ตอนที่ ๓
วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ (บ่าย)
เราพูดคุยกันเรื่องการทำงานของเครือข่ายต่อไป อาจารย์วิจารณ์บอกว่าเครือข่าย ๕ ปี เวลาทำอะไรก็มีวิธีคิดหลายแบบ....มองแบบ S curve แรกๆ ก็หนืดๆ เพราะเราไม่ค่อยชัด ไม่ค่อยเป็น ตอนนี้เหมือนอยู่ช่วงบน.... plato…วงธุรกิจคิดถึงเรื่องพวกนี้เยอะ ของเราไม่ได้มีการแข่งขันกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง แข่งกับเรื่องของสุขภาพ ลองคิดดูว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน มีตัวพลังอะไร เป็นวิธีคิดที่จะทำให้การทำงานไม่หยุดนิ่ง
ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช
ตัวอย่างเช่น มุมมองใหม่, Integration ที่มากขึ้น, Technology ที่เกี่ยวกับเบาหวาน, ความรู้ที่เกี่ยวกับเบาหวาน ฯลฯ กระตุ้นให้สร้าง S curve ตัวใหม่ ใช้วิธีคิดเชิงวงจรชีวิตขององค์กร อาจารย์วิจารณ์บอกว่าอยากมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อโยนความเห็น ตัวกระตุ้น S curve อาจเป็น สปสช. สรพ. Technology ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับเบาหวาน เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
หมอนิพัธคิดว่าเราน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นของ S แรก ยังมีคนอีกมากมายที่เรายังไม่รู้จัก รู้สึกได้ว่าคนกลุ่มนี้คิดเหมือนเรา ต้องมองหาและดึงดูดเข้ามา ยังต้องทำอีกเยอะ อีกพักใหญ่ๆ จึงจะถึง plato
หมอฝนบอกว่าเราฉายหนังซ้ำมั๊ย เวลาทำงานมักจะเจอ รพ.เดิมๆ ควรมีอะไรที่ทำให้เรารู้จัก รพ.อื่นที่ทำดี น่าจะมีความหลากหลายมากขึ้น เบาหวานที่ รพ. ยังต้องทำอะไรอีกมาก อยากให้มีขาอื่นมากขึ้น เขาจะได้เติบโตด้วย
อาจารย์วิจารณ์กระตุ้นการพูดคุย...วิธีสร้าง S curve ใหม่ขึ้นไปคือ integration หาเรื่องราวใหม่เข้ามาทำ Horizontal integration คือดึง รพ. อื่นๆ เข้ามาอีก Vertical integration คือขยายความลึกของเรื่องที่ทำ เอาความรู้ใหม่มาประยุกต์ให้มากขึ้น
โดยหลักการ ถ้าจะทำ ต้องทำทั้ง ๒ อย่าง มองว่าโอกาสเป็นอย่างไร ขีดความสามารถเป็นอย่างไร เช่น มีความรู้ basic อะไรที่เมื่อ apply แล้วจะเกิดผลมหาศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำแค่นั้น...ต้องตั้งคำถามว่าจะทำแค่ไหน ทำอย่างไร ที่พูดถึง Vertical integration เยอะหน่อย เพราะมีโอกาสจากอาจารย์เทพ
หมอนกบอกว่าในภาคเหนือยังมีอีกหลาย รพ. ที่เรายังไม่ได้ไป contact เช่น รพ.สวนดอก เขาก็มีการจัดค่าย วิจัยเรื่องข้าวเหนียว...มีนักวิชาการในพื้นที่น้อยไปนิด จุดที่ ๒ ภาคประชาชน...
หมอนิพัธพูดถึง Vertical integration รพ.พุทธชินราช กระโดดจาก รพศ. ไปชุมชนเลย ปี ๒๕๕๒ มีการพูดคุยกับหมอ Endocrine และมหอ Med. ได้มีการคุยกันว่าจะทำ Center เกี่ยวกับโรคแทรกซ้อน เดิมหมอต่างคนต่างคิด...มีการ set กติกา
ดิฉันให้ข้อมูลว่าเมื่อเล่าเรื่องการทำงานของเครือข่ายให้นักวิชาการในมหาวิทยาลัยฟัง เขามีความเป็นห่วงเรื่องการปฏิบัติที่เราเอามาแลกเปลี่ยนกัน...ที่ผ่านมาได้พยายามดึงนักวิชาการให้เข้ามาร่วมงานกับเครือข่าย ให้เขาได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่เราทำ แต่คงต้องทำให้มากขึ้นอีก
อาจารย์ยุวนุช สนใจค่ายเบาหวานที่ใช้ธรรมะ เครือข่ายน่าจะดึงเรื่องพวกนี้เข้ามาบ้าง
อาจารย์วิจารณ์คุยเรื่อง R2R ประเทศไทย ตกลงกันว่าจะจัดเครือข่ายแบบ INN ส่วนของเราเป็น network แบบกึ่งคนกึ่งโรงพยาบาล คำถามคือถ้าจะขยายเครือข่ายให้มี contact point จำนวนมาก เราจะรับไหวหรือเปล่า ถ้าจะทำแบบมี Node แต่ละภาค สื่อสารผ่าน Node ปีหนึ่งก็มีงานระดับประเทศ จะทำให้สามารถ cover ได้ทั้งประเทศ คำถามคือ network ของเราต้องการ cover อย่างนั้นหรือเปล่า หรือต้องการแบบนี้ที่เป็น network แบบ exclusive หน่อย แล้วใครจะเข้ามาก็ได้
เวลา ๑๖ น. กว่าๆ อาจารย์เทพมาทันร่วมให้ความคิดเห็นกับพวกเรา....KM DM เป็นอะไรที่ขยายออกมากว้างมาก จุดประกายโดยอาจารย์วิจารณ์และทีม มีอาจารย์วัลลาเป็นตัวจักรกลเชื่อมต่อ ทำให้เราเรียนรู้การ apply ความรู้...ทำให้ทั่วไปหมด ต่างประเทศทำไม่ถึงที่เราทำ การทำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีความสำคัญ เอาไป share ได้
ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ
สิ่งที่มองหาในอนาคตต่อไป เราได้สหวิชาชีพแล้ว แต่ยังไม่ได้ในวิชาชีพแพทย์ คนทำงาน primary care (Primary care ไม่ใช่ GP) ดูแลในวงจรชีวิตทั้งหมด ต้องรู้หลายเรื่อง เช่น ระบาดวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ อนาคตที่ถัดไป ทำอย่างไรให้เป็นวาระแห่งชาติ (การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม) ยังมีงานอีกเยอะ แต่เรามี good beginning
ความรู้ใหม่ๆ มาไม่เร็วนัก ที่ผ่านมาเราพึ่งต่างประเทศ แต่ที่เราทำตอนนี้ ภูมิใจได้เลยว่าต่างประเทศไม่เท่าเรา เพื่อนบ้านเรายังมาไม่ถึงเรา เขายังไม่สามารถเอารับบาล รัฐบาลมาร่วมได้ มีความหวังว่าเด็กที่จบใหม่ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องคน
อาจารย์เทพยังเล่าว่ามี Professor จากเยอรมันนี มาเห็นสิ่งที่เทพธารินทร์ทำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเอาตัวอย่างมาจากเรื่องของบุหรี่ กระแสเกิดขึ้นคนถึงยอม ต่อมาก็มีกฎหมาย อาหารก็เหมือนกัน อีกหน่อยการดื่มน้ำหวานอาจหายไป...เป็นเรื่องระยะยาว เราทำงานวันนี้ เราไม่เห็น goal ในมือเรา
อาจารย์เทพให้ความหวังว่าเราทำถูกทางแล้ว และเล่าความสำเร็จของการจัดประชุม ICN 19th ที่ break record และได้รับคำชมว่าดีที่สุด เกิดขึ้นได้เพราะการทำงานด้วย Goodwill แล้วมองที่เป้าหมาย ยกย่องคนที่ทำดี ไม่มีการแข่งขันชิงดีชิงเด่น รอเวลาและจังหวะ จังหวะที่รออยู่คือการมีหมอเยอะๆ ออกมาทำ Primary care
วัลลา ตันตโยทัย
...สนใจความคิดของอาจารย์ยุวนุชค่ายเบาหวานใช้ธรรมะ..เกิดเมื่อใดอย่าลืมประกาศผ่านบล้อกให้ทราบกันบ้างเน้อ...ขอบคุณค่ะยายธี