นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ชาวต่างชาติ อายุประมาณ 35 ปี ไว้หนวดหนา ผมรองทรงสีน้ำตาลเข้มมหวีเรียบร้อย ในชุดสูทดำเข้มคลุมทับเชิ้ตสีขาวพร้อมเนคไทสีแดง นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างอารมณ์ดีภายในคอฟฟี่ช๊อป รอเวลาขึ้นเครื่องบิน จุดหมายปลายทางประเทศฝรั่งเศส เขาคว้าหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศมาอ่านฆ่าเวลา
หนุ่มชาวไทยวัยฉกรรจ์ในชุดทะมัดทะแมง 3 คน เดินเข้ามาภายในคอฟฟี่ช๊อป เลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ใกล้กับชายต่างชาติ ก่อนเอ่ยทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยเสียงเบาๆ
“สวัสดี มิสเตอร์การ์ซาร์ เคย์”
ชายนักธุรกิจละสายตาจากหนังสือพิมพ์ หางตาชำเลืองมองผู้ถามด้วยความสงสัย
“ไม่ต้องสงสัยอะไรหรอก เรารู้การเคลื่อนไหวของคุณทุกอย่างแล้ว ต้องขอบคุณที่ช่วยจัดการให้เป็นที่เรียบร้อย”
“พวกคุณพูดถึงเรื่องอะไร?”
ชายต่างชาติถามด้วยความสับสน วางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะ เตรียมที่จะลุกเดินจากไป
“จะรีบไปไหนล่ะ? คุยกันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?
หนุ่มนายหนึ่งคว้าแขนไว้ได้ทันก่อนที่จะลุกเดินจากไป แต่ก็ได้รับการโต้ตอบกลับไปอย่างคาดไม่ถึง
“ขวับ...บ!! ผลั้ก...ก...ก!! ตุบ...บ...บ!!”
นักธุรกิจหนุ่มใหญ่คว้าแขนที่จับไว้ด้วยมืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระแล้วดึงเข้าหาศอก ฟันลงขมับอย่างแรง พร้อมฝ่าเท้าหนักๆ อัดเข้าเต็มใบหน้า ถลาสู่พื้น
“อู้ว...ว...ว”
โดนไม้นี้บุรุษหนุ่มถึงกับร้องอู้ หน้ามืดไปพักใหญ่ เก้าอี้ข้างเคียงล้มระเนระนาด เสียงเอะอะเอ็ดตะโรตกใจจากลูกค้าโต๊ะข้างๆ ผู้คนในร้านหันมามองเป็นทางเดียวกัน คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ใจเย็นๆ มิสเตอร์การ์ซาร์ เคย์ เรามาดี ไม่ได้ต้องการมาทำร้ายคุณ”
ชายหนุ่มอีกหนึ่งคนรีบโบกมือห้าม ก่อนที่นักธุรกิจหนุ่มใหญ่จะรีบเดินออกไป
“หรือต้องการให้เราแจ้งตำรวจ เกี่ยวกับเรื่องมิสเตอร์แม็คเคลย์ คุณจะได้ไม่ต้องกลับประเทศ”
ประโยคสุดท้าย ทำเอาเจ้าของชื่อต้องหยุดนิ่ง ก่อนจะหันมามอง ด้วยความสงสัย
“พวกคุณเป็นใคร? ผมไม่เคยรู้จัก”
“คุณไม่รู้จักเราแน่ และเราก็ไม่เคยรู้จักคุณ แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน”
หนุ่มคนที่ล้มลงไปรีบเอ่ย มือปาดคราบเลือดที่ไหลซึมออกมาจากปาก ยิ้มน้อยๆ และกลับกลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า ประโยคหลังนี้ยิ่งทำให้หนุ่มใหญ่ต่างชาติแปลกใจมากขึ้น
ตำรวจชั้นประทวนสองนายรีบวิ่งมายังที่เกิดเหตุ มองหน้านักธุรกิจหนุ่มชาวต่างประเทศอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนหันไปซักถามอาการของคนเจ็บ
“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับคุณตำรวจ แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเท่านั้น แฮะ...แฮะ”
คนเจ็บบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หัวเราะแห้งๆ ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด
“แค่เข้าใจผิดกันก็ดี ว่ายังไงคุณ?”
ตำรวจนายหนึ่ง หันไปถามชายต่างชาติ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว”
ตำรวจทั้งสองมองหน้าชายต่างชาติอีกครั้ง ด้วยความพินิจพิเคราะห์ก่อนจะเดินจากไป
“ว่ายังไง? มิสเตอร์การ์ซาร์ เคย์ คุณจะคุยดีๆ กับพวกเราได้หรือยัง?”
ชายหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอีกคน เป็นฝ่ายเอ่ยถาม
“ผมยังไม่รู้เลยว่าพวกคุณเป็นใคร?”
“ที่นี่ไม่เหมาะที่เราจะคุยกัน ตามเรามา แล้วคุณจะรู้ทุกอย่าง”
“ผมขอปฏิเสธ มีเรื่องอีกมากที่ผมต้องจัดการให้เรียบร้อย”
“เรื่องค่าจ้างฆ่ามิสเตอร์โรลล์ แม็คเคลย์ แต่ไม่สำเร็จน่ะเหรอ?...หึหึหึ”
ชายฉกรรจ์หน้าอ่อนทิ้งไพ่ใบสุดท้าย แน่นอนว่าเป็นคำถามที่แทบจะไม่ต้องการคำตอบเพราะแสดงว่าผู้ถามรู้ดีอยู่แล้ว
มือสังหารลึกลับในคราบนักธุรกิจมองหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสามอีกครั้ง นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ตามเดิม
“พวกคุณเป็นใครกันแน่?”
“พวกผมบอกแล้วไง ว่าที่นี่ไม่เหมาะที่เราจะคุยกัน”
มือสังหารใช้ความคิดอีกนิด
“ไม่ต้องคิดมาก เราสามคน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณหรอก วางใจได้”
นักฆ่าพยักหน้ารับ ชายทั้งสามเดินนำไปยังลานจอดรถ แล้วขับออกจากสนามบินดอนเมืองอย่างรวดเร็ว...
ชายฉกรรจ์ทั้งสาม พามือสังหารต่างชาติมายังห้องทำงานขององค์กรมืด ท่านประธานภายใต้หน้ากากและชุดคลุมกำมะหยี่สีดำนั่งนิ่งหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่โต มองมือสังหารในคราบของนักธุรกิจ ก่อนเอ่ยทักทายด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ยินดีที่ได้รู้จัก มิสเตอร์การ์ซาร์ เคย์ มือปืนพระกาฬ จากรัสเซีย ขอต้อนรับเข้าสู่องค์การดาร์คปริ้นซ์ สาขาประเทศไทย”
“องค์การดาร์ดปริ้นซ์!!”
การ์ซาร์ เคย์ เอ่ยย้ำด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง
“ใช่แล้ว การ์ซาร์ เคย์ ที่นี่คือองค์การดาร์ดปริ้นซ์สาขาประเทศไทย”
มือสังหารเดินเข้ามาใกล้โต๊ะท่านประธาน สมุนทั้งสามรีบเดินเข้ามาเพื่อทำหน้าที่ป้องกันแต่ท่านประธานโบกมือห้าม
“เลื่อนเก้าอี้ให้เขานั่ง”
ท่านประธานสั่งเฉียบขาด ลูกสมุนปฏิบัติอย่างว่าง่าย
การ์ซาร์ เคย์ มองหน้าท่านประธาน ก่อนหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ วางกระเป๋าข้างตัว
“แน่ใจเหรอว่าเป็นองค์การดาร์ดปริ้นซ์จริงๆ ?”
“หึ...หึ...หึ ฉันคิดอยู่แล้วว่านายต้องไม่เชื่อว่าเราคือองค์การดาร์คปริ้นซ์ แต่เรื่องนั่นมันไม่สำคัญนักหรอก มันอยู่ที่การเจรจาของเราจะตกลงกันได้หรือเปล่า?”
“ตอนนี้ผมไม่สะดวกที่จะคุยด้วย”
“ทำไม? เรื่องรับค่าจ้างหรือ...ไม่ต้องกังวล เราจะให้นายกลับไปรับค่าจ้าง ที่นายทำงานไม่สำเร็จ ขอนี้คนจ้างวานรู้ดี แล้วนายคิดว่านายจะได้ค่าจ้างง่ายๆ จากงานที่ไม่สำเร็จเหรอ?”
การ์ซาร์ เคย์ เงียบพักใหญ่ เหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง ตั้งแต่ทำงานเป็นอาชีพนักฆ่า ไม่เคยมีงานไหนที่ไม่สำเร็จ ใบหน้ามือปราบตงฉินปรากฎขึ้น ‘ความแค้นครั้งนี้ ต้องได้รับการชดใช้’
“ผมขอรู้รายละเอียดและเงื่อนไข?”
ห้วนๆ ง่ายๆ ตามแบบฉบับพูดน้อยของมือสังหาร
“หึ...หึ...หึ งานนี้ไม่ใช่งานลอบสังหารเหมือนที่นายเคยทำมา แต่มันง่ายกว่านั้น มันเป็นงานที่นายไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย!!”
ท่านประธานแย้มพรายเหตุผล
“ถ้ามันง่ายขนาดนั้นทำไมไม่ใช้คนขององค์การเอง?”
การ์ซาร์ เคย์ ส่ายหัวยิ้มเย้ย
สมุนสามคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง มีทีท่ากระสับกระส่ายเมื่อเห็นอาการหยิ่งผยองของผู้มาเยือน
“มันจะมากเกินไปแล้วนะโว้ย”
หนึ่งสามตะโกนใส่ ด้วยความเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย
มือสังหารพลิกร่างจากเก้าอี้ พุ่งฝ่าเท้าเข้าหาผู้พูดอย่างว่องไว
“ผล๊อก...ก...ก”
ฝ่าเท้ามาตรฐานยุโรปตรงเข้าเต็มลิ้นปี่อย่างรวดเร็ว มองตามแทบไม่ทัน ผู้พูดลงไปนอนจุกเสียงไอโคลกๆ ดังเป็นระยะๆ มือทั้งสองกุมท้อง เพื่อนข้างกายทั้งสองหันมอง กัดกรามด้วยความแค้น
“หยุด!!”
ประกาศิตจากนายใหญ่ เด็ดขาดและชัดเจน เมื่อเห็นทีท่าของสมุนที่พร้อมจะประทุระเบิดมันทั้งสองก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตา
“การ์ซาร์ เคย์ เป็นแขกของเรา สุภาพหน่อย...แกสองคนลากมันออกไป แล้วตามเวหาเข้ามา”
ทั้งสองปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย แต่แววตายังคงแฝงด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะลับประตู...
-------------------------------------------
ภายในห้องรับแขก ที่เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ ของบ้านสุวนาถราชธน ชายหนุ่มสองคนนั่งคุยอย่างเป็นกันเอง
“ตอนนี้มันยังอยู่ในประเทศว่ะ”
ผู้กองหนุ่มบอกเพื่อนสนิท
“ก็ดีนะสิ...ฉันจะได้คิดบัญชีแค้นกับมันได้”
“แต่ลูกน้องฉันบอกว่ามีคนมาพาตัวไป”
มือปราบตงฉินลูบคางอย่างใช้ความคิด
“แล้วรู้ไหมว่าใคร?”
“ไม่ได้บอกมา แต่จากท่าทางแล้ว คงเป็นพวกนอกกฎหมาย”
ผู้กองตอบด้วยสีหน้ายุ่งๆ พยายามนึกถึงเหล่าอาชญากรต่างๆ ต่างฝ่ายต่างเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ผู้กองจะเล่ารายละเอียดเพิ่มเติม
“ฉันสืบหาประวัติของมันตามที่ได้รับรายงานจากข้อมูลตำรวจสากล มันชื่อการ์ซาร์ เคย์ เป็นมือสังหารชาวรัสเซีย ไม่มีประวัติแน่ชัด รู้แต่ว่า คนที่มันฆ่าส่วนใหญ่ เป็นนักธุรกิจหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหรือไม่ก็ระดับโลก และมันก็ทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งแล้ว การลอบสังหารมิสเตอร์แม็คเคลย์ ถือเป็นงานล่าสุดของมัน...”
“การ์ซาร์ เคย์”
สิทธิ์ธนูทวนชื่ออย่างช้าๆ เหมือนจะให้ซึมซับเข้าสู่ความทรงจำ จึงเอ่ยถามต่อ
“สาเหตุการฆ่า?”
“จากรายงาน ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ก็ไม่แน่ว่ะ? เพราะข่าวพวกนี้ทางการปั้นแต่งได้”
“แกกำลังจะบอกว่าสื่อทั่วโลกก็แหกตาเหมือนกันเหรอวะ? แล้วมันจะเชื่อได้แค่ไหนกัน? ขนาดเรื่องมนุษย์ต่างดาว ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจริงเท็จแค่ไหน?”
“เอาเถอะๆ เราไม่รู้อะไรแน่ชัด อย่าเพิ่งคาดเดาอย่างไร้เหตุผล”
“ฤทธิ์ แกช่วยเซฟข้อมูลของมันให้ฉันหน่อย จะเอาไปให้หัวหน้าดู จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร? ไม่ใช่เราทำหน้าที่บกพร่อง แต่เรากำลังเดินตามเกมที่มันวางไว้อย่างช่วยไม่ได้”
“โอเคเลยเพื่อน แต่ยังไงซะเย็นนี้ก็ฉลองกันหน่อย ในโอกาสที่ฉันหาข่าวมาให้แกได้ตามที่ต้องการ”
-------------------------------------------
จักรยานยนต์สปอร์ต 6 สูบ สีขาวเคลื่อนเข้ามาจอดยังสำนักงานหน่วยสืบสวนสอบสวนพิเศษ เจ้าของลงจากสองล้อคันงาม ถือซองสีน้ำตาลขนาดเอสี่ จ่าหน้าถึง พล.ต.ท. สุกัณฑ์ รัตนโกวิท ผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนสอบสวนพิเศษ
เสียงเคาะประตูห้องสามครั้ง สักพักหนึ่งเสียงห้าวใหญ่ที่คุ้นเคยจากภายในก็เชิญให้เข้าไปได้ มือปราบตงฉินเปิดประตู ทำความเคารพเหมือนเช่นทุกครั้ง ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ
“ว่าไงวะ? แกไม่อยู่คนนึง ที่นี่เลยดูเงียบๆ พิกลว่ะ? ว่าแต่มาหาฉัน แสดงว่ากำลังมีเรื่อง...ไปซ่ากับใครมาวะ?”
แววตาผู้ถามสดใสมีชีวิตชีวา หวังว่าลูกน้องมือดีคนนี้จะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง
“หัวหน้าอ่านเอาเองก็แล้วกันครับ”
นายตำรวจวางซองบนโต๊ะ
“ผมแนบไฟล์เพิ่มเติมมาให้ด้วยแล้ว เชิญหัวหน้าตามสบายครับ”
ผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนฯ เปิดซองหยิบเอกสารพร้อมแผ่นซีดี มาพิจารณาก่อนมองหน้าอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยความฉงน
“แกเอาข้อมูลนี้มาจากไหนวะ? ฉันไม่เห็นได้รับรายงานเลย”
“อย่าไปสนใจเลยครับ ว่าผมจะเอามาจากไหน แต่ที่แน่ๆ อยากให้หัวหน้าพิจารณาให้ดี แล้วจะรู้ว่าเรื่องทั้งหมด มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้ เรื่องนี้ไม่ใช่การลอบสังหารแบบธรรมดาทั่วไป แต่เป็นการจ้างวานโดยผู้มีอิทธิพล”
“อย่างงั้นก็ได้ ฉันจะได้เอาข้อมูลนี้ไปเสนอให้ผู้ใหญ่ทราบ เขาจะได้เข้าใจในตัวนายมากขึ้น”
“ขอบพระคุณครับหัวหน้า”
“ฉันเองก็หวังว่า เมื่อผู้ใหญ่ได้รับข้อมูลชุดนี้ นายคงจะได้กลับมาทำงานเหมือนเดิม”
สิทธิ์ธนูยิ้มเล็กน้อย หวังว่าเขาคงจะหลุดพ้นจากข้อครหาที่สื่อตราหน้าว่าเขาเป็นเหตุให้มิสเตอร์แม็คเคลล์ ต้องประสบอันตราย
-------------------------------------------
การ์ซาร์ เคย์ ในชุดสูทสากล พร้อมกระเป๋าเอกสาร นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษบนเครื่องบินอย่างใจเย็น ประกบข้างด้วยหนุ่มนักธุรกิจชาวไทย อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า นกยักษ์สายเลือดไทย ก็จะบินลัดฟ้าสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
“ต้องขอบคุณท่านประธานจริงๆ ที่ให้โอกาสผมเดินทางมาต่างประเทศกับคุณด้วย มิสเตอร์เคย์”
“แต่การเดินทางมานี้ ไม่ได้เป็นการเดินทางมาเที่ยวอย่างที่คุณคิดนะ ผมจัดการเรื่องของผมเรียบร้อย ก็จะกลับ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะร่วมมือกับพวกคุณ อย่าหวังอะไรจากผมให้มากนักและขอให้รู้ว่าคุณเป็นผู้ติดตามผมเท่านั้น หวังว่าคงเข้าใจ”
หนุ่มไทยหัวเราะเบาๆ ส่ายศีรษะช้าๆ
“แต่ก็นั่นแหละ ผมเชื่อว่าคุณคงจะให้เกียรติผมตามสมควร”
เวหา สิงหล ชายหนุ่มอายุ 27 ปี ลูกน้องมือดีของท่านประธานดาร์ดปริ้นซ์สาขาประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ร่วมเดินทางกับการ์ชาร์ เคย์ นักฆ่ามือพระกาฬ
เขาจบการศึกษาปริญญาตรีด้านจิตวิทยาจากสหรัฐอเมริกา ถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมและสภาพสังคมรอบๆ ตัว ทำให้อยากที่จะปรับเปลี่ยนสังคมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ และเห็นว่าองค์การดาร์ดปริ้นซ์ มีอุดมการณ์ตรงกับเขา จึงเข้ามาเป็นสมาชิกขององค์การมืดแห่งนี้ และยอมทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ไม่คำนึงถึงผลตอบแทน เขาเชื่ออยู่เสมอว่า ในสังคมปัจจุบันมีแต่การหลอกลวง ไม่จริงใจ หนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำสังคมให้น่าอยู่ คือการสร้างสังคมขึ้นมาใหม่ในแบบที่แตกต่างออกไป สิ่งนี้เองที่องค์การดาร์ดปริ้นซ์กำลังสยายปีกแผ่อาณาจักรเข้าครอบงำหลายๆ ประเทศ
เสียงทุ้มต่ำฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องของกัปตัน กล่าวเตือนให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะกำลังจะนำเครื่องทะยานสู่อากาศ
“รัดเข็มขัดได้แล้ว มิสเตอร์เคย์ เครื่องกำลังจะออก”
เพียงเวลาไม่นานนกเหล็กก็ขึ้นสู่บรรยากาศ ทิ้งวิวทิวทัศน์เบื้องล่างไว้ลิบๆ ก่อนจะหายเข้าปุยเมฆขาว มุ่งสู่จุดหมายปลายทาง
-------------------------------------------
โปรดติดตามตอนต่อไป ในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552
คริคริ เหมือนดูหนังเลยค่ะ จะติดตามอ่านต่อไปค่ะ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จะถึงนะคะ