คาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชร


คาถาชินบัญชร

สมเด็จพระพุฒาจารย์โต มีความคิดริเริ่มในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในหลายๆด้าน ท่านสร้างวัดและพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ไว้ทั่วไปในภาคกลาง เช่น สร้างวัดอินทรวิหาร ที่บางขุนพรหม พร้อมทั้งพระยืนองค์ใหญ่ สร้างพระนอนที่วัดช่องลม ธนบุรี เป็นต้น ซึ่งคนในสมัยนี้คงไม่รู้จักกันดีนัก แต่ที่เป็นที่นิยมและคนทั่วไปรู้จักกันดี ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้าง “พระสมเด็จ” อันขึ้นชื่อลือเลื่อง ซึ่งท่านได้สร้างพระพิมพ์แบบต่างๆไว้มากมาย และมีชื่อเสียงทางด้านพุทธคุณมาก จนเป็นที่เสาะแสวงหากันในปัจจุบัน ทั้งมีราคาค่างวดสูงลิบลิ่ว คือ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ และการแต่งเติม “พระคาถาชินบัญชร” เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนในยุคนี้นิยมสวดกันมาก


อานิสงส์บทสวดพระคาถาชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นคาถาที่ ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณ และได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้น และมีเอกลักษณ์พิเศษได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณ์ แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคล แก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ พระคาถานี้เป็นการอัญเชิญพระพุทธานุภาพแห่งพระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงตรัสรู้มาก่อนหน้านั้นแล้ว จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระอรหันต์ขีณาสพ อันสำเร็จคุณธรรมอันวิเศษ ซึ่งแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นยังได้อัญเชิญพระสูตรต่างๆ อันโบราณาจารย์เเจ้าถือว่าเป็นพุทธมนต์อันวิเศษ โดยแต่ละสูตรมารวมกันสวดคล้องเป็นกำแพงแก้วคุ้มกัน ตั้งแต่กระหม่อมจอมขวัญของผู้ภาวนาพระคาถา ลงมาจนล้อมรอบตัว จนหาช่องโหว่ให้อันตรายสอดแทรกเข้ามามิได้.

ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นประจำอยู่อย่างสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลสมบูรณ์พูนผล ศัตรูหมู่พาลไม่กล้ามากกล้ำกราย ไปทางใดย่อมเกิดเมตตามหานิยม เกิดลาภผลพูนทวี ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ ตลอดจนคุณไสยต่างๆ ทำน้ำมนต์รดแก้สรรพโรคภัยเป็นมงคลชีวิต มีคุณานุภาพตามแต่จะปรารถนา จะเดินทาง สวด 10 จบ แล้วอธิษฐานจะสำเร็จสมดังใจ





คาถาชินบัญชร
โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ
แล้วระลึกถึงหลวงปู่โตและตั้งคำอธิษฐานแล้วเริ่มสวด

สวด นโม 3 จบ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ


นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ


คาถาชินบัญชร

๑. ชะยาสะนา กะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจา สะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราช ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว
เสวย อมตรส คือ อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ
เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

๒. ตัณหัง กะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา.

มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกร เป็นอาทิ
พระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น

๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร.

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก.

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย
พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง

๕. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก.

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา
พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

๖. เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิ ปุงคะโว.

มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะ ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ
ดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน
ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร.

พระเถระกุมาระกัสสะปะ ผู้แสวงหาบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

๘. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปะลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเมชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ.

พระปุณณะ พระอังคุลิมา พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี
พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรส
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย
แต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีล
ให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง.

พระรัตระสูตรอยู่เบื้องหน้า
พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย
พระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลัง

๑๑. ขันธะโมระ ปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา.

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฎานะฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

๑๒. ชินานานา วะระสังยุตตา สัตตัปปา การะลังกะตา
วาตะปิตตา ทิสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด
มีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอาภรณ์
มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะ ชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชร
แวดวงกงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอโรคอุปัทะทุกข์ทั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย
คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน
จงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหิ ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา.

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้าผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิชินะปัญชะเรติ.

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ
ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม
ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์
ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ
และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญ