ผมตื่นขึ้นมาตีสาม ก่อนทำภารกิจส่วนตัว แล้วเดินมานั่งแปลหนังสือ ขณะนี้เ็ป็นเวลา ตีสี่ครึ่ง เห็นว่า หากแปลต่อจะค้างคา จึงยุติไว้เพียงย่อหน้านั้น เช้านี้แปลได้นิดเดียว แม้ว่ามันจะเป็นเนื้อหาง่ายๆ แต่ก็แปลได้ และได้ข้อสรุปสำหรับคนอ่อนหัดในภาษาอังกฤษว่า
๑) ภาษาง่ายๆ ก็สนุกดีสำหรับการแปล ยิ่งเนื้อหาเป็นเรื่องที่เราอยากรู้ จะยิ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจในการแปลได้ดี ทำให้เกิดพลังและความมั่นใจว่า เราทำได้ (ซึ่งไม่แน่ว่า สิ่งที่แปลนั้นใช่สิ่งที่ผู้เขียนได้เขียนลงไปหรือไม่)
๒) ภาษายาก ซึ่งต้องตีความ (เช่นงานทางปรัชญา-เฉพาะผู้เขียน) สร้างความรู้สึกหน่าย ซึ่งอยากจะผ่านๆไปให้มันรู้แล้วรู้รอดซะ ในข้อนี้ ต้องควบคุมความคิดและอารมณ์ในฐานะ "อย่าทำอะไรง่ายๆ" "อย่าทำอะไรแบบ..มักเอาความง่ายเข้าว่า"
จาก ๒) นั้น ทำให้ได้ข้อคิดว่า ในสถานการณ์จริงของชีวิต เราไม่ได้เจออะไรง่ายๆ เสมอไป เช่น ขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารอร่อยอยู่ในปาก เราอาจพลาดไปเคี้ยวก้อนกรวดที่ปนซ่อนมาในอาหารอร่อยนั้น หรือ ขณะที่มีชีวิตอยู่อย่างราบรื่นนั้น ปัญหาบางอย่างเช่น เงินที่ตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้หลังอายุ ๖๐ ปี ถูกขโมยไป หรือ เกิดอุบัติเหตุทำให้ต้องง่อยเปลี้ยเสียขา หรือ โรคบางโรคที่ไม่อยากเป็น มันเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างกายเรา นั่นแสดงว่า เราต้องเจอกับความยากเข็ญของชีิวิตแล้ว ดังนั้น ชีวิตไม่ไ้ด้ราบรื่นเสมอไป
ความไม่ราบรื่นของชีวิตในบางครั้งนี้ เหมือนผงซักฟอกที่กัดสิ่งสกปรกซึ่งเกาะที่เนื้อผ้า เพื่อให้เราเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้น "ตถตา มันเป็นเช่นนั้นเอง-พุทธทาส" ซึ่งถ้าผงซักฟอกมีอำนาจกัดกร่อนสูง ขณะที่เนื้อผ้าอ่อนบาง ก็ค่อนข้างลำบากที่เสื้อผ้าจะทานทนผงซักฟอกนั้นได้ ในทางตรงกันข้าม หากเนื้อผ้าดี มีคุณภาพ ต่อให้ผงซักฟอกกัดกร่อนอย่างไร ก็ไร้ผล หรือ มีผลข้อนข้างน้อย
จาก ๑) ทำให้ได้ข้อคิดว่า การจะทำเรื่องยากได้ ต้องเริ่มจากเรื่องที่ง่ายไปก่อน
...ถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวไป กบินทร์บุรีแล้ว..และยุติหน้าที่การสอนไปเรียนหนังสือกันสักพัก....
สวัสดีค่ะอาจารย์
เชื่อว่า"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"ค่ะอาจารย์
เมื่อเริ่ม ก็ต้องมีจบ(สำเร็จ)
สู้ๆค่ะอาจารย์
วันนี้มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ครับ
เป็นอยางไรบ้าง
หวังว่า ชีวิตยังดำเนินไปได้ด้วยนะครับ