วันที่ ๙ ธ.ค. ๕๒ ผมไปเป็นประธานสอบวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของ พญ. นิลเนตร วีระสมบัติ ลูกศิษย์ของ ศ. ดร. ทพ. อุดม ทุมโฆสิต ทำให้นึกได้ว่า ควรจะเขียนบันทึกความประทับใจของผมต่อท่านไว้
ท่านกับผมเคยทำงานด้วยกันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ โดยท่านเป็นคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ และผมเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ตอนนี้คิดย้อนกลับไปแล้วผมเสียดายที่ตอนนั้นผมเอื้อเฟื้อและให้ไมตรีต่อท่านและคณะทันตแพทยศาสตร์น้อยไป นี่ก็เป็นความผิดพลาดในอดีตนะครับ แต่เราก็มีไมตรีต่อกันและนับถือกันมากในเวลาต่อมา
ผมมาประทับใจตอนที่ผมมาอยู่ สกว. ใหม่ๆ คุณหมออุดม เอาวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ท่านมาทำที่นิด้ามาให้เล่มหนึ่ง เป็นวิทยานิพนธ์เรื่องสาเหตุของความยากจน ที่ทำให้ผมตาสว่าง เข้าใจสาเหตุของความยากจนที่แท้จริง ว่าคนยากจนไม่ใช่แค่จนเงินและทรัพย์สมบัติอื่นๆ ที่แท้จริงแล้วเขาจนโอกาส โอกาสน่ะมี แต่เขาเข้าไม่ถึง
ต่อมา ทราบว่าท่านย้ายมาเป็นอาจารย์ที่นิด้าเต็มตัว เป็นอาจารย์นักวิจัยมือฉกาจ และผลิตบัณฑิตปริญญาเอกจำนวนมาก ผมก็ยิ่งนับถือ ว่าท่านละจากวิชาชีพที่ให้ความร่ำรวยโภคทรัพย์ได้ง่าย มาสู่อาชีพที่ให้ทรัพย์ทางปัญญา เป็นคนที่กล้าหาญที่จะทำตามความชอบของตน คนอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ คนมีปัญญาส่วนใหญ่มักติดกับผลประโยชน์ด้านโภคทรัพย์ ใช้ปัญญาแสวงหาและสะสมโภคพรัพย์ แต่ ศ. อุดม สามารถละจากโอกาสนั้น มาทำงานที่ตนชอบ คืองานวิจัย
มองอีกมุมหนึ่ง ผมตีความว่า ท่านละจากการทำงานในที่แคบ คือช่องปาก มาทำงานในที่กว้าง คือสังคมไทย แทนที่จะทำงานเยียวยาฟันและช่องปาก ท่านเปลี่ยนมาทำงานเยียวยาสังคม
ผมชอบคนที่เรียนหรือทำงานข้ามสาขาวิชา เพราะเชื่อว่าคนเหล่านี้มีความรู้หลายด้าน และจะเกิดการผสมพันธุ์วิชาความรู้ภายในสมองของท่าน ทำให้ความคิดของคนแบบนี้มีความใหม่แบบไม่รู้ตัว ท่านเป็นนักวิชาการที่ข้ามศาสตร์ด้านสุขภาพ กับด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ทำให้เกิดงานวิจัยที่มีมุมมองใหม่หรือใช้กระบวนวิธีใหม่ๆ
ดังกรณีของ พญ. นิลเนตร วิทยานิพนธ์เรื่อง “การคงอยู่ของแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนของประเทศไทย” เป็นการใช้กระบวนวิธี ๓ อย่าง ประกอบกัน คือ วิจัยเอกสาร วิจัยเชิงปริมาณ และวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งเมื่อการสอบวิทยานิพนธ์เสร็จสิ้น ผมก็ได้เห็นโอกาสของการทำงานวิจัยด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยราชการ ที่จะสามารถทำงานขยายวงออกไปได้มาก และจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมมากมาย

ศ. ดร. ทพ. อุดม ทุมโฆสิต
วิจารณ์ พานิช
๙ ธ.ค. ๕๒
สวัสดี ครับ อาจารย์
ประโยคที่ปรากฏในบันทึกนี้
"เข้าใจสาเหตุของความยากจนที่แท้จริง ว่าคนยากจนไม่ใช่แค่จนเงินและทรัพย์สมบัติอื่นๆ ที่แท้จริงแล้วเขาจนโอกาส โอกาสน่ะมี แต่เขาเข้าไม่ถึง...
ผมเชื่อ..สิ่งที่อาจารย์เขียน นะครับ
ประสบการณ์ในการเคยทำงานในชุมชน...การได้เก็บเกี่ยวความรู้สึกแบบนี้ เคยผ่านเข้ามาในชีวิต
...คนกลุ่มนี้ จึงเป็นกลุ่มคนที่น่าสงสารและน่าเห็นใจที่สุด
ผมอยากให้ คำถามเหล่านี้.. ปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้บริหารและผู้มีโอกาสทุกภาคส่วน
...และทำให้อดคิดถึง รายการทีวีรายการหนึ่งไม่ได้ ครับ
...เมื่อมีคำถาม...ก็มีคำตอบ
...ฉันจะถามเธอเรื่อยไป.....
กราบขอบพระคุณ ครับ
อาจารย์คะ วันนั้นสอบเสร็จ อาจารย์อุดม ก็เล่าให้พวกเราฟังเรื่องในอดีตที่ม.สงขลา เหมือนกันค่ะ แต่เล่าไป ก็หัวเราะไป ตอนนี้ยังแก้ไขวิทยานิพนธ์ไม่เรียบร้อยเลยค่ะ คงอีกสัก 1-2 อาทิตย์ แต่วิเคราะห์ส่งให้อาจารย์อุดมและอาจารย์เดือนเพ็ญดูแล้ว
อ่านที่อาจารย์เขียน รู้สึกงานวิจัยมีคุณค่ามากเลย ขอบพระคุณมากค่ะ