Appreciative Inquiry เพื่อการวิจัยการเรียนการสอนภาษาไทย (ตอน 2)

ผมชอบให้นักศึกษาเขียนเล่าเรื่องประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวคนเดียว คนละ 10 บรรทัดส่งผมครับ การเรียนรู้มีความสำคัญต่อการวางแผนกลยุทธ์ในองค์กรมากครับ ทั้งในการเรียนการสอนและการ Coach ให้นักศึกษาหรือผูประกอบการณ์ทำ AI Project ผมจะพยายามให้เขาเล่าเรื่องการเรียนรู้ด้วยตัวคนเดียวให้ผมฟัง เพื่อจับไสตล์การเรียนรู้ หรือระบบการเรียนรู้ที่ work ที่สุดสำหรับคนๆนั้นครับ ค้นพบว่ามีจุดร่วมเหมือนกันบ้าง บางคนก็มีระบบการเรียนรู้เฉพาะตัว นี่เป็นกรณีสองกรณีศึกษาจากเว็บบอร์ดของเรา http://www.aithailand.org/AIboard/index.php?topic=422.0

ลองอ่านดูนะครับแล้วมาสรุปพร้อมกันว่ามันจะเกี่ยวกับภาษาไทยอย่างไร

กรณีศึกษาที่ 1

"การเรียนรู้เชิงเดี่ยวของดิฉันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฝึกทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ โดยมีคุณเนตรปรียา ชุมไชโย หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า "ครูเคท" เป็นต้นเเบบของผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้อย่างดีเยี่ยมไม่เเพ้เจ้าของภาษากันเลยที่เดียว  เมื่อหลายปีก่อน หลายคนคงจะจำกันได้กับโฆษณา One-2-call ที่พูดถึงผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ด้วยความกลัวทำให้เธอไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ ในที่สุดเธอจึงกล้าลุกขึ้นมาเอาชนะความกลัวด้วยการมีอิสระทางความคิด กล้าทำในสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้  เธอพยายามฝึกฝนภาษาอังกฤษจนสามารถพูดได้คล่องเเคล่วอย่างที่เราเห็นในโฆษณา  ด้วยความที่ดิฉันเองก็รู้สึกดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่เเล้ว ตอนเด็กๆดิฉันเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Titanic ซึ่งมีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เพราะมากเเละดิฉันก็ชอบมากจนต้องซื้อเทปมาฟัง คือ เพลง my heart will go on  วันนั้นคุณครูสอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนได้มอบงานให้นักเรียนออกมาร้องเพลงสากลที่หน้าชั้นเรียนเพลงอะไรก็ได้ที่เราชอบในคาบต่อไป  ดิฉันก็เลยเลือกเพลง my heart will go on ด้วยความอยากที่จะให้ร้องออกมาดี 

ดิฉันจึงฟังเพลงนี้ทุกวันทั้งในรถเเละที่บ้าน ฝึกร้องบ่อยจนจำเนื้อร้องได้ขึ้นใจ เมื่อร้องเพลงเสร็จคุณครูก็ชมว่าสำเนียงการร้องของดิฉันค่อนข้างดี  เเละนั่นเป็นเหตุการณ์ที่จุดประกายทำให้ดิฉันชอบเรียนภาษาอังกฤษเพราะรู้สึกสนุกกับการเรียน สนุกกับการฟังเพลงสากลที่ชื่นชอบอย่างเพลงของวง The moffatts, Westlife, Blue ที่โด่งดังมากตอนที่ดิฉันเป็นวัยรุ่น  เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ดิฉันก็พยายามหาหนังมาดูโดยการฟัง English soundtrack ให้มาก  เเรกๆก็ฟังไม่ค่อยออกว่าเขาพูดอะไรได้เเต่อ่านคำเเปลภาษาไทยเเล้วก็ฝึกฟังสำเนียงการพูดให้คุ้นหู  พอได้ดูบ่อยๆดิฉันก็พอจะจับประเด็นได้บ้างว่าเขาพูดอะไร (โดยพยายามไม่ดู Thai sub.) เเละสิ่งที่ดิฉันกำลังหัดอยู่ในขณะนี้ คือ การฝึกพูดเเละสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ

เเละเเล้วฉันก็ได้มีโอกาสลองใช้ทักษะที่สั่งสมมาพูดคุยกับน้องที่เป็นลูกครึ่งซึ่งเป็นลูกสาวของคุณอาที่มาจากประเทศออสเตรเลียที่กลับมาเยี่ยมญาติๆที่เมืองไทย เเม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่มีโอกาสฝึกสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ  เเม้ดิฉันจะพูดผิดๆถูกๆเเละบางครั้งก็ใช้ภาษามือประกอบ  เเต่ดิฉันก็รู้สึกได้ว่าตัวเองมีพัฒนาการในการพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นเเละจะพยายามฝึกฝนในด้านการสนทนาต่อไปเรื่อยๆ เพราะดิฉันเชื่อว่าการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศสามารถทำให้ชีวิตเรากว้างขึ้น เเละการฝึกฝนเท่านั้นที่จะทำให้ดิฉันเก่งในการพูดภาษาอังกฤษได้ "Practice makes perfect"

กรณีศึกษาที่ 2

การเรียนรู้เดี่ยวของดิฉัน คือ การถักครอสติส ตอนแรกดิฉันเห็นเพื่อนถักก็เลยอยากทำบ้างจึงได้ไปซื้อครอสติสรูปแมวมาถัก ด้วยการที่ดิฉันหัดถักเป็นครั้งแรกทำให้ดิฉันไม่ค่อยได้ใส่ใจรายละเอียดในการถักเท่าไหร่ แต่เมื่อพอถักเสร็จ จะเห็นได้เลยว่ารูปมันจะไม่สวยมันจะเป็นคลื่น ๆ เพราะว่าบางแถวจะถักขวาทับซ้ายบางแถวก็จะถักซ้ายทับขวาทำให้ได้รูปที่ออกมานั้นไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ดิฉันจึงลองซื้อมาถักใหม่อีกอัน คราวนี้ซื้อรูปนกแพนกวินมาถัก เนื่องด้วยจากการที่ผ่านการถักมาแล้วหนึ่งอันจึงทำให้ดิฉันรู้วิถีถักขึ้นมาอีกนิดนึงคือ ต้องถักให้มันไปทางเดียวกันทั้งหมด ถ้าจะถักขวาทับซ้ายก็ต้องขวาทับซ้ายทั้งหมด เมื่อถักเสร็จเอามาเทียบกันจะสามารถเห็นได้เลยว่ามันสวยต่างกันจริง ๆ  เมื่อถักอันที่ 2 เสร็จดิฉันจึงตัดสินใจไปซื้ออันที่ 3 แต่ครั้งนี้ดิฉันได้สังเกตเห็นของน้องคนหนึ่งที่กำลังถักอยู่มีการเนาผ้าให้เป็นตารางตามแบบและแต้มสีที่เหมือนในแบบลงบนผ้าและ เมื่อพอถักเสร็จก็เอาผ้าไปซักจะทำให้สีที่เราแต้มไว้นั้นหลุดออก  พอกลับมาถึงที่บ้านดิฉันจึงลองทำตามนั้นดู ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้การถักนั้นง่ายยิ่งขึ้น เมื่อถักเสร็จจึงทำให้ดิฉันได้ครอสติสที่สวยงามเพิ่มมาอีก 1 อัน และใช้เวลาในการถักที่เร็วกว่าเดิม

ข้อเสนอแนะสำหรับนักวิจัยการเรียนการสอนภาษาไทย

ไม่ใช่ทุกคนครับที่ชอบเรียนภาษาไทย เมื่อวานผมถามน้องอีกคนในสำนักงาน น้องเอ็ เป็นคนเก่งเรื่องงานออกแบบweb ครับแต่เอ้บอกว่า "ภาษาไทยนี่ผมเรียนไม่ได้ดีเลยครับ" ผมถามว่า ทำไมหล่ะ เอ้ตอบว่า "กฎมันยุ่งยากครับ อาจารย์"

ถ้าเจอกลุ่มนักเรียนแบบนี้ นักิจัยอาจลองถามประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตัวคนเดียว ในวิชาอื่นๆ หรืออะไรก็ได้ จากนั้นค่อยสะกัดกระบวนการเรียนรู้ในวิชาที่เขาชอบมาดัดแปลงใช้ในการเรียนการสอนก็ได้ครับ อย่างเท่าที่ผมดีในกรณีของนักศึกษาผู้หญิงจุดร่วมคือ

1. ต้องมีต้นแบบ หรือตัวอย่างที่เขาชอบ เขาจะพยายามเรียนรู้เอง ตรงนี้อาจให้เขาเลือกหนังสือ/หนังที่เขาชอบ เอามาเรียนภาษาไทยก็ได้ครับ

2. ผู้หญิงชอบทำอะไรก็กุ๊กกิกให้คนอื่น อาจทำเป็นกิจกรรมแต่งนิยายให้พ่อแม่อ่านก็ได้ครับ อันนี้เขาจะฝึกของเขาเอง

3. ลองให้เขาศึกษาภาษาไทยในเรื่องที่เขาชอบ เช่นคนที่สองให้เขาเล่าเรื่องไมหพรมไปแลยครับ คล้ายๆโครงงาน อย่างคนที่สองนี่ภายหลังผมให้เขาทำ IS ปริญญาโทเรื่องการจัดการความรู้เรื่องไหมพรม ซะเลยครับ เป็นการใช้ AI ผสมกับ KM ครับ ดูเธอสนุกมากครับ เมื่อวานยังมานั่งคุยกันอยู่เลย