สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รายงานตัวอีกครั้งหนึ่งครับผม
วันนี้มีเรื่องสำคัญมาแจ้งให้ทราบอีกเรื่องหนึ่งเพื่อให้เข้ากับเทศกาลสำคัญคือเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้เรื่องนั้นก็คือการรณรงค์เฝ้าระวังลดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ 2553 ซึ่งในปีนี้หัวข้อรณรงค์ก็คือ "ดื่มแล้วขับ ถูกจับขึ้นศาล มีสิทธิ์ติดคุก" ดังป้ายรณรงค์ด้านล่างนี้
สำหรับที่มาของเรื่องนี้มีดังนี้ครับ
สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ร่วมแถลงข่าวมาตรการลดอุบัติเหตุ “ดื่มแล้วขับ ถูกจับขึ้นศาล มีสิทธิ์ติดคุก” โดยเริ่มพิพากษาคดีดื่มแล้วขับ ด้วยการส่งกักขังทันที นำร่องโดยศาลภาค 2 จ.ตราด ที่สถานีตำรวจทุ่งมหาเมฆ
นายประสงค์ มหาลี้ตระกูล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกากล่าวว่า อุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตัวผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนน นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งทางร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สิน นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ป้องกันได้เพียงแค่ลดพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มแล้วขับ ซึ่งคดีเมาแล้วขับโดยปกติแล้วหากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะส่งฟ้องศาลภายใน 48 ชั่วโมง และต่อมาศาลอาจตัดสินให้รับโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2552 ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เช่น รับโทษปรับ 5,000-20,000 บาท ส่งพักใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพิกถอนใบอนุญาต หรือให้ทำงานบริการสังคมเพื่อประโยชน์สาธารณะภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ
ทางด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นสูงในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ ปีใหม่นี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมกำลังพร้อมในการสกัดกั้นพฤติกรรมดื่มแล้วขับด้วยการตั้งด่านตรวจจับอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ กระบวนการในการตรวจเจอปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีสูงเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะถูกดำเนินคดี โดยการสั่งฟ้องศาลทุกรายและรอพิจารณาโทษภายใน 48 ชั่วโมง หากศาลได้มีการพิจารณาถึงความผิดแล้วและพิพากษากักขัง โดยจุดเริ่มต้นในการกักขังก็คือจุดตรวจของตำรวจนั่นเอง
นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าวว่า ทุกๆ ปีมีคนตายบนถนน 12,000 คนต่อปี พิการสะสม 100,000 คน ความสูญเสีย 2 แสนล้านบาทต่อปี ช่วงเทศกาลปีใหม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ 2 เท่า ระหว่างปี 2550-2552 พบว่าในช่วงปกติจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 280 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 35 คน ในขณะที่ช่วงเทศกาลปีใหม่มีอุบัติเหตุเฉลี่ยวันละ 607 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 58 คน สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดกับรถจักรยานยนต์ถึงร้อยละ 84 และมีสาเหตุจากเมาสุราขณะขับรถเป็นอันดับหนึ่งถึงร้อยละ 41
มูลนิธิเมาไม่ขับทำงานรณรงค์เพื่อป้องกันพฤติกรรมการเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ในการสกัดกั้นพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับโดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นงานที่ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันอุบัติเหตุด้วยการลดพฤติกรรมเสี่ยง หากดื่มแล้วไม่ควรขับรถ ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเรียกร้องสิทธิด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เช่น หากพบพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน ก็สามารถโทร.แจ้งได้ที่ จส.100 หรือร่วมด้วยช่วยกัน

ศาลในบางภาคตระหนักถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุทางการจราจรจากการดื่มแล้วขับว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสังคม จึงเริ่มพิพากษาให้ผู้ดื่มแล้วขับรับโทษกักขังโดยไม่รอลงอาญา โดยศาลภาค 2 คือ ชลบุรี และภาคตะวันออก 8 จังหวัด นำร่องพิพากษาสั่งกักขัง เช่น ศาลจังหวัดตราดสั่งกักขังผู้ดื่มแล้วขับ ภายใน 15 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 - กันยายน 2552 รวมทั้งสิ้น 155 ราย ทั้งนี้ ศาลจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ ศาลภาค 6 จ.พิษณุโลก และจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด และ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา อยุธยา สุพรรณบุรี อุบลราชธานี กำแพงเพชร เชียงใหม่ นนทบุรี พิษณุโลก และ จันทบุรี ได้เริ่มพิพากษาสั่งกักขังคดีดื่มแล้วขับเช่นกัน
ด้านตัวแทนเหยื่อเมาแล้วขับ นายเจษฎา แย้มสบาย กล่าวว่า ผู้พิการจากการเมาแล้วขับขอกราบขอบพระคุณศาลยุติธรรมในการที่ท่านพิจารณาเห็นโทษเมาแล้วขับ และใช้มาตรการเด็ดขาดในการพิพากษากักขังคดีเมาแล้วขับเพื่อให้เกิดเป็นตัวอย่าง ทำให้สังคมตื่นตัวและลดพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน คาดว่าหากศาลท่านพิจารณาคดีและพิพากษาให้กักขังอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้ดื่มเกิดความยำเกรงและไม่กล้าดื่มแล้วขับ เป็นการช่วยลดอุบัติเหตุอย่างได้ผล และทำให้สังคมเกิดจิตสำนึกในการรักษาความปลอดภัยในระยะยาว
สำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ ทุกภาคส่วนต่างช่วยกันระดมกำลังในการป้องกันการสูญเสียจากอุบัติเหตุให้มากที่สุด อย่างไรก็ดีหากพบเห็นเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควร ประชาชนสามารถแจ้งร้องเรียนได้ และหากพบอุบัติเหตุจราจรสามารถโทร.แจ้งศูนย์กู้ชีพนเรนทร 1669
ที่มา : http://www.prachatouch.co.th/web/news_detail.asp?id=7338
ก็ขอฝากกันไว้ด้วยนะครับในเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ อีกอย่างหนึ่งสำหรับสื่อรณรงค์ที่นำมาแจ้งให้ทราบกันในวันนี้นั้นสถานีตำรวจภูธรพานจะนำไปติดตั้งหรือใช้งานในจุดที่เหมาะสม สามารถมองเห็นได้ง่ายในช่วงการณรงค์ 7 วันขับขี่ปลอดภัย เทิดไท้องค์ราชันย์ (29 ธันวาคม 2552-3 มกราคม 2553) นี้
รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ
สวัสดีครับผม
************************
ติดตามการทำงานทั้งหมดของผมได้ที่



สวัสดีค่ะ
ปีใหม่ตำรวจไทยโชคดี
Happy New Year 2010 kha....
ขอให้มีความสุขกายสบายใจปีใหม่นี้นะครับ
สวัสดีค่ะ Vij มาอวยพรปีใหม่ค่ะ
ขอบคุณในคำเตือนค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีปีใหม่ครับ...พันตำรวจโทสุพจน์ มัจฉา
สว้สดีปีใหม่2553 ส่ง ความ สุข แด่ คุณตำรวจพตท.สุพจน์ มัจฉา
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้อวยพร
ให้มีคุณและครอบคร้ว มีความสุข สุขภาพแข็งแรงทุกๆวัน
ปรารถนาสิ่งใดขอให้ได้ดังหวังทุกประการ
ตลอดปี2553 และตลอดไป
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ นะคะ
มีประโยชน์มากค่ะ จะแวะมาเยี่ยมชมบ่อย ๆ
สวัสดีปีใหม่นะคะ มีความสุขตลอดไปค่ะ