ทุกประเทศล้วนมีคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป

 

 

 

 

 

 

                คนไทยส่วนใหญ่มักพบเจอประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับคนเวียดนาม ในเรื่องของการโกงแบบซึ่ง ๆ  หน้า  ในขณะที่มีอีกไม่น้อยที่เจอคนเวียดนามใจดี ซื่อสัตย์

 

                คงเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ที่มีทั้งคนดี คนไม่ดีปะปนกันไป  ไม่ว่าจะไปประเทศไหน ก็จะเจอทั้งคนโกง และคนไม่โกง  ไม่เว้นแม้แต่จีน อินเดีย หรือประเทศไทยเองก็เถอะ  เห็นโกงกันอยู่ทุกหย่อมหญ้า  คนเจ้าเล่ห์ คดโกงนั้นมีอยู่ทุกสังคม

 

                หลายคนอาจเถียงหัวชนฝา ที่เวียดนามมีเยอะกว่าแน่ ๆ    ถ้าเช่นนั้น เรามาหาความรู้และทำความเข้าใจกันดีกว่า ว่าทำไมคนเวียดนามจึงเป็นแบบนั้น         

                ประสบการณ์ไม่ดีของนักธุรกิจไทยจำนวนมาก ต่อเวียดนามในเรื่องการเจรจาต่อรองทางการค้า  ไม่ว่าจะทั้งในระดับรัฐ และระดับนักธุรกิจด้วยกัน  มักจะรู้สึกว่าทางเวียดนามเอาเปรียบ จนไม่สามารถยอมรับได้

 

                นักธุรกิจเวียดนามจะมีระบบคิด วิธีเจรจา และหลักการในการต่อรองต่างไปจากคนชาติอื่น ๆ  อันเป็นบุคลิกพิเศษ และภูมิหลังที่แตกต่างกัน  ซึ่งก่อนทำการค้ากับเวียดนาม ก็ควรศึกษาให้รู้เขารู้เราเสียก่อน

 

                คนเวียดนามที่เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจต่าง ๆ  ในปัจจุบัน ล้วนเติบโตมาในช่วงสงครามเวียดนาม  ที่ต้องเลือกข้างชัดเจน  บางคนเป็นฝ่ายอเมริกา  บางคนเป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์  ทุกคนมีบาดแผลจากสงครามมาแล้วทั้งสิ้น  เมื่อต้องมาดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะจัดการความรู้สึก และวิถีชีวิตในแบบใหม่  

 

                พวกเขามักนำยุทธศาสตร์ทางสงครามมาใช้ในการเจรจาทางธุรกิจ  นั่นคือ วิธีการ  “เอาชนะแบบเบ็ดเสร็จ”   พวกเขาต้องการผลประโยชน์มากที่สุด   โดยไม่คำนึงว่าคู่เจรจาจะเป็นอย่างไร และไม่เข้าใจว่าในระบบการค้าเสรี ผลประโยชน์จะต้องเท่าเทียมกัน และเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย

 

                นั่นเป็นบรรยากาศในยุคแรก ๆ  ของการเปิดประเทศ  แต่ในปัจจุบัน นักธุรกิจเวียดนามปรับตัวไปมาก เข้าใจระบบทุนนิยมมากขึ้น

 

                คนเวียดนามมักปกปิดข้อมูล เพราะความเคยชินสมัยสงคราม ที่ทุกอย่างเป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายให้ฝ่ายตรงข้ามรู้เด็ดขาด  จึงมักนำมาใช้กับการทำธุรกิจด้วย  คนเวียดนามมองคู่ค้าเป็นศัตรูมากกว่าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ต้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน

 

                ในระดับชาวบ้านที่ค้าขายเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ก็มีคติประจำใจว่า  “ไม่ค้าขาย ไม่รวย” และ   “ค้าต้องโกง ขายต้องหลอก”  อันเป็นที่มาของนิสัยประจำชาติยอดฮิต  ที่ใคร ๆ  ก็นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ  

 

                ถ้าเช่นนั้น  เราจะทำอย่างไรหากต้องติดต่อสัมพันธ์กับคนเวียดนามไม่ว่าจะทางใด

 

                วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องทำความเข้าใจ และสร้างความสัมพันธ์ให้คุ้นเคย และเชื่อใจกันก่อน  จึงค่อยเจรจาด้านอื่น ๆ

 

                มีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า  การเป็นเพื่อนกับคนเวียดนามนั้นยาก  แต่ถ้าเขายอมรับเราเป็นเพื่อนแล้ว  เขาจะเป็นเพื่อนที่ดีของเราตลอดไป

 

                ประสบการณ์การเห็นคนเวียดนามโกงเวลาค้าขายนี้  เขาไม่ได้โกงเฉพาะชาวต่างชาติต่างภาษาเท่านั้น  เขาโกงกันเองโดยเจตนาเป็นประจำ  วันหนึ่งที่นั่งเรือชมตลาดน้ำที่แม่โขงเดลต้า ป้าคนขับเรือแวะเติมน้ำมันกับเรือเล็ก ๆ  ที่ขายน้ำมันข้างทาง 1 ลิตร  คนขายตวงน้ำมันมาให้ 1 ขวด  ป้าจัดการเทน้ำมันลงขวดประจำตัวที่เป็นขวดโค้กลิตร  ปรากฏว่าน้ำมันยังขาดอีกตั้งเกือบ 1 ซม.   การเจรจาต่อว่ากันจึงเริ่มต้น  ท้ายที่สุด คนขายน้ำมันยอมแพ้ขวดโค้กลิตรของอเมริกา ที่มีมาตรฐานเที่ยงตรงกว่าขวดลิตรของเวียดนาม 

 

                ป้าบอกว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้านประจำ ... ไม่รู้จักกัน  รู้แล้วว่ายังไง มันต้องโกง ก็คงเหมือนพวกแม่ค้าโกงตาชั่งบ้านเรานั่นเอง

 

                นี่แหละที่เขาเรียกว่า รู้เขา รู้เรา  แล้วหาทางป้องกันตัว  คราวนี้ก็พร้อมไปเวียดนามกันได้แล้ว ...