริงขึ้นแล้วที่ภูเก็ต ซึ่งยากมจะอธิบายว่ามันอลังการณ์และสมบูรณ์แบบอย่างไร ถ้าไม่ได้เอาหัวใจมาสื่อรับด้วยตัวเอง อย่า ว่าแต่โม้ แม้ผมตั้งใจโม้ก็ไม่ถึงครึ่งของความเป็นจริง งานที่ทำให้คนน้ำตาซึมทั้งงาน งานที่ทำให้ความรักกระจายทั่วเกาะ ทุกคนอาสามาช่วยทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ..

พิมพ์บัตรเชิญครั้งแรก 700 ใบ พิมพ์ชื่อ..จ่ายไปจ่ายมาไม่พอและไม่ถึงครึ่ง

ขอเพิ่มอีก (เจ้าของโรงพิมพ์แอบยิ้มอยู่ในใจ ..ทำไม่สั่งน้อยจังวะ)

ได้บัตรเชิญมาอีก 300-400 ใบ

แขกคุณพ่อ-คุณลูก-คุณญาติผู้ใหญ่ ทะยอยความสำคัญออกมาเรื่อยๆ

หมดไป 1000 ใบ ตัดสินใจว่าพอแล้ว

แขกสายอัยการ สายปกครอง สายพ่อค้าคณบดี สายญาติ สายเพื่อน สายมิตรไมตรี

ยอมตัดใจไม่เชิญแขกอีกหลายสำนัก..

สั่งปิดภัตตาคารไทนานที่กว้างขวางของเกาะแห่งนี้

เตรียมรับญาติที่รักหลายพันคน

และแล้วก็มีเสียงโทรฯเข้ามาตลอดเวลา ..ด้วยความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยาวนาน

ได้ข้อสรุปว่า..ไม่ได้บัตรเชิญก็ต้องมา ไม่งั้นค้างคาใจตายเลย

แม้แต่ชาวเฮนี่เถอะ..ไม่มีใครได้รับบัตรเชิญหรอก

เพราะอัยการชาวเกาะ..ใช้..หัวใจเชิญ !! แคว๊กๆๆ

ผมขออนุญาติเล่าให้ฟังเท่าที่ความตื่นเต้น จะไม่กระแซะความจำตกหล่น ผมคิดว่าเราได้เรียนภาคสังคม ประวัติศาสตร์ จารีตประเพณี วัฒนธรรมแดนใต้ ความพิเศษที่คาดไม่ถึง.. ตลอดจนได้เห็นอานุภาพที่ทรงพลังของความดี ที่ตระฏูลทองตันสะสมเก็บเล็กเก็บน้อย ทบเท่าทวีคูณพอกพูนความงดงามของชีวิตและหน้าที่การงานเพื่อสังคม เราพูดถึงความดีและการทำความดี ซึ่งถ้าทำจริงทำให้ถึงจุดหมายจุดที่ความดีเปล่งประสิทธิภาพ ความดีที่สะสมไว้ก็พร้อมที่จะคืนความดีให้อย่างมหัศจารรย์ ผมคิดว่าเราได้เห็นอานุภาพของความจริงเชิงประจักษ์ ทำดีได้ดี งานนี้ฟันธงให้เห็นจะๆ

(ในภาพถ่ายได้แค่เศษ1ส่วน4 ของแขกที่มาในงาน)

ผมมองเบื้องหลังจากจัดงานที่พร้อมสรรพได้ อย่างน่าอัศจจรย์ ด้วยความทึ่งอึ้งกิมกี่ ขนาดเราเป็นแขกยังระทึกใจ เราได้เห็นการแต่งกายชุดสตรีของสาวใต้ขนานแท้ นุ่งผ้าลวดลายสวยๆเสื้อจีบระบาย..สวยประทับใจจริงๆ แขกเป็นพันๆนั่งเต็มห้องโถง ขณะเดียวกันก็มีแขกเดินเข้ามาไม่ขาดสาย เจ้าภาพแบ่งหน้าที่กันต้อนรับ ใครรับแขกต่างประเทศ รับแขกผู้ใหญ่ รับแขกทางไกล รับแขกพิเศษ มีแม้กระทั้งแขกที่เป็นคุณหนูๆทั้งหลาย จะมีห้อง-มีอาหาร-มีของเล่นแจก ทุกเพศทุกวัยทุกสถานะทางสังคมต่างได้รับความอิ่มเอมใจทั่วหน้ากัน ดีใจที่ได้เจอหมอเจ๊กับโกเหลียงและเขียว น้าแป๊ดยกกันมาทั้งบ้าน อาหารเครื่องดื่มเพียบ ส่วนมากจะเหลือเพราะแขกตะลึงกับบรรยากาศจนลืมเจี๊ยะ อิ อิ..ถึงกระนั้นก็เถิด ท่านอัยการยังเล่าควันหลงว่ามีแขกเข้าใจผิดคิดว่างานเลี้ยงตอนเย็น เหมือนที่เขาจัดงานวิวาห์ทั่วไป เมื่อมีแขกตกค้้าง ต้องเปิดภัตตาคารเลี้ยงแขกหลงเวลาอีกยกหนึ่ง  แต่อัยการชาวเกาะเสียอย่าง มีอิทธิพลความรักท่วมท้นจึงรับลูกได้ทุกสถานการณ์ ซุ๊ดยอดจริงๆ

(โกไข่มอบเพลงหลวงพ่อแช่ม

คู่บ่าวสาวเดินไปกราบหุ่นหลวงพ่อแช่มเพื่อเป็นสิริมงคล ..พอดีทุกย่างก้าว)

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวระหว่างอวยพระคู่บ่าวสาวว่า

นึกว่าหลงมางานคอนเสริตส์ะดับโลก

เป็นข้อสรุปบรรยากาศในงานได้ตรงข้อเท็จจริงอย่างที่สุด

นับแต่ก้าวแรกที่เยื้องย้ายเข้ามา

เราจะเห็นนิทรรศการความสัมพันธ์เป็นขั้นเป็นตอนที่จัดไว้มุมทางเข้า

มีบอร์ดติดภาพ สมุดภาพ มุมถ่ายภาพ

ข้างในมีโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยผู้มีเกียรติจำนวนมาก

ด้านหน้าเวทีมีสีสรรด้วยจอถ่ายทอดสด

การแสดงรัีวิวชุดเด็ดๆของเยาวชนและหนูๆแต่งตัวชาวเกาะมาร่ายรำประกอบเพลง

มีโฆษกสาวสวยเสียงดีเชิญชวนให้เราพบกับรายการที่ร่ายเรียงมาอย่างเหมาะเจอะ

พีธีไหว้รับขวัญหลานจากญาติสายเจ้าบ่าวติดต่อกันชั่วโมงเศษยังไม่จบ

คำว่า “สกุลทองตัน”กำลังเกิดปรากฎการณ์ “ทองเป็นตันๆ”

ทองทั้งนั้นไม่รู้กี่ร้อยกี่พันสาย แล้วอย่างอื่นอีกละ

บวกกับญาติทางฝ่ายเจ้าสาวแล้วพีธีไหว้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง

ในระหว่างการประกาศเชิญญาติผู้ใหญ่เข้าเจี๊ยะเต้ บนเวทีก็มีการร้องเพลงซึ้งๆจากโกไข่และคณะ ซึ่งเป็นทีมงานดนตรีมืออาชีพจากค่าอาเอส กไข่เป็นน้องชายท่านอัยการ ท่านคนนี้ละครับละครับที่แต่งเพลง “กอด” ให้ชาวเฮ โกบอกว่าเดี๋ยวนี้มีคนเอาไปร้องกันเกร่อ โกไข่และเพื่อนๆได้มอบเพลงพิเศษให้กับหลานรักทั้งสอง เดี่ยวแซกโซโฟน นำเสียงเพลงเดินไปยังโต๊ะต่างๆ มีนักร้องรับเชิญหลายคน รวมทั้งน้องสาวของแป้งที่ชนะเลิศประกวดไงละครับ สลับฉากด้วยการแสดงหลายชุด

(ครวญเพลงรับขวัญลูกสะใภ้ นี่แหละสไตล์อัยการ)

บ่อน้ำตาแตกก็มาตอนที่พ่อแม่ทั้ง2ฝ่ายขึ้นเวที

พ่อเจ้าบ่าวอวยพรให้ลูกด้วยเสียงเพลง

อัยการนั้นร้องเพลงได้ไม่ไม่แพ้นักร้องอาชีพ

ถ้าไม่เป็นอัยการไปเปิดค่ายเพลงก็คงฮือกระเจิงไปนานแล้ว

ผมจำเนื้อเพลงได้กะท่อนกะแท่น

..ขอให้รักกันนานๆ ให้น้ำตาลแพ้ความหวานหัวใจ

ขอให้ดูแลกันตลอดไป นานๆๆ

(เธอจะรู้ไหมหนอ ว่าได้ทำให้สาวหาดใหญ่ขายดีแน่ๆ)

เจ้าบ่าวน้ำตาหยดแม๊ะ เจ้าสาวเอาผ้าเช็ดน้ำตาให้แล้วก็เช็ดหยดน้ำแห่งความปลื้มปิติของตนเอง

ผมซึ่งเป็นแขกจากทางไกลยังอดที่จะน้ำตาเล็ดไม่ได้

เป็นงานพิธีวิวาห์ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่จะเป็นตำนานให้คนภูเก็ตกล่าวขานตลอดไป

ขอบคุณท่านอัยการและสายญาติแซ่เฮชาวภูเก็ต

ถ้าจะจัดงานแต่งลูกเขยเราจะมาอีก

ขอแสดงความชื่นชมที่จัดงานสำเร็จด้วยความเรียบร้อยทุกประการ

ขอให้คู่บ่าวสาวรักงอกงามและเจริญๆทุกๆด้าน

ขอให้อัยการและคุณแอ๊ดหายเหนื่อยเร็วๆ

แคว๊กๆๆ..