ปู่แดงจะเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านปางจำปีนั้น เชิญติดตามค่ะ
ปู่แดงเล่าเรื่อง
สถานที่เรียนรู้ของพวกเราค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาพบกันอีกแล้วกับเรื่องราวที่เราจะนำเสนอเกี่ยวกับหมู่บ้านปางจำปีค่ะ วันนี้เรามีเรื่องที่น่าสนใจที่เราได้ไปเก็บข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าทุกท่านจะได้นำไปใช้หรือเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านได้
ในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552 พวกเราได้เดินทางไปที่หมู่บ้านปางจำปีเพื่อศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนหมู่บ้านปางจำปีค่ะ ในวันนี้พวกเราได้พบเจอกับคนในชุมชนมากมายแต่บุคคลที่มีเรื่องราวน่าสนใจมากที่สุดคือ ปู่แดง ซึ่งเราได้พูดคุยกับท่านในขณะที่เรากำลังมองหาเหยื่อ อุ้ย! ไม่ใช่ค่ะ มองหาบุคคลที่เราสามารถสอบถามข้อมูลของหมู่บ้านปางจำปีได้ เราก็ได้เจอกับปู่แดงเข้า ซึ่งปู่แดงกำลังนั่งผิงแดดอยู่ที่สะพานค่ะ (สงสัยจะหนาวมาก แต่ทำไมพวกเราถึงรู้สึกร้อนล่ะ ?) พวกเราจึงเลือกปู่แดงเป็นผู้ให้ความรู้แก่เรา เราก็เลยเดินตรงเข้าไปหาปู่แดงเลยค่ะ แต่ก็ต้องทำตัวเป็นสีโฟร์ซีซั่นส์ทนแดดทนร้อนกันหน่อย เพราะปู่แดงเล่นนั่งผิงแดด(แต่พวกเราว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่า “นั่งตากแดด” มากกว่าเพราะว่าแสงยูวีที่สาดส่องมาช่างแรงได้ใจเหลือเกินค่ะท่านผู้อ่าน)
ปู่แดงกำลังเล่าเรื่องอย่างสนุกเลยค่ะ
พอเราเดินเข้าไปหาก็เริ่มทักทายคุณปู่แดง ปู่แดงก็เล่าว่าท่านเกิดที่หมู่บ้านนี้และปัจจุบันมีอายุประมาณ 70 ปีแล้วค่ะ ปู่แดงเล่าว่า เมื่อก่อนมีบ้านแค่ 10 หลังคาเรือนเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีคนจากหมู่บ้านอื่นย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านนี้ ซึ่งคนย้ายมาส่วนใหญ่ก็จะมาจาก ป่าไผ่ ห้วยอ่าง หนองแฉะ (ซึ่งเราก็ไม่รู้จักกันหรอกค่ะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านแถวๆ นั้น) สาเหตุที่มีคนย้ายมาอยู่ที่นี่เยอะเพราะ ที่นี่มีการถางป่า ตัดป่าโดยที่ไม่มีความผิด เพราะว่าเมื่อก่อนกฎหมายยังไม่ได้เข้มงวดเหมือนปัจจุบัน ใครจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครห้าม มีการฟันไร่และมีการประมูลไม้จากนอกหมู่บ้าน และนำช้างมาขนเอาไม้ไปโรงเลื่อย และยังมีการทำ “ไฮ่เหล่า” อีกด้วยค่ะ ท่านผู้อ่านทราบไหมค่ะว่า “ไฮ่เหล่า” ในความหมายของปู่แดงคืออะไร? (ไม่ทราบก็ไม่ว่ากันเพราะพวกเราก็งงๆ กันอยู่ค่ะ)
สถาพของป่าในปัจจุบัน ที่เมื่อก่อนทำไร่เลื่อนลอย
ถามไปถามมาเลยทราบว่าปู่แดงเขาหมายถึงไร่เลื่อนลอยค่ะ เฮ้อ........กว่าจะรู้เล่นเอาเหนื่อยค่ะ (นี่แหละค่ะความเป็นนักนิเทศศาสตร์)
ปู่แดงยังเล่าต่อว่าเมื่อก่อนมีสัตว์มากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ลิง กวาง หมู่ป่า อยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ แบบว่าออกมานอกบ้านก็เห็นกวางมากินน้ำที่ลำห้วยแล้ว แต่ภายหลังถูกคนล่าไปขายบ้างกินบ้าง สัตว์พวกนี้จึงหายไปหมดเลยค่ะ น่าสงสารสัตว์นะค่ะ ขนาดอยู่ในบ้านของมันแท้ๆ ก็ยังต้องกลับมาถูกล่าเพราะว่าคนไปรุกรานที่ของสัตว์แล้วยังไปทำร้ายสัตว์อีกแล้วอย่างนี้สัตว์ป่ายังจะเหลือให้คุณเห็นอยู่อีกหรือเปล่า
ปู่แดงยังเล่าอีกว่าสมัยพ่อของปู่แดง มีอาชีพหากินกับปลากับไม้ และเมื่อก่อนก็มีเสือเยอะ ซึ่งมักจะมากินวัวของคนในหมู่บ้าน ปู่แดงบอกว่า เมื่อก่อนแค่เดินออกมานอกบ้านก็จะเห็นพวกสัตว์ต่างๆมากมาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วค่ะ ถ้าเราอยากเห็นสัตว์ เราก็ต้องเดินเข้าไปหาในป่า แต่ก็ใช่ว่าจะได้เจอทุกครั้งไป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สัตว์พวกนี้หายไปเป็นเพราะว่า ป่าตั้งอยู่ตรงกลางและมีหมู่บ้านล้อมรอบ แล้วแต่ละหมู่บ้านก็จะล่าสัตว์ ทำให้สัตว์ต้องหนี แต่ไม่มีที่ไป เพราะไปทางไหนก็เจอแต่ผู้ล่า ทำให้ไม่เหลือสัตว์แล้วค่ะตอนนี้ T^T
รูปจำลองการตั้งถิ่นฐานกับป่า
ในปัจจุบันนี้ ปู่แดงบอกว่า ได้มีการสร้างเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าไว้ โดยมีพวกทหารเป็นผู้ดูแล ซึ่งการสร้างเขตอนุรักษ์ก็สามารถช่วยฟื้นฟูสัตว์ป่าได้ส่วนหนึ่ง แต่บางครั้งสัตว์ก็จะออกหากินนอกเขตอนุรักษ์ทำให้โดนล่าจากชาวบ้านนี่แหละค่ะสาเหตุที่ทำให้สัตว์ป่าแทบจะไม่หลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้เห็นน่าสงสารสัตว์พวกนี้นะค่ะ
นอกจากเรื่องสัตว์ป่าแล้วยังมีเรื่องทรัพยากรน้ำที่ปู่แดงเล่าให้เราฟัง (ซึ่งในตอนนี้เราจะเกรียมแดดกันแล้วค่ะ แต่เพื่อข้อมูล สู้ๆ)ในสมัยก่อนปู่แดงบอกว่า น้ำในแม่น้ำมีเยอะ ใช้ยังไงก็ไม่หมด แต่พวกชาวบ้านใช้ไม่เป็น ทำลายน้ำ ทำลายปลา ช๊อตปลาบ้าง โรยปูนขาวบ้าง เพื่อใช้จับปลามาขายและเป็นอาหาร ซึ่งเมื่อทำไปเรื่อยๆ ทำให้ปลาค่อยๆหายไปจนไม่เหลือ และน้ำก็ค่อยๆ เหือดแห้งไปเรื่อยๆ จนผลสุดท้ายก็ต้องมาช่วยกันอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์สัตว์ อนุรักษ์น้ำ ซึ่งปู่แดงได้ให้ข้อคิดที่ว่า “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” กว่าจะรู้ตัวว่าทำลายธรรมชาติ ก็สายไปเสียแล้ว เพราะการที่เราทำลายธรรมชาติมากจนเกินไป ก็จะส่งผลเสียกลับคืนมาสู่หมู่บ้านของเรา เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็จะไม่มีที่พึ่งพิงสำหรับเราและลูกหลานในอนาคตเลยค่ะ
เรายังมีเรื่องราวดีๆ มามอบให้ท่านผู้อ่านอีกนะค่ะ ว่าแต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ยังไม่บอกตอนนี้หรอกค่ะ แต่สำหรับผู้ที่กำลังอนุรักษ์ธรรมชาติหรือผู้ที่รักธรรมชาติไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด
ย้ำ! ไม่ควรพลาดค่ะ
สำหรับวันนี้ลาไปก่อนพบกันใหม่ในบันทึกหน้า
สวัสดีค่ะ







เขียนได้ดีมากเลย
เขียนอีกนะจะคอยตามอ่าน
อนุโมทนา
เขียนได้ดีมากค่ะ
เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะปัจจุบันมีแต่ผู้ทำลาย ไม่มีผู้สร้าง
เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะ จะติดตามอ่าน =]
น่าสนใจมากเลยค่ะ
ให้กำลังใจทั้งผู้เขียน
กลุ่มปางจำปาและที่สำคัญที่สุด
ให้กำลังใจผู้นำหมู่บ้านปางจำปี
และชาวบ้านทุกๆคนนะคะ
อ่านแล้วสนุกดีครับ แล้ววันหลังเอามาเล่าอีกนะครับ
<br/><a href="http://glitter.postjung.com/?gx=2010010113%2F2nkepfo.gif" target="_blank" title="คลิ๊ก..สร้าง Glitter ด้วยตัวคุณเอง"><img border="0" src="http://61.47.7.26:8080/glitter/data/2010010113/2nkepfo.gif" alt="HaPPy NeW YaEr 2010 ....^_^....."/><br/>สร้างกริตเตอร์</a> | <a href="http://music.postjung.com">ฟังเพลง</a> | <a href="http://star.postjung.com">ดารา</a> | <a href="http://game.postjung.com">เกมส์</a>